ข่าว

กลับวัย-วัยกลับ

กลับวัย-วัยกลับ

12 ก.ค. 2552

ตามหลักการแพทย์ว่าไว้ ยิ่งคนเราได้พักผ่อนมากเท่าไหร่ ร่างกายก็จะยิ่งแข็งแรง ผ่องใส มากเท่านั้น ถ้าจะเป็นเรื่องจริง

 เพราะบรรดาผู้เฒ่าทางการเมือง ที่ว่าง-เว้นทางเมือง ไม่ว่าจะเป็น “พ่อใหญ่จิ๋ว พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ” หรือ “มังกรเติ้งเสี่ยวหาร บรรหาร ศิลปอาชา” ต่างสดใส ซาบซ่า ย้อนสู่วัยหนุ่มสาวทั้งสิ้น

 ต่างจากสมัยที่หน้าดำ คร่ำเคร่ง กุมบังเหียนพรรคการเมืองใหญ่ พรรคชาติไทย-ความหวังใหม่ ทั้งสิ้น เรียกได้ว่า ทั้งหนังหน้า-อารมณ์ต่างจากสมัยก่อนเห็นๆๆ ...!!!

 โดยเฉพาะ “พ่อใหญ่จิ๋ว” ที่มาเที่ยวนี้ พร้อมด้วยมาดเดิม “จิ๋วหวานเจี๊ยบ” แต่เปลี่ยนคอนเซ็ปต์ใหม่ เป็น “หนุ่มใหญ่ รักษาสุขภาพ”

 แม้ๆๆ จะมาร่วมงานสังสรรค์ พูดคุยกับเพื่อนพ้องน้องพี่ แต่งานนี้ “พ่อใหญ่จิ๋ว” มีเคอร์ฟิว ต้องกลับบ้านตอน 2 ทุ่ม

 ถามไปถามมา นึกว่าจะไปเที่ยวต่อ ที่ไหนได้ สุดท้าย พ่อใหญ่จิ๋ว ก็เผยให้ฟังว่า ที่ต้องกลับตอน 2 ทุ่ม เพราะต้องรีบกลับไปพักผ่อน ต้องนอนแต่หัวค่ำ เช้ามาจะได้ออกกำลังกาย

 แหมๆๆๆ ว่าแล้ว ทำไม “พ่อใหญ่จิ๋ว” ที่อายุอานาม เกือบเป็นไม้ใกล้ฝั่ง จะยังดูแลหุ่น หน้าใสปิ๊ง แถมอารมณ์ยังดีอีกด้วย
 งานนี้คงต้องกระซิบบอกต่อ เหล่าเสือ-สิงห์-กระทิง-แรด วงการเมืองว่า...
 ถ้าอยากกลับวัย-วัยกลับ กระชุ่มกระชวยเป็นหนุ่มเป็นสาว คงต้องพักยาว เอาอย่าง บรรดาผู้เฒ่าทางการเมือง นะจะบอกให้...ฮาฮาฮา !!!

 เจาะใจ “หมอปราชญ์”

ยัง “งานเข้า” แบบไม่หยุดยั้ง สำหรับกระทรวงคุณหมอ ตั้งแต่รัฐมนตรี ถึงข้าราชการทุกสำนักที่ต้องทำงานกันหามรุ่งหามค่ำ แทบจะไม่มีวันหยุด เพราะต้องจัดทัพรับมือ “ไข้หวัดใหญ่” สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่ออกอาละวาดอย่างบ้าคลั่งอยู่ขณะนี้

 โดยเฉพาะ “สปีกเกอร์” คนสำคัญ อย่าง “นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์” ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ต้องรับบทหนัก ลาดตระเวนไปตรวจสถานที่ทุกแห่งที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งเพาะเชื้อ ตอนอยู่ต่อหน้ากล้องต้องทำท่าทางขึงขัง ให้ชาวบ้านเชื่อว่าจะเป็น “มือปราบ” โรคระบาดนี้ให้อยู่หมัดให้จงได้

 แต่ครั้นถูกถามแบบเจาะลึกเข้าไปในใจ “ทั่นปลัด” กลับเผยไต๋ว่า “กลัวมากเหมือนกัน” ที่กลัวก็เพราะว่าสมัยก่อนตัวเองเคยเป็น “สิงห์อมควัน” อยู่พักใหญ่ ร่างกายจึงไม่ค่อยแข็งแรงเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์

 “ตอนที่นักข่าวช่อง 3 ติดเชื้อมา ผมก็ไปด้วย แต่ผมเข้าไปแล้วรู้สึกหายใจไม่ค่อยคล่องก็เลยรีบเดินออกมาก่อน”

 แต่ถึงจะกลัวอย่างไร คุณหมอปราชญ์ก็บอกว่า “ไม่หวั่นไหว” ขอให้เชื้อลดการแพร่ระบาดก็พอ

 ตบมือดังๆ เป็นกำลังใจให้คุณหมออีกแรงแล้วกันจ้า !!!

เทียบชั้น "โอบามา"

 หลังจากที่ “เสี่ยคึก” เทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช โฆษกส่วนตัวนายกฯ “มาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกมาแถลงข่าวตอบโต้รายวัน จนได้ฉายาจากซีกฝ่ายค้านว่าเป็น “โฆษกเสาร์-อาทิตย์”

 จะไม่ให้รับฉายานี้ก็คงไม่ได้ เพราะ “เสี่ยคึก” เล่นออกมาแถลงข่าวรายวัน จนทำให้ไมโครโฟนภายในห้องแถลงข่าวพรรคแทบไม่ได้พักผ่อน

 เกิดอาการเครื่องรวนติดๆ ดับๆ เสียอารมณ์ “พี่คึก” ที่อยู่ในอาการเครื่องร้อนสมองโลดแล่นกับการสรรหาวาทะเด็ดมาอัดกลับฝ่ายตรงข้าม...!!!

 ถึงขนาด “เสี่ยคึก” ออกอาการลมออกหูอย่างแรง เพราะบางทีแถลงไปแล้ว ไม่สามารถพูดซ้ำได้อีก เพราะไมค์ดันไม่ขานรับเสียงอันหล่อเหลาของ “พ่อเจ้าประคุณโฆษกวันหยุด...???” 

 หนักข้อถึงขนาด “พี่คึก” ต้องใช้นิ้วกดแช่ปุ่มเปิด-ปิดไมค์ ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้ขาดช่วงในระหว่างการแถลง ทำเอาหน้า “พี่คึก” ไม่หล่อเหลา เข้ากับทรงผมที่ลงทุนเซตมาจากห้างดัง “ฟอร์จูน” ทุกวัน

 ท่าจะอดทนไม่ไหวจริงๆ “เสี่ยคึก” จึงยอมควักตังค์เฉียดหมื่น สั่งทีมโฆษกพระแม่ธรณีบีบมวยผม เปลี่ยนไมค์ตัวใหม่...!!!
 โดยกำชับทีมงานว่าต้องได้ไมค์ที่ดีมีคุณภาพ เสียงดีที่สุด เสียงใสที่สุด แจ่มที่สุด

 งานนี้ทีมโฆษกไม่รอช้า รีบจัดให้ตามบัญชา “เสี่ยคึก” ทันที โดยได้ไมค์ที่เพอร์เฟคท์ที่สุด เท่าที่พรรคประชาธิปัตย์เคยใช้มาก่อนหน้านี้

 เป็นไมค์คู่ ยี่ห้อ Sure รุ่น SM 85 สนนราคาพร้อมขาตั้งตกที่ราคาคู่ละ 9,200 บาท ซึ่งเป็นไมค์รุ่นเดียวกันกับที่โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาใช้

 ให้มันได้อย่างนี้สิ สมกับเป็นโฆษกส่วนตัวโอบามาร์คจริงๆ...ฮา !!