ข่าว

กกต.สั่งดำเนินคดีอาญา'อริสมันต์'

กกต.สั่งดำเนินคดีอาญา'อริสมันต์'

10 ก.พ. 2558

มติ กกต.เพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง-ดำเนินคดีอาญา ส.ว.ศรีสะเกษ-ระนอง 'อริสมันต์' โดนด้วย ใส่ร้ายคู่แข่ง-หลอกหลวงผู้มีสิทธิ์ลต.

 
                           10 ก.พ. 58  เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายดุษฎี พรสุขสวัสดิ์ รองเลขาธิการด้านสืบสวนสอบสวน สำนักงาน กกต. แถลงว่า ที่ประชุม กกต.มีมติสั่งเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง พร้อมดำเนินคดีอาญา น.ส.วิลดา อินฉัตร ส.ว.ศรีสะเกษ จากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 30 มี.ค. 57 กรณีให้นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นำแผ่นซีดีไปแจกให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ที่มาประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2556 ของสมาคมฌาปณกิจสงเคราะห์ของสมาชิกสหกรณ์การเกษตรห้วยทับทัน จำกัด อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ลงคะแนนเลือกตั้งให้ และกรณีรู้เห็นเป็นใจให้นายอริสมันต์ และนายพรชัย มณีนิล หาเสียงด้วยวิธีการใส่ร้ายคู่แข่ง และหลอกหลวงผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่มาประชุมเพื่อต้อนรับ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร ด้วยการนำรูปภาพของนายสมภพ มั่นคง ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ ที่ตัดต่อไว้กับรูปภาพบุคคลอื่นคู่กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. พร้อมแนวร่วมคนอื่นๆ เพื่อแสดงให้เห็นว่า นายสมภพ เป็นแนวร่วมกลุ่ม กปปส. โดยมีข้อความบนรูปภาพว่า "คุณสมภพบริจาค 2 ล้าน ต้านระบบทักษิณ ผู้สมัคร ส.ว.เบอร์ 5" พร้อมนำสำเนาภาพนั้นไปแจกจ่ายให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในตัวนายสมภพ เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนให้กับตัวเอง ซึ่ง กกต.ได้สั่งให้มีการดำเนินคดีอาญานายอริสมันต์ ในกรณีดังกล่าวด้วย
 
                           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ กกต.ได้สั่งเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง น.ส.วิลดา ไปแล้ว ในข้อหาหลอกลวงผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งให้เข้าใจผิด โดยแจ้งใบแนะนำตัว อ้างว่าสำเร็จการศึกษาในระดับดอกเตอร์
 
                           นายดุษฎี กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังสั่งให้มีการเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง และดำเนินคดีอาญากับนายศักดิ์ดา ศรีวิริยะไพบูลย์ ส.ว.ระนอง จากการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 57 จากกรณีรู้เห็นเป็นใจให้ผู้สนับสนุนนำปฏิทินประจำปี 2557 ที่มีภาพตราสัญลักษณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ ภาพนายวิรัช ร่มเย็น อดีต ส.ส.ระนอง และภาพของตนเอง พร้อมข้อความใต้ภาพว่า "อดีตผู้สมัคร ส.ว.ระนอง อดีตผู้ชำนาญการประจำตัว ส.ส.วิรัช ร่มเย็น พรรคประชาธิปัตย์" ไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชนใน จ.ระนอง เพื่อจูงใจผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง โดยทั้ง 2 กรณี กกต.จะส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณา หากศาลมีความเห็นตามที่ กกต.เสนอ ก็จะดำเนินคดีอาญาต่อไป
 
                           สำหรับสำนวนร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ส.ว. คงเหลือค้างการพิจารณา 1 สำนวน ส่วนคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ส.ส. 2 ก.พ. 57 เหลือ 5 สำนวน แบ่งเป็น สำนวนที่แล้วเสร็จรอการพิจารณาของ กกต. 2 สำนวน และอีก 3 สำนวนอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน คือ กรณีร้องคัดค้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีทัวร์นกขมิ้น และคดีการใช้สื่อของรัฐหาเสียงเลือกตั้งทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (เอ็นบีที) และคดีร้องคัดค้านเจ้าหน้าที่พรรคประชาธิปัตย์แถลงข่าวจงใจใส่ร้ายป้ายสีพรรคการเมืองอื่น และยังคงเหลือสำนวนร้องคัดค้านการเลือกตั้งท้องถิ่นอีก 86 สำนวน 
 
                           นายดุษฎี ยังกล่าวด้วยว่า สำนักงานได้มีการเตรียมการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย เพื่อรองรับรูปแบบการเลือกตั้งใหม่ ภายหลังรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีผลใช้บังคับ โดยนายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต.ด้านกิจการสืบสวนสอบสวน ได้ให้นโยบายแนวปฏิบัติกับด้านสืบสวนให้มีการปรับปรุงระเบียบสืบสวน และกำลังจัดทำคู่มือสืบสวนสอบสวน ต่อยอดจากการประชุมร่วมระหว่างด้านสืบสวนสอบสวนของสำนักงาน กกต. และผู้พิพากษาศาลฎีกาที่ จ.ภูเก็ต โดยร่างคู่มือดังกล่าว เมื่อแล้วเสร็จจะนำไปรับฟังความคิดเห็นจากอนุกรรมการวินิจฉัยเรื่องร้องเรียนและเรื่องร้องคัดค้าน จำนวน 25 คณะ ในวันที่ 26 ก.พ.นี้ เพื่อนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในเรื่องการจัดทำสำนวนจากอนุกรรมการวินิจฉัยฯ มาบรรจุในร่างคู่มือ ก่อนที่จะนำไปรับฟังความคิดเห็นอีก 9 ครั้ง ในพื้นที่ศาลอุทธรณ์ภาคทั่วประเทศ เพื่อรับฟังความคิดเห็นจาก กกต.จังหวัด และพนักงานสืบสวนสอบสวนประจำจังหวัด ซึ่งคาดว่าคู่มื่อสอบสวนดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในเดือน ส.ค.นี้ ทันต่อการเลือกตั้งครั้งต่อไป และเมื่อนำมาใช้จะทำให้การสืบสวนสอบสวนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อว่าจะนำมาพิจารณาใบเหลืองใบแดงอย่างรวดเร็วมากขึ้น 
 
                           นายดุษฎี กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ทางสำนักงาน กกต. ยังได้ศึกษาสิ่งที่เป็นปัญหาและอุปสรรคของการทำงาน และได้วิเคราะห์ถึงแนวทางการแก้ไข เพื่อให้การทำงานจัดการเลือกตั้งและการปราบปรามการทุจริตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเห็นว่า 1. การสืบสวนสอบสวนที่ล่าช้ามาจากการที่ กกต. ไม่มีอำนาจออกหมายเรียกพยาน จึงเรียกร้องให้มีการแก้ไขให้พนักงานสืบสวนของ กกต. เป็นพนักงานสืบสวนตามกฎหมายอาญา 2. ไม่มีกฎหมายคุ้มครองพยาน โดยคดีเลือกตั้งเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการเมือง การหาพยานทำได้อยาก เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลพยานมักกลับคำให้การ และ 3. การเสนอต่อศาลสั่งเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งผู้กระทำผิด เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลแล้วขอให้ศาลใช้สำนวนของ กกต.ในการพิจารณา เพื่อป้องกันพยานกลับคำให้การและทำให้การพิจารณาเป็นไปด้วยความรวดเร็ว
 
                           "ยืนยันว่า กกต.พยายามปรับปรุงการทำงานอยู่ตลอดเวลา และพยายามที่จะแก้ไขปัญาอุปสรรคต่างๆ เพื่อให้ทันกับรูปแบบการเลือกตั้งใหม่ที่จะมีขึ้น ซึ่งคิดว่าการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขปัญาหาต่างๆ เหล่านี้ จะทำให้การทำงานของ กกต.เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น"