ข่าว

'ตัวขับเคลื่อน'ค้างท่อชนวนบึ้ม'อาร์พีจี-7'

'ตัวขับเคลื่อน'ค้างท่อชนวนบึ้ม'อาร์พีจี-7'

10 ก.พ. 2558

'ตัวขับเคลื่อน'ค้างท่อ ชนวนบึ้ม'อาร์พีจี-7' : ทีมข่าวความมั่นคง

              อุบัติเหตุชิ้นส่วนเครื่องยิงลูกระเบิด "อาร์พีจี" เกิดทำงานขณะเจ้าหน้าที่กำลังทำการซ่อมบำรุงภายในอาคารส่วนควบคุมการซ่อมยุทโธปกรณ์ กรมสรรพาวุธทหารบก ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 5 ราย สร้างความอกสั่นขวัญแขวนได้เล็กๆ เพราะเกิดขึ้นหลังเหตุระเบิดบนทางเชื่อมสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยามได้ไม่นาน

               ที่สำคัญ ระเบิดชนิดนี้ยังเคยถูกนำมาใช้เมื่อครั้งชุมนุมทางการเมืองเมื่อหลายปีก่อนด้วย ก็ยิ่งทำให้เกิดความวิตกกังวลยิ่งขึ้นไปอีก !!

               ดังนั้น หลังเกิดเหตุกองทัพบกจึงได้ออกมาชี้แจงถึงสาเหตุของอุบัติเหตุดังกล่าวว่า เกิดขึ้นระหว่างการซ่อมบำรุงของเจ้าหน้าที่ช่างในอาคารโรงซ่อม ไม่ใช่เหตุระเบิดแต่อย่างใด โดย พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก ย้ำว่า อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นภายในหน่วยทหาร ไม่มีผลต่อบุคคลภายนอก และเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุโดยละเอียดต่อไป

               ด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ก็ชี้แจงตรงกันว่า ไม่ใช่การระเบิด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการซ่อมอุปกรณ์ชุดเครื่องยิงจรวดอาร์พีจี (ที่ไม่มีลูก) ของเจ้าหน้าที่ในโรงซ่อม และขณะที่ทำการซ่อมอยู่นั้นได้เกิดการจุดตัวของชุดขับเคลื่อนลูกจรวดที่อยู่ภายในกระบอกลำกล้องจรวดทำให้ชุดขับเคลื่อนพุ่งทะลุหลุดออกไปกระแทกอุปกรณ์เครื่องมืออื่นบริเวณใกล้เคียง และมีเศษชิ้นส่วนแตกกระจายทำให้มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จำนวน 5 นาย สำหรับผู้บาดเจ็บ 5 ราย เป็นช่างของโรงงานได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะต้องเย็บ 1 นาย ลำตัว 1 นาย อีก 3 นายจุก เนื่องจากแรงอัด

               ขณะที่ พล.ท.ธารี วุฒิพานิช เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก เผยว่า เหตุดังกล่าวเกิดจากการซ่อมบำรุงอาวุธอาร์พีจี-7 โดยช่างได้ใช้เครื่องมือถอดเครื่องยิง ซึ่งยังมีดินขับเคลื่อนอาร์พีจี-7 แต่ไม่มีหัวระเบิด และเกิดการผิดพลาดในการถอดดินขับเคลื่อนเกิดระเบิดทำให้บาดเจ็บเล็กน้อย 5 นาย ยืนยันว่าเครื่องยิงอาร์พีจีไม่เกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมือง เป็นการซ่อมบำรุงตามวงรอบปกติ

               ผู้เชี่ยวชาญในกองทัพอธิบายสาเหตุของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นว่า คาดว่าการระเบิดเกิดขึ้นในขณะที่เจ้าหน้าที่ช่างกำลังถอดส่วนหางของระเบิดอาร์พีจีที่ติดค้างอยู่กับชุดเครื่องยิงอาร์พีจี แต่อาจเกิดข้อผิดพลาดขึ้น จึงทำให้ชุดเครื่องยิงเกิดทำงาน เพราะส่วนหางของอาร์พีจียังมีดินขับ-ดินส่งอยู่ แต่โชคดีที่ไม่มีหัวระเบิด จึงทำให้ไม่เกิดการระเบิดขึ้น มีเพียง "แรงอัด" ที่ทำให้บาดเจ็บได้เท่านั้น

               ผู้เชี่ยวชาญคนเดิมระบุว่า กระบวนการดังกล่าวเป็นการถอดชิ้นส่วนที่ยังมีดินระเบิดอยู่ออกเพื่อความปลอดภัยในระหว่างการเก็บรักษา และขนส่งในระหว่างการรอนำไปทำลาย ซึ่งปกติจะมีความปลอดภัยสูงมาก ไม่ค่อยเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้น ซึ่งก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า อุบัติเหตุเกิดขึ้นจากสาเหตุใด เพราะไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ

