ข่าว

ไร้เงาตร.-ทหารประกบ‘ปู’ตระเวนเที่ยว

ไร้เงาตร.-ทหารประกบ‘ปู’ตระเวนเที่ยว

11 ก.พ. 2558

ไร้เงาตร.-ทหารประกบ‘ปู’ตระเวนเที่ยว ‘สรรเสริญ’ยอมรับมีจนท.ติดตามทุกพื้นที่ ยันเป็นการดูแลวีไอพีตามปกติไม่ได้คุกคาม

              11ก.พ.2558 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดช่วงเช้าวันนี้(11 ก.พ.58) นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ใช้เวลาพักผ่อนอยู่ภายในบ้านพักเลขที่ 256 หมู่บ้านกรีนวัลเล่ย์ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ จากนั้นช่วงใกล้เที่ยงได้ออกเดินทางจากบ้านพักไปรับประทานอาหารที่ร้านก๋วยเตี๋ยวช้างม่อยกาแฟ สาขาสวนดอก ในตัวเมืองเชียงใหม่ โดยอดีตนายกรัฐมนตรี มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส และมีประชาชนเข้าไปทักทายและขอถ่ายรูปเก็บเป็นที่ระลึกจำนวนมาก อย่างไรก็ตามไม่มีการให้สัมภาษณ์ใดๆ กับผู้สื่อข่าว ขณะที่จากการสังเกตการณ์พบว่ามีเพียงชุดอารักขาส่วนตัวเท่านั้นที่คอยดูแลความปลอดภัยให้กับนางสาวยิ่งลักษณ์ โดยที่ไม่พบว่ามีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทหารติดตามแต่อย่างใด

              ส่วนในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ยังได้เดินทางไปท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจที่ อุทยานล้านนารีสอร์ท ซึ่งเป็นรีสอร์ทหรูที่ตั้งอยู่บนถนนหางดง-สะเมิง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ โดยนางสาวยิ่งลักษณ์ พร้อมด้วยกลุ่มเครือญาติได้เดินเที่ยวชมจุดต่างๆ ในรีสอร์ท และนั่งรับประทานกาแฟ ที่ร้านวัลเล่ย์ คอฟฟี่ และหลังจากนั้น คาดว่าน่าจะเดินทางกลับบ้านพักภายในหมู่บ้านกรีนวัลเล่ย์ต่อไป

              ทั้งนี้รายงานข่าวแจ้งว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ มีกำหนดจะพักอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ถึงวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ เป็นอย่างน้อย เพื่อรอ เด็กชายศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือน้องไปป์ ลูกชายของนางสาวยิ่งลักษณ์ ที่เดินทางมาเข้าค่ายกับทางโรงเรียนอยู่ที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ และอาจจะมีแผนท่องเที่ยวต่อกับน้องไปป์ รวมทั้งอาจจะเดินทางไปร่วมงานคืนสู่เหย้าชาวบานเย็น ก้าวสู่ปีที่ 110 ซึ่งเป็นงานคืนสู่เหย้าของโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ในฐานะศิษย์เก่า ในวันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ อีกด้วย

 

ประยุทธ์ยันอัยการสูงสุดไม่ให้ยิ่งลักษณ์ไปนอก

 
             เมื่อเวลา 21.10 น.วันที่ 10 ก.พ. 58 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) หลังเสร็จสิ้นภารกิจการเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ ให้สัมภาษณ์ภายหลังหลังเดินทางกลับว่า การเดินทางเยือนครั้งนี้ ทำอย่างเต็มที่ในการพูดคุยหารือและสร้างความพันธ์กันระหว่างประเทศ และในรายละเอียดต้องพูดคุยกันอีกครั้ง โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจก็จะมีการร่วมมือกันหลายกิจกรรม

             ผู้สื่อข่าวถามว่า ระหว่างการเยือนต่างประเทศได้รับรายงานสถานการณ์การเมืองหรือไม่ เนื่องจากล่าสุดมีทหารเข้าตรวจค้นรถยนต์ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่จ.เชียงใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนยังไม่ทราบ เดี๋ยวตนจะสอบถามผู้ที่เกี่ยวข้องดู

             “คงไม่มีอะไรหรอก เขาคงเป็นกังวล ก็คงไม่มีอะไรหรอกนะ ก็เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่เขาตรวจรถทุกคัน ก็แล้วแต่มันก็ต้องตรวจ ก็บังเอิญเจอรถของอดีตนายกฯพอดี พอเจอแล้วเขาคงไม่ค้นต่ออะไรมากมายอยู่แล้ว จะไปค้นอะไรกันนักหนา” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

             ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่มีการมองว่าการกระทำดังกล่าว เหมือนไม่ให้เกียรติอดีตนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ก็ให้เกียรติมาโดยตลอด นี้ก็ให้เกียรติ” สำหรับเรื่องการไม่อนุญาตให้เดินทางไปต่างประเทศนั้น ตนไม่ได้สั่งการ เป็นหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคง อย่าให้เป็นเรื่องนักเลยน่ะ การจะไปหรือไม่ไปต่างประเทศ ก็ต้องไปดูว่าฝ่ายกฎหมายว่าอย่างไร และเท่าที่จำได้ ตนบอกไปครั้งหนึ่งแล้วว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของฝ่ายกฎหมาย ซึ่งเรื่องดังกล่าวอัยการสูงสุดได้ทำเรื่องมาเป็นเอกสาร

             ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า สรุปว่าอัยการสูงสุดเป็นคนทำหนังสือถึงคสช.ไม่ให้อดีตนายกฯเดินทางออกนอกประเทศใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า“ถูกต้อง ผมเห็นเอกสารดังกล่าว เอกสารบอกมาชัดเจน” เมื่อถามว่า แตทางอัยการสูงสุดยืนยันไม่ได้ทำเอกสารดังกล่าวมาที่คสช.พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ก็ไปดูเอกสารอัยการสูงสุดสิ มันมีเอกสารอยู่ เพียงแต่ไม่ได้เอามาเผยแผ่ให้พวกคุณดู ยืนยันว่าผมเห็นเอกสารว่า เขาขอว่าเอาไว้ก่อน ก็ไปดูเอกสารราชการเขาสิ มันมีเอกสารอยู่ เขาไม่ได้มาแผ่ให้คุณดูเท่านั้น ผมเห็นเอกสารเขาใช้คำว่าไม่ควรให้เดินทาง ผมก็อนุมัติตามเสนอ เข้าใจยัง”


‘สรรเสริญ’ยอมรับมีจนท.ติดตามทุกพื้นที่

              พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องการลี้ภัยทางการเมืองไปสหรัฐอเมริกาว่า ไม่ทราบเรื่องดังกล่าว และไม่อยากให้คิดไปไกล ซึ่งต้องไปถามน.ส.ยิ่งลักษณ์เอง

              พล.ต.สรรเสริญ กล่าวถึงกรณีที่ทนายความของน.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุว่า การที่เจ้าหน้าที่ทหารทำเกินกว่าเหตุในกรณีตรวจค้นรถยนต์ส่วนตัวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า คงไม่เกินกว่าเหตุ อีกทั้งเสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 ได้ชี้แจงแล้วว่าโดยปกติถือเป็นแนวทางการปฏิบัติที่หากมีบุคคลสำคัญระดับวีไอพีเข้ามาในพื้นที่ จะต้องให้ความเคารพ และดูแลให้มีความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม มาตราการเหล่านี้ต้องดำเนินต่อไป ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ทั้งทหาร และตำรวจ ต่างพยายามใช้ความนุ่มนวลในการปฏิบัติหน้าที่

              "คสช.จะมีการดูแลในส่วนของความปลอดภัยให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวมาโดยตลอดว่า ยินดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ถือเป็นหลักการสำคัญของรัฐบาลที่ไม่ต้องการใช้อำนาจพิเศษ เพราะต้องการให้ทุกอย่างเดินสู่กระบวนการยุติธรรม ส่วนเรื่องดังกล่าวจะถูกหรือผิดก็ค่อยว่ากันไปฎพล.ต.สรรเสริญ กล่าว

              เมื่อถามว่าการที่ฝ่ายความมั่นคง ส่งเจ้าหน้าที่ติดตามน.ส.ยิ่งลักษณ์ ตลอดเวลาจะเป็นการสร้างความอึดอัดให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ หรือไม่ พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า จริงๆแล้วมาตรการเหล่านี้ เป็นการกระทำกับบุคคลสำคัญระดับวีไอพีทุกคน เราไปดูความปลอดภัยให้ เช่นเดียวกันถ้าหากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เดินทางไปที่ใด ก็จะมีการรักษาความปลอดภัยโดยมีส่งชุดปฏิบัติการไปล่วงหน้า ถามว่าอึดอัดหรือไม่ ก็ต้องบอกว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยเป็นสิ่งที่จำเป็น อย่าไปคิด่าเป็นเรื่องของการเมือง

