
ป.ป.ช.เชื่อศาลฎีกาฯไต่สวนคดีปูไม่นาน
ป.ป.ช.เชื่อศาลฎีกาฯไต่สวนคดีปูไม่นาน วิชายันป.ป.ช.ทำคดีมีมาตรฐานเดียว เผยคดีสลายชุมนุมแดง-โรงพักเตรียมสรุปเร็วๆนี้
9ก.พ.2559 นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาสำนวนถอดถอน 268 อดีตส.ส. กรณีแก้รัฐธรรมนูญเรื่องที่มาของ ส.ว.ว่า ขณะนี้คณะอนุกรรมการไต่สวนคดีดังกล่าว ได้รวบรวมพยานหลักฐานเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว คาดว่าจะส่งเรื่องให้ที่ประชุมป.ป.ช.พิจารณาได้ประมาณกลางเดือนก.พ. หากป.ป.ช.มีมติถอดถอนก็จะส่งเรื่องมาให้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ดำเนินการถอดถอนได้ในปลายเดือนก.พ.
ส่วนกรณีการดำเนินคดีอาญากรณีการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกันนั้น ประธานป.ป.ช. กล่าวว่า คาดว่า จะดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเสียบบัตรแทนกันได้ 5 คน ส่วนกรณีการยื่นฟ้องนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญา กรณีสั่งสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ปี 2551 โดยมิชอบนั้น ป.ป.ช.ได้ยื่นฟ้องคดีดังกล่าวต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วยตัวเอง เนื่องจากอัยการสูงสุดไม่ยอมสั่งฟ้องให้ ซึ่งศาลฎีกาฯจะพิจารณาว่า จะรับฟ้อง คดีนี้หรือไม่ในวันที่ 24 ก.พ.
ด้านนายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีที่อัยการสูงสุดระบุเตรียมจะส่งฟ้องน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในโครงการรับจำนำข้าว ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในวันที่ 19 ก.พ.ว่า เมื่ออัยการสั่งฟ้องคดีแล้ว ก็จะประสานมายังป.ป.ช.ให้แจ้งไปยังน.ส.ยิ่งลักษณ์ในฐานะผู้ถูกกล่าวหารับทราบ จากนั้นหากศาลฎีกาฯ มีคำสั่งรับคำฟ้อง และตั้งองค์คณะตุลาการขึ้นมาวินิจฉัยคดีแล้ว คดีทั้งหมดจะอยู่ในอำนาจศาล ซึ่งจะมีการนัดพิจารณาไต่สวนคดีเป็นครั้งแรก หลังจากนั้นน.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ต้องเดินทางไปชี้แจงต่อศาลฎีกาฯ คาดว่าการพิจารณาของศาลฎีกาฯไม่น่าจะใช้เวลานาน อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับประเด็นการต่อสู้ของผู้ถูกกล่าวหา ว่าจะมีการยื่นเอกสารหลักฐานหรือพยานบุคคลเพิ่มเติมหรือไม่
ขณะที่นายวิชา มหาคุณ กรรมการป.ป.ช. กล่าวว่า กรณีการห้าม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางออกนอกประเทศ คงต้องไปถาม คสช. ที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ ส่วนกระแสข่าวน.ส.ยิ่งลักษณ์ จะขอลี้ภัยทางการเมือง มองว่ายังไกลเกินไป เพราะเรื่องยังไม่ไปถึงขั้นนั้น ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยระบุว่า ป.ป.ช.ทำงาน 2 มาตรฐาน เนื่องจากไม่เร่งไต่สวนคดีการสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงปี 2553 และคดีทุจริตการก่อสร้างโรงพักทดแทน 396 แห่ง ในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์นั้น ยืนยันว่า ป.ป.ช.ทำงานเพียงมาตรฐานเดียว แต่ทั้งสองคดีอยู่ระหว่างการพิจารณา คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆนี้
ป.ป.ช.นำคณะ UNCAC เข้าพบปธ.สนช.
ทั้งนี้เมื่อเวลา 14.30 น. นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) นำคณะผู้แทนรัฐผู้ทำหน้าที่ประเมินติดตามการปฏิบัติตามพันธกรณีอนุสัญญาต่อ ต้านการทุจริต (UNCAC) เข้าเยี่ยมคาราวะนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เพื่อขอยื่นแก้กฎหมายเกี่ยวกับการอนุวัฒน์กฎหมายตามเงื่อนไของค์การอนุสัญญา สหประชาชาติ โดยมีสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติและผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภานิติบัญญัติแห่งชาติให้การรับรอง
นายปานเทพ กล่าวภายหลังการเข้าพบว่า ป.ป.ช.ให้ความสำคัญกับการอนุวัฒน์กฎหมายตามเงื่อนไขของสหประชาชาติ จึงเชิญตัวแทน UNCAC มาพบประธานสนช. เพื่อยืนยันว่า ป.ป.ช.ให้ความสำคัญกับการอนุวัฒน์กฎหมาย เนื่องจากเห็นว่า การอนุวัฒน์กฎหมายตามอนุสัญญาสหประชาชาตินั้น มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะประเทศไทยเป็นสมาชิก จึงต้องแก้กฎหมายให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งนายพรเพชรก็รับเรื่องไว้ และรับปากว่า จะรีบดำเนินการเพื่อเสนอกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การประชุมสนช.ต่อไป หากกฎหมายดังกล่าวผ่านการพิจารณาจากสนช. จะแสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญเรื่องการต่อต้านการทุจริตในระดับสากลด้วย



