ข่าว

‘อุปทูตสหรัฐฯ’ไม่รู้‘ยิ่งลักษณ์’ขอลี้ภัย

‘อุปทูตสหรัฐฯ’ไม่รู้‘ยิ่งลักษณ์’ขอลี้ภัย

11 ก.พ. 2558

‘อุปทูตสหรัฐฯ’ ยันไม่รู้เรื่อง ‘ยิ่งลักษณ์’ ขอลี้ภัย ยันไม่เลือกข้าง หวังไทยกลับสู่ปชต.-ปชช.มีสิทธิแสดงออก ระบุพบ ‘รองนายกฯ’ คุยเรื่องความร่วมมือวัคซีนเอดส์

 
           เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายแพทริค เมอร์ฟี อุปทูต สถานเอกคราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย เข้าพบนายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านสังคม โดยใช้เวลาหารือประมาณ1 ชั่วโมง และมีการแถลงข่าวร่วมกันภายหลังการเข้าพบ
 
           โดยนายยงยุทธ กล่าวว่า ในวันนี้ได้หารือในฐานะที่ทั้ง 2 ประเทศเป็นเพื่อนกันมานาน โดยได้คุยในเรื่องที่มีความสำคัญต่อสังคมของไทย และความร่วมมือที่สหรัฐฯจะมีต่อเรา ทั้งการร่วมมือทางด้านการวิจัย วัคซีนโรคเอดส์ โดยกำลังอยู่ในระหว่างการเจรจา ขณะเดียวกัน เรายังได้ซักถามในเรื่องของการจัดกิจกรรมเพื่อสังคม เพื่อคนพิการ ผู้ด้อยโอกาส ได้มีโอกาสได้รับผลประโชชน์จากกิจการเหล่านี้
 
           เมื่อถามว่ามีการพูดถึงท่าทีทางการเมืองของสหรัฐในการหารือหรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า ทางสหรัฐฯก็มุ่งหวังให้ประเทศไทยกลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว ซึ่งตนก็แจ้งว่าเรามีโรดแมปในการทำงานและดำเนินการตามนั้นแล้ว
 
           ด้านนายแพทริค กล่าวว่า การมาพบกับรองนายกรัฐมนตรีของไทยในวันนี้ ตนรู้สึกซาบซึ้งอย่างมาก โดยเป็นการพูดคุยกันในฐานะเพื่อน โดยสหรัฐฯกับไทยมีความสัมพันธ์และความร่วมมือกันมายาวนาน ทั้งนี้ตนและรองนายกฯได้พูดคุยกันถึงความท้าทายในด้านสาธารณสุข วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การศึกษา และประเด็นที่เกี่ยวกับผู้ลี้ภัย แม้สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องระดับภูมิภาคแต่มีผลกระทบระดับโลกเช่นกัน แน่นอนว่าสหรัฐฯหวังที่จะให้มีการฟื้นฟูประชาธิปไตยและการปกครองโดยพลเรือน ส่วนสิ่งที่นายแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วยรมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ฝ่ายกิจการเอเชียแปซิฟิค พูดไว้ก็มีความชัดเจนมากแล้วถึงข้อห่วงใยของสหรัฐฯ ซึ่งตนมีข้อห่วงใยต่อการแสดงออกในเชิงบริบทที่มีต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯกับไทย การที่ไทยกลับคืนสู่ความเป็นประชาธิปไตยก็มีหลายส่วนที่จะช่วยพัฒนามิตรภาพและความร่วมมือกันที่มายาวนาน เช่น การยกเลิกการใช้กฎอัยการศึก การคืนเสรีภาพแก่ประชาชน การสร้างความมั่นใจต่อประชาคมนานาชาติด้วยการจัดการเลือกตั้งโดยเร็ว
 
           เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้ยื่นเรื่องขอลี้ภัยในสหรัฐฯ จึงอยากทราบถึงท่าทีของสหรัฐฯในตอนนี้ นายแพทริค กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบถึงรายงานดังกล่าว แต่ทางสหรัฐฯไม่สามารถเลือกข้างทางการเมืองของไทยได้ แต่ในฐานะมิตรประเทศ เราหวังให้ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการคืนกลับสู่ประชาธิปไตย ซึ่งความสำเร็จในการกลับคืนสู่ประชาธิปไตยของไทยนั้นไม่ใช่เพียงความสำเร็จของประเทศไทยเท่านั้น แต่เป็นความสำเร็จของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นความสำเร็จของประชาคมโลกอีกด้วย
 
           "สหรัฐฯไม่สามารถเลือกข้างใดๆ ได้ทั้งสิ้น เราเพียงอยากได้ประชาชนของไทยได้แสดงออกซึ่งเสียงของประชาชนถึงความต้องการและมีส่วนร่วมในกระบวนการต่างๆ ซึ่งเมื่อหลักนิติธรรมและเสรีภาพพลเมืองได้คืนกลับมาแล้ว เสียงของประชาชนจะเป็นที่ได้ยินอีกครั้ง"นายแพทริค กล่าว
 
 
‘ยิ่งลักษณ์’ เก็บตัวเงียบในบ้านพักเชียงใหม่ งดสัมภาษณ์สื่อ รอรับ ‘น้องไปป์’ ออกค่าย 13 ก.พ.นี้
 
 
           11 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 256 หมู่บ้านกรีนวัลเล่ย์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นบ้านพักของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังได้มาอาศัยในช่วง 2-3 วันนี้ โดยในช่วงเช้าเหตุการณ์สงบเงียบ ไม่มีการเคลื่อนไหว ทราบว่านางสาวยิ่งลักษณ์ ยังคงอยู่ในบ้าน และยังไม่มีกำหนดการไปธุระที่ไหนในวันนี้
 
           กระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 11.30 น.ได้มีการเคลื่อนไหว โดยนางสาวยิ่งลักษณ์ได้ขึ้นโดยสารบนรถตู้ ยี่ห้อโฟล์กสวาเกน สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กธ 77 เชียงใหม่ พร้อมกับทีมงานอารักขา และรถยนต์ที่ติดตามอีก 2 คัน เพื่อจะออกไปรับประทานอาหารภายในตัวเมืองเชียงใหม่ ร่วมกับเพื่อนๆ ที่สนิทในเชียงใหม่ ตามปกติ โดยไม่มีการเปิดเผยสถานที่ และไม่ยอมให้สัมภาษณ์แก่สื่อที่รอทำข่าวแต่อย่างใด
 
           อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามทีมงานอารักขาของนางสาวยิ่งลักษณ์ ทราบว่านางสาวยิ่งลักษณ์ ได้มาพักอาศัยเป็นการส่วนตัวระยะหนึ่งอย่างไม่มีกำหนดการกลับ และเตรียมรอรับเด็กชายศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือ น้องไปป์ บุตรชายของนางสาวยิ่งลักษณ์ ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์นี้ เนื่องจากน้องไปป์ ได้เข้าค่ายกิจกรรมอบรมของโรงเรียนในพื้นที่อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 8-13 กุมภาพันธ์ 2558
 
           ทีมงานยังเผยอีกว่าขณะนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ยังไม่พร้อมตอบคำถามต่อสื่อ อยากพักผ่อนอย่างสงบ เมื่อพร้อมจะชี้แจงต่อสื่อเอง