               เมื่อถามว่า ระเบิดที่เก็บในกรมสรรพาวุธเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดในทางการเมืองหรือไม่ เขาตอบว่า ไม่เกี่ยวข้องกัน เพราะระเบิดในเหตุชุมนุมทางการเมืองถือเป็น "ของกลาง" ในทางคดีอาญา ดังนั้น การเก็บรักษาของกลางจึงเป็นหน้าที่ของตำรวจ ส่วนเครื่องยิงอาร์พีจีที่เก็บรักษาภายในกรมสรรพาวุธเป็นการส่งมาเก็บรักษา และถอดทำลายตามระบบของหน่วยทหาร ไม่ใช่ระเบิดการเมือง

               แหล่งข่าวภายในกรมสรรพาวุธอีกรายเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ช่างโรงงานกำลังตรวจสอบสภาพเครื่องยิงอาร์พีจี-7 เนื่องจากในลำกล้องของอาร์พีจี-7 มีดินปืนตกค้างอยู่ และเกิดความผิดพลาดขึ้นในระหว่างการถอดออกมา ทำให้เกิดการปะทุขึ้นมา

               เขาอธิบายว่า อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นจากความผิดพลาดที่เรียกกันหมู่สรรพาวุธว่า "กระสุนด้านใน" ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากยิงลูกระเบิดอาร์พีจี-7 ไปแล้ว แต่ไม่ทำงานทั้งระบบ ทำให้ส่วนที่ขับเคลื่อนติดค้างอยู่ภายในกระบอกปืน

               "ความจริงแล้วการยิงระเบิดอาร์พีจี-7 จะทำงาน 2 ที ซึ่งในการยิงเรามักจะเห็นเหมือนเป็นการยิงทีเดียว แต่ในความเป็นจริงคือมีการยิง 2 ที โดยการยิงทีแรกเพื่อให้หัวกระสุนพ้นจากลำกล้องไปก่อนประมาณ 15-20 เมตร จากนั้นส่วนที่ 2 จะขับเคลื่อนลูกออกตามไป เพราะถ้ายิงทีเดียวทั้ง 2 ส่วนออกไปพร้อมกันจะทำให้เกิดการระเบิดขึ้นได้"

               แหล่งข่าวกรมสรรพาวุธชี้ว่า การใช้ลูกระเบิดอาร์พีจี-7 ถ้าใช้อย่างถูกวิธีจะไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าใช้แล้วเกิดปัญหาดังกล่าว คือ เมื่อยิงแล้วมีเพียงหัวกระสุนออกไป แต่ตัวขับเคลื่อนยังตกค้างอยู่ในลำกล้องถือว่าอันตรายมากหากการดำเนินการของช่างไม่มีความชำนาญเพียงพอ

               "คาดว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นในระหว่างการซ่อมบำรุง แต่เกิดความผิดพลาดทำให้ตัวขับเคลื่อนด้านในของลูกระเบิดที่ยังตกค้างอยู่เกิดทำงานทำให้เกิดระเบิดขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานถือว่าค่อนข้างมีความเสี่ยง เพราะลูกระเบิดอาร์พีจี-7 มีจำนวนมาก"

               ดังนั้น อุบัติเหตุดังกล่าวจึงเกิดขึ้นในระหว่างการซ่อมบำรุงตามปกติ ไม่ใช่เหตุที่เชื่อมโยงในทางการเมือง โดยระเบิดอาร์พีจี-7 จะถูกนำมาซ่อมบำรุงในกรมสรรพาวุธทหารบกทั้งหมด เพื่อดำเนินการถอดทำลาย โดยช่างที่ทำงานจะมีอยู่ 2 ส่วน คือ 1.ช่างที่ตรวจสอบ และทำความสะอาดตามธรรมดา และ 2. ช่างถอดละเอียด ที่มีการแกะทุกชิ้นโดยละเอียดแล้วทำการจดบันทึก

               อย่างไรก็ตาม เขาปฏิเสธว่า ระเบิดดังกล่าวไม่ได้มาจากการชุมนุมทางการเมือง แต่จะนำมาจากหน่วยงานทางด้านการทหารทั่วประเทศ และส่งให้กรมสรรพาวุธทหารบก เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งถือว่าโชคดีที่ไม่มีส่วนหัวของระเบิด มิเช่นนั้นจะมีอานุภาพทำลายล้างสูงมากถึงขนาด "ทำลายรถถัง" ได้สบายๆ