
ประวิตรชี้ห้ามปูไปฮ่องกงเหตุอสส.จ่อฟ้องคดี
ประวิตรแจงบึ้มพารากอนคืบ70%ติงสื่ออย่ามโน ชี้ห้ามปูไปฮ่องกงเหตุอัยการสูงสุดจ่อฟ้องคดี ตร.ตั้งเงินรางวัลนำจับหัวหน้าขบวนการบรรพต
9ก.พ.2558 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีเหตุระเบิดที่สยามพารากอนว่า มีความคืบหน้าเยอะเเล้ว ประมาณ70% ก็พอที่จะทราบความชัดเจนว่าระเบิดมาจากจุดใด "ผมอยากให้จับคนร้ายได้ อยากจับให้ได้เดี๋ยวนี้เลยด้วย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็พยายามอยู่ กำลังดำเนินการอยู่" รองนายกรัฐมนตรี กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมา เวลาเกิดเหตุระเบิดขึ้น มักจะจับกุมคนร้ายไม่ได้ รมว.กลาโหม กล่าวว่า คงมโนไปเอง บางทีจับได้ก็มี ไม่ได้ก็มี ซึ่งตอนนี้เรากำลังติดตามอยู่ เป็นเรื่องธรรมดาที่คนทำผิดต้องหลบหนี ส่วนกรณีที่ระบุชื่อคนร้ายได้เเล้วตามกระเเสข่าวนั้น ตนยังไม่ทราบ ชื่อก็คือชื่อ ไม่รู้ว่าออกมาได้อย่างไร อย่างไรก็ตามเราดูเรื่องข้อเท็จจริงมากกว่า ใครเขียนก็เขียนไป เเต่ส่วนใหญ่มโนเขียนกัน คิดไป วิเคราะห์ไป จนทำให้เกิดความวุ่นวายในโลกโซเชียลมีเดีย ดูเเล้วมันไม่ใช่เรื่องจริง ประมาณเเปดสิบถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่เรื่องจริง
ผู้สื่อข่าวถามว่า พอที่จะทราบข้อเท็จจริงหรือยัง พล.อ.ประวิตร กล่าวตอบว่า เป็นการคาดการณ์ว่า น่าจะมาจากทางการเมือง เเต่ก็ยังไม่ฟันธง พอจับคนร้ายได้ ก็จะทราบว่าเป็นกลุ่มไหนอย่างไร ขณะที่ทางการข่าว จะมีการก่อเหตุขึ้นอีกหรือไม่นั้น เดิมที การข่าวดังกล่าวเราเเทบจะไม่พบเจอเลย ซึ่งตนก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่าจะมีการก่อเหตุอีกหรือไม่
เมื่อถามย้ำว่า คนร้ายยังอยู่ในประเทศไทยมั้ย รองนายกรัฐมนตรี ย้อนว่า ทำไมถามอย่างนี้ล่ะ ตนไม่ได้เป็นคนร้ายที่หลบหนี จะรู้ได้ไง ถามได้ยังไง ใครจะรู้ ถ้ารู้ก็ไปตามจับมาเเล้ว อย่าถามเเบบนี้อีก
"รอให้จับคนร้ายได้ก่อนเเล้วจะตอบ เอาเรื่องจริงดีกว่า อย่าไปคิด อย่าไปคาด ไปมโนเนี่ยเเหละ ทำให้วุ่นวายกันไปหมด ปรองดองไม่ได้ เราพยายามทำทุกอย่างไม่ให้เกิดความขัดเเย้ง" พล.อ.ประวิตร กล่าวเเละว่า ทางรัฐบาล และคณะรักษาความสงบเเห่งชาติ(คสช.) ก็ร่วมกัน เพื่อไม่ให้เกิดความขัดเเย้ง ทุกเหตุการณ์ตั้งเเต่ก่อนรัฐประหาร 22 พ.ค.57 ที่ผ่านมา เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด หลังจากนั้น คสช.จะเป็นผู้รับผิดชอบ
ต่อข้อถามที่ว่า ถ้ามาจากทางการเมืองจริง ฝ่ายความมั่นคงจะมีการเฝ้าจับตากลุ่มตรงข้าม อย่างไรบ้าง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มีจับตา เราไม่ทำอะไรที่เกิดความขัดเเย้ง ต้องทำให้เกิดความสงบ อย่ามาสร้างความวุ่นวาย รัฐบาลพยายามเเก้ปัญหาในทุกมิติ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ทำงาน จนไม่ได้หลับได้นอน เพื่อเเก้ปัญหาให้ประชาชน
ชี้ห้าม‘ปู’ไปฮ่องกงเหตุอัยการสูงสุดจ่อฟ้องคดี
พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงกรณีที่ที่คณะรักษาความสงบเเห่งชาติ(คสช.) ไม่อนุญาตให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางออกนอกประเทศว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการของอัยการสูงสุด(อสส.)ซึ่งคสช.ได้สอบถามไปยังอสส.เเล้วเห็นว่า ยังเป็นเรื่องที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม รูปคดี และกฏหมาย ไม่ได้เป็นเรื่องของคสช.ส่วนกรณีที่ทนายของพรรคเพื่อไทย ออกมาโต้เเย้งว่าคสช.ไม่มีสิทธิ์ในคดีนี้นั้น ก็เป็นเรื่องที่ถูกเเล้วคสช.ก็ไม่ได้โต้เเย้งอะไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า อัยการสูงสุดให้ข้อกังวลต่อรูปคดีหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็เป็นในเรื่องรูปคดีที่ยังกังวลอยู่ ส่วนจะมีการหลบหนีคดีหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ ต้องไปถามอัยการสูงสุด ตนตอบเเทนไม่ได้
ตร.ตั้งเงินรางวัลนำจับหัวหน้าขบวนการ‘บรรพต’
เมื่อเวลา 13.00น. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติแถลงข่าวผู้ต้องหาที่เป็นผู้ผลิตคลิปเสียงหมิ่นสถาบันชื่อว่า "บรรพต" Banpodj หลังตำรวจได้สืบสวนขยายผลจนทราบตัว และขออนุมัติศาลออกหมายจับ นายหัสดิน อุไรไพรวัน ผู้ที่เป็นหัวหน้าขบวนการและเป็นผู้ผลิตคลิปเสียงเล่าเรื่องแนวคิดหมิ่นสถาบัน
พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่าหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารได้สนธิกำลังร่วมกันตรวจค้นบ้านนายหัสดิน เมื่อวันที่6ก.พ.ที่ผ่านมา พบอุปกรณ์การผลิตสื่อ คอมพิวเตอร์ เอกสารทางการเงิน เอกสารของเครือข่าย และแผ่นซีดีจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่าบรรพตเป็นโปรดักชั่นเฮ้าส์ใหญ่ที่ผลิตและจำหน่ายซีดีหมิ่นสถาบันมีรายรับเข้ามามากกว่า1แสนบาทต่อเดือน โดยทำกันเป็นขบวนการ ซึ่งหลังจากนี้จะร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ในการตรวจสอบเส้นทางเงินและ อายัดทรัพย์สินต่อไป พร้อมขยายผลดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องหรือให้การสนับสนุนเครือข่ายนายบรรพต
"สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำหนดเงินรางวัลนำจับกับผู้แจ้งเบาะแส จนนำไปสู่การจับกุมนายบรรพต จำนวน2แสนบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่มีข้อมูลว่านายหัสดินยังคงหลบหนีอยู่ในกรุงเทพฯ และจากการสืบสวนพบว่านายบรรพตเคยเข้าร่วมการชุมนุมกับกลุ่ม นปช.ด้วย" พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าว
พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวต่อว่าก่อนหน้านี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการจับกุมผู้ต้องหาในเครือข่ายบรรพตไปแล้ว 4คน ต่อมาเมื่อวันที่6 ก.พ. 58 ได้ขยายผลเพิ่มเติม โดยจับกุมนางสาวสายฝน อินทสร ผู้ทำหน้าที่เปิดบัญชีสนับสนุนเงินช่วยเหลือเครือข่ายบรรพต และ จับกุมนายนที ผสมทรัพย์ ผู้ทำหน้าที่ส่งสินค้าและซีดีคลิปเสียงบรรพต และนำตัวส่งฝากขังศาลทหารเมื่อวันที่7ก.พ.ที่ผ่านมา ในความผิดฐานสนับสนุนผู้กระทำผิดกรณีหมิ่นเบื้องสูง ตามมมตรา112และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง



