ข่าว

เคลือบแคลงและครอบคลุม

เคลือบแคลงและครอบคลุม

11 ก.พ. 2558

เคลือบแคลงและครอบคลุม : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับประภัสสร เสวิกุล

            สังคมในทุกวันนี้เป็นสังคมแห่งการเคลือบแคลงและครอบคลุม เรื่องบางเรื่องก็มีคนสงสัย ข้องใจ และคอยจับผิดอย่างเอาจริงเอาจัง แต่เรื่องบางเรื่องก็กลับกลายเป็นเรื่องที่เชื่ออย่างฝังจิตฝังใจ โดยไม่เคยที่จะไตร่ตรองหรือวิเคราะห์ความน่าจะเป็นของเรื่องราวนั้นๆ

            ในตอนนี้ สิ่งที่คนเคลือบแคลงก็คือ ภาพข่าวการที่ ไอเอส เผาทั้งเป็นนักบินจอร์แดน ถึงขนาดฟันธงว่า เป็นการสร้างภาพของอเมริกัน โดยอ้างว่า ไอเอส ไม่น่าที่จะมีกล้องดีๆ ขนาดนั้น และมุมกล้องละม้ายกับฝีมือตากล้องหนังฮอลลีวู้ด ความเคลือบแคลงนี้กินความไปถึงกรณีตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2001 ที่ถึงทุกวันนี้ก็ยังมีคนจำนวนมากเชื่อว่า เป็นการกระทำของทางการอเมริกันเอง เพื่อสร้างความเกลียดชัง

            ขบวนการก่อการร้ายตะวันออกกลาง และเพื่อหาความชอบธรรมในการที่อเมริกันและพันธมิตรจะบุกทำลายล้างรัฐบาลอิรักของซัดดัม ฮุสเซน - เคลือบแคลงถึงขั้นว่า กล้องที่บันทึกภาพเหตุการณ์ไปตั้งอยู่ในจุดนั้น ณ เวลานั้น ได้อย่างไร ซึ่งหากบวก-ลบ-คุณ-หาร ดูแล้ว หากทางการสหรัฐทำเช่นนั้นจริง ก็เป็นเรื่องที่ขาดทุนอย่างมหาศาลตั้งแต่เริ่มต้น และมีวิธีอื่นมากมายที่จะเล่นงานอิรักโดยไม่จำเป็นต้องเอาชีวิตของชาวอเมริกันจำนวนมาก และอาคารซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์ทางเศรษฐกิจของประเทศไปทำลายเล่น

            ตามจริงแล้ว ความเคลือบแคลงเช่นนี้ มีมาตั้งแต่สมัยที่สหรัฐส่งยานอวกาศไปลงที่ดวงจันทร์ เมื่อ ค.ศ.1964 แล้ว ในครั้งนั้น มีผู้พยายามจับผิดภาพ “เฟิร์สต์ แมน ออน เดอะ มูน” ทั้งในเรื่องกระแสลม เรื่องแสงเงา เรื่องน้ำหนักของนักบินอวกาศขณะที่กระโดดจากพื้น ฯลฯ และหลายคนก็ลงความเห็นว่า เป็นภาพที่ถ่ายทำในโรงถ่าย เพื่อบลัฟสหภาพโซเวียตที่เป็นคู่แข่งด้านอวกาศในเวลานั้น

            หลายปีก่อนมีการนำความเคลือบแคลงทำนองนี้ไปใช้ในภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเรื่องหนึ่ง ซึ่งสร้างในปี 1997 คือ “แว็ก เธอะ ด๊อก” ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากนวนิยายอิงเหตุการณ์ที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนหนึ่งถูกกล่าวหาว่ามีเพศสัมพันธ์กับพนักงานในทำเนียบขาว และเหตุการณ์เกิดขึ้นใกล้การเลือกตั้งครั้งใหม่ จึงจำเป็นต้องสร้างสถานการณ์ภายนอกขึ้นมาเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชน ที่ปรึกษาประธานาธิบดีจึงร่วมกับนักสร้างภาพยนตร์คนหนึ่งสร้างภาพยนตร์ข่าวสงครามกลางเมืองในประเทศยุโรปตะวันออก ทำให้ประชาชนสหรัฐหันไปสนใจข่าวนี้ และให้การสนับสนุนประธานาธิบดีในการสร้างสันติภาพในประเทศนั้น

            บางที อาจจะเป็นด้วยภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว จึงทำให้ชาวโลกเคลือบแคลงสหรัฐในเรื่องอื่นๆ

            ส่วนการครอบคลุมความคิดของคนนั้น ก็เกิดจากความเชื่อซึ่งเป็นพื้นฐานในจิตใจของคนบางพวก โดยผ่านสื่อทั้ง แมส มีเดีย และโซเชียลมีเดีย รวมทั้งข่าวประเภทลับ ลวง พราง ต่างๆ ข่าวประเภทนี้หลายคนเชื่อเป็นตุเป็นตะ โดยไม่ไต่สวนทวนพยานให้แน่ชัด ทั้งยังทำตัวเป็นกระบอกเสียงช่วยกระพือข่าวออกไปเสียอีก - ข่าวประเภทนี้ในปัจจุบันมีอยู่อย่างมากมาย และมักเป็นข่าวในทางลบที่สร้างความตื่นเต้นต่างๆ

            สิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือ ขณะที่คนในสังคมกลุ่มหนึ่งตกอยู่ในความหวาดระแวง และคลางแคลงใจในแทบทุกเรื่อง คนอีกกลุ่มหนึ่งก็หลับหูหลับตาเชื่อมันไปทุกเรื่องเหมือนกัน โดยไม่คำนึงถึงเหตุผลและความเป็นจริง

            ความเชื่อหรือไม่เชื่อแบบคนละซีกความคิดนี้ ไม่ว่าจะทางใดทางหนึ่งก็ล้วนแต่เป็นอันตราย พอๆ กันแหละครับ