             "เขาไม่ได้ค้นรถของท่านอดีตนายกฯ เขาให้เกียรติอย่างดี ยืนยันว่าไม่มีลักษณะอย่างนั้น เรื่องนี้ต้องฟังด้วยว่า เรื่องต่างๆมาจากใคร ถ้ามาจากแนวความคิดของกลุ่มสีการเมืองก็จะออกมาในลักษณะอย่างนี้ แต่ก็ต้องดูเจ้าหน้าที่ว่าเขาปฏิบัติจริงอย่างไรด้วย เพราะเจ้าหน้าที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าให้ความเคารพให้เกียรติต่อคุณยิ่งลักษณ์ แต่ขณะเดียวกันก็เป็นธรรมเนียมเมื่อวีไอพีเข้าพื้นที่ก็ต้องมีการทำอย่างนั้น เพราะหากเกิดอะไรขึ้น แล้วไม่มีใครดูแลจะทำให้ถูกตำหนิมากกว่า"พล.ต.สรรเสริญ กล่าว

             พล.ต.สรรเสริญกล่าวต่อว่า มาตรการดูแลความปลอดภัย ไม่ว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์จะเดินทางไปที่ใดของประเทศ ก็จะมีมาตรการดูแลในลักษณะนี้ทุกที่ ซึ่งเป็นการดูแลความปลอดภัยสำหรับวีไอพี ไม่ใช่การคุกคาม เนื่องจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ เคยเป็นหมายเลขหนึ่งของประเทศ และไม่อยากให้คิดในแง่การเมือง เพราะจะทำให้ความขัดแย้งไม่สามารถหมดไปได้จากสังคมไทย จึงขอให้มองโลกในแง่ดีและเข้าใจการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ด้วย

 

ป.ป.ช.เผย‘ยิ่งลักษณ์’ต้องมายืนยันตัวต่อศาลฯ

            นายสรรเสริญ  พลเจียก เลขาธิการสำนักงานป.ป.ช.กล่าวว่า กรณีการนัดส่งตัวน.ส.ยิ่งลักษณ์ให้อัยการสูงสุด (อสส.) เป็นผู้ฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในวันที่ 19 ก.พ.นี้ หากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้มาด้วยตัวเอง อสส. ก็ต้องนำสำนวนไปฟ้องได้ทันที เพราะในวันฟ้อง ไม่จำเป็นต้องนำตัวจำเลยไป โดย อสส. จะนำสำนวนของ ป.ป.ช. ไปส่งฟ้องศาล

            เมื่อถามว่า ถ้าตัวไม่มาในวันดังกล่าวจะดำเนินการขอหมายเรียกเลยหรือไม่ นายสรรเสริญ กล่าวว่า ยังไม่ใช่ จะต้องอีกนัดหนึ่ง เพราะหลังจากที่ศาลรับฟ้องแล้ว กระบวนการของศาลคือ ต้องตั้งองค์คณะ และจะนัดพิจารณาครั้งแรก ซึ่งในวันนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะต้องเดินทางมายืนต่อหน้าศาลด้วยตัวเอง เพราะในวันนั้นจะต้องมีตัวอยู่ต่อหน้าการพิจารณาองค์คณะของศาล ถ้าในวันนั้นไม่ไป ถือว่าจะต้องไปดำเนินการเพื่อให้ได้ตัวมา

 

‘วรชัย’ชี้ทหาร-ตำรวจจงใจติดตาม

             นายวรชัย เหมะ อดีตส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง   กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ตรวจค้นรถยนต์ส่วนตัวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ จ.เชียงใหม่ว่า การที่ทหารออกมาขอโทษและอ้างว่าไปดูแลรักษาความปลอดภัยคงไม่ใช่ ส่วนตัวคิดว่าเหตุการณ์ดังกล่าวคือการตรวจค้น ก่อนหน้านี้ทหารและตำรวจ ไม่ได้มีภารกิจบริเวณดังกล่าว จึงตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดเมื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางไป จึงมีการตั้งด่านตรวจ อีกทั้งการกระทำดังกล่าวยังสอดรับกับการที่ไม่ให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางไปต่างประเทศ เพราะกลัวว่าจะหลบหนี ซึ่งข้อเท็จจริงนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ พูดมาตลอดว่าจะไม่หนี

             "การติดตามน.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นเรื่องที่แตกต่าง ผิดกับการกระทำกับอีกฝ่ายหนึ่ง ที่พระสุเทพ ปภากาโร ซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางไปไหนมาไหนก็มีตำรวจอารักขาอย่างดี การรวมตัวและฟังคำเทศน์ที่วัดโมกข์ ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับการปราศรัยบนเวทีกปปส. ถือเป็นการกระทำสองมาตรฐานที่ไม่เป็นธรรม อย่าลืมว่าความรู้สึกของประชาชนเก็บไว้ทุกอย่าง สิ่งเหล่านี้อาจกลายเป็นการเติมเชื้อไฟในใจประชาชน ขอเรียกร้องว่าให้เกียรติกันบ้าง นายกฯยิ่งลักษณ์ และพวกเราไม่หนีไปไหน ขอให้เคารพสิทธิ์กันบ้าง"นายวรชัยกล่าว


