
ประวิตรดักคอปูเป็นอดีตนายกฯคงไม่หนี
ประวิตรดักคอปูเป็นอดีตนายกฯคงไม่หนี ยันทภ.3รปภ.หวั่นมือที่3สร้างสถานการณ์ ทูตอังกฤษยันสัมพันธ์ไทย-อังกฤษแน่น
10ก.พ.2558 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึง กรณีที่ทหารกองทัพภาคที่3 ตรวจค้นขบวนรถของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ จ.เชียงใหม่ ว่า ไม่ได้ตรวจค้นหรือควบคุมตัว แต่เจ้าหน้าที่ดูแลในเรื่องการรักษาความปลอดภัย ขอยืนยันเจ้าหน้าที่ไม่มีความคิดจะทำอย่างนั้น แต่การดำเนินการดังกล่าวเพราะกลัวมือที่สามจะมาทำให้เกิดความเสียหาย และถ้าหนักหนาอะไรตนก็จะพิจารณาอีกที
"ถือเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ในการดูแลรักษาความปลอดภัยทั้งทหารและตำรวจ ต้องดูแลเพราะห่วงเรื่องมือที่3 ยืนยันไม่ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตามประกบอดีตนายกรัฐมนตรี เพียงแต่อยากให้ท่านมีความปลอดภัยไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใด ถือเป็นเจตนาดีของเจ้าหน้าที่"พล.อ.ประวิตร กล่าว
เมื่อถามว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ รู้สึกไม่สบายใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ทางแม่ทัพภาคที่3คงจะมีการขยับขยายจุดตรวจดังกล่าวแล้ว ตนจะติดตามดูอีกที อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่คำสั่งของ คสช. เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ คสช.เพียงแต่ดูแลในภาะรวมตลอดจนถึงการรักษาความปลอดภัยบุคคลระดับวีไอพี
เมื่อถามว่า ไม่ได้กลัวอดีตนายกรัฐมนตรีหนีออกนอกประเทศใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "คงไม่ใช่ จะหลบหนีอย่างไร ท่านเป็นผู้ใหญ่แล้ว และเป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านรู้ดี ส่วนจะมีการแจ้งให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทราบล่วงหน้าที่จุดตรวจดังกล่าวหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ แต่เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ต้องการให้เกิดความสงบเรียบร้อยในทุกพื้นที่ ถือเป็นความปราถนาดี และยังเป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรี ก็ต้องดูแล ท่านอยู่ กทม.เราก็ดูแลแบบนี้ ยืนยันไม่ใช่การแกัแค้นหรือจำกัดว่าท่านต้องไปอย่างโน้นอย่างนี้"
ผบ.มทบ.33 แจงรปภ.บุคคลสำคัญตามปกติ
พล.ต.ศรายุธ รังษี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 ชี้แจงว่า ภาพที่ปรากฎดังกล่าวเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติของเจ้าหน้าที่ในภารกิจดูแลความปลอดภัยให้กับบุคคลสำคัญที่เข้ามาในพื้นที่ โดยการผนึกกำลังร่วมระหว่างทหาร ตำรวจและอาสาสมัครพลเรือน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นบุคคลสำคัญคนใดเข้ามาในพื้นที่ก็จะมีการปฏิบัติเช่นนี้ เหมือนกันหมด เพราะเป็นความรับผิดชอบของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้การดูแลของมณฑลทหารบกที่ 33 ระหว่างการอำนวยการรักษาความปลอดภัยที่บริเวณด้านหน้าหมู่บ้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งเดินทางมาพร้อมกับชุดอารักขา ยังยิ้มทักทายเจ้าหน้าที่เป็นปกติ
ทั้งนี้ หากการปฏิบัติหน้าที่ที่เกิดขึ้นทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่สบายใจก็จะมีการปรับเปลี่ยน วิธีการที่เหมาะสมยิ่งขึ้น แต่ยืนยันว่าเบื้องต้นต้องมีการปฏิบัติภารกิจคุ้มครองต่อไป อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวไม่ได้เป็นการรับการเน้นย้ำมาจากส่วนกลาง แต่เป็นระเบียบการปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานอยู่แล้ว
"ยืนยันว่าในพื้นที่เชียงใหม่ไม่มีสิ่งบอกเหตุใดๆ ที่อาจส่อเค้าถึงความรุนแรงทั้งสิ้น เรายังคงปฏิบัติงานด้วยความเรียบร้อย โดยเฉพาะเวลา กลางคืน เพื่อรักษาความสงบปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาปลอดภัยสูงสุด ส่วนกรณีที่ภาพข่าวที่ออกไปมีการตั้งข้อสังเกตเป็นการลดความน่าเชื่อถือทหารหรือไม่นั้น ของดออกความเห็น"พล.ต.ศรายุธ กล่าว
ทูตอังกฤษยันสัมพันธ์"ไทย-อังกฤษ"แน่น
เมื่อเวลา 14.30 น. นายมาร์ค แอนดรูว์ เจฟฟรีย์ เคนต์ เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ใช้เวลาหารือนานประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง จากนั้นเอกอัครทูตสหราชอาณาจักร เปิดเผยภายว่า ได้หารือในเรื่องทั่วไปและเรื่องที่เกี่ยวกับสถานการณ์ภายในประเทศไทย โดยท่าทีของประเทศอังกฤษที่มีสัมพันธ์ที่ดีกับไทยมานานกว่า 400 ปี โดยมีการแลกเปลี่ยนความเห็นกับรัฐบาลไทยตลอด เมื่อถามว่าในการพูดคุยครั้งนี้ได้หารือเรื่องสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะกรณีที่คสช.เรียกบุคลไปปรับทัศนคติ และดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำผิดกฎหมายอาญา มาตรา 112 ด้วยหรือไม่ เอกอัครราชทูตฯกล่าวว่า ท่าทีของอังกฤษ ตนเป็นนักกฎหมายมองว่าการเขียนรัฐธรรมนูญและกฎหมายเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งประเทศอังกฤษยินดีที่จะร่วมมือกับไทยแม้บางเรื่องอาจจะไม่เห็น แต่ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและอังกฤษยังเป็นมิตรที่ดี และมีความร่วมมือทั้งเรื่องวิทยาศาสตร์และการศึกษารวมถึงด้านการท่องเที่ยว
เมื่อถามว่าบางประเทศแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในไทย นายเคนต์ กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นสมาชิกสหประชาชา(ยูเอ็น)และเป็นประเทศที่มีอัตลักษณ์และแนวทางปฎิบัติของตัวเอง หากมีเรื่องอะไรที่น่าเป็นห่วงก็จะพูดคุยกัน ยืนยันว่าหน้าที่ในการปกครองประเทศขึ้นอยู่กับคนไทยและรัฐบาลไทย