ประวิตรนั่งหัวโต๊ะประชุมผู้พันทั่วประเทศ

             ที่สโมสรทหารบก ถ.วิภาวดี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม ในฐานะรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของคสช. เป็นประธานประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ของคสช. ต่อผู้บังคับหน่วยขึ้นตรง ระดับกองพันทั่วประเทศที่เป็นหน่วยขึ้นตรงของกระทรวงกลาโหม กว่า 1,200 นาย เพื่อสนับสนุนการดำเนินการของคสช. โดยมีพล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ เลขานุการคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์คสช. พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.แรงงาน พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ และนายปีติพงษ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และผบ.ทบ. พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผบ.ทร. และพล.อ.อ.อานนท์ จารยะพันธุ์ รองผบ.ทอ. เข้าร่วมการประชุม

             ทั้งนี้พล.อ.ประวิตร กล่าวเปิดการประชุมตอนหนึ่งว่า ในการประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ของคสช. ในวันนี้ถือว่าทุกคนในที่นี้เป็นคสช. ที่ต้องช่วยกันขับเคลื่อนให้ประเทศเดินไปข้างหน้า ในปีนี้ถือว่ามีภัยแล้งหนัก อยากให้ผู้บังคับหน่วยช่วยดูแลและขับเคลื่อน ตอนนี้ทางรัฐบาลได้ส่งงบประมาณไปในพื้นที่ และขอให้ทุกคนช่วยกันดูว่าในพื้นที่ใดและจุดใดมีการติดขัดอย่างไร ที่ไม่สามารถดำเนินการได้ ทั้งด้านงบประมาณและด้านอื่นๆ ต้องเข้าใจตรงกันว่าที่เชิญมาประชุมชี้แจงช่วยกันขับเคลื่อนประเทศ ทุกคนในนี้ต่องช่วยกัน เช่น น้ำแล้งในพื้นที่ไหนทางรัฐบาลส่งงบประมาณไปแล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัด (ผวจ.) และนายอำเภอติดขัดอย่างไรขอให้ลองเข้าไปช่วยดู

 

‘ทนายปู’โวยยิ่งลักษณ์ถูกคุมตัวโดยอ้อม
 

             นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ที่ปรึกษากฎหมายและทนายความน.ส.ยิ่งลักษณ์  กล่าวว่า กรณีคสช.ไม่อนุญาตให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางไปต่างประเทศ    น.ส.ยิ่งลักษณ์จึงเดินทางไปจ.เชียงใหม่ เพื่อทำบุญ ไหว้บรรพบุรุษ แต่ในระหว่างเดินทางมีเจ้าหน้าที่ทหารจากกองทัพภาคที่3และตำรวจหลายนาย เข้าทำการตรวจค้นรถยนต์ ของอดีตนายกฯในขณะที่นส.ยิ่งลักษณ์นั่งอยู่ในรถ ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจ ยินยอมให้เจ้าหน้าที่ทหาร และตำรวจตรวจค้นรถยนต์ได้ หลังจากนั้นน.ส.ยิ่งลักษณ์ จะเดินทางไปที่ใดก็ตามในจ.เชียงใหม่ จะมีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ คอยติดตามตลอดทั้งวัน ในช่วงเวลากลางคืน จะมีทหารมาเฝ้าหน้าบ้านพัก โดยนำรถทหารมาจอดในสนามหญ้าบริเวณหมู่บ้าน

             “การกระทำในลักษณะดังกล่าว แม้จะไม่เป็นการควบคุมตัวโดยตรง แต่ถือได้ว่าเป็นการควบคุมตัวโดยทางอ้อมแล้ว อันเป็นการลิดรอนสิทธิความเป็นส่วนตัว เป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล หากมีการดูแลวีไอพีตามที่ฝ่ายความมั่นคงได้ให้สัมภาษณ์เป็นข่าวนั้น ก็ขอให้ประสานงานโดยตรงเพื่อให้เกิดความสบายใจกันทั้งสองฝ่าย นับแต่มีการยึดอำนาจ ประกาศใช้กฎอัยการศึก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งเป็นลูกความของตน ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของคสช. ด้วยดีตลอดมา ไม่ว่าจะอยู่ในประเทศหรือการเดินทางไปต่างประเทศ ไม่เคยทำอะไรให้เกิดความวุ่นวาย ในทางการเมืองแต่อย่างใด”นายนรวิชญ์กล่าว