ข่าว

'เดชา ด้วงชนะ'นักรบในเปลวเพลิง

'เดชา ด้วงชนะ'นักรบในเปลวเพลิง

09 ก.พ. 2558

'เดชา ด้วงชนะ'นักรบในเปลวเพลิง : พรรณทิพา จิตราวุฒิพรรายงาน

               หลังจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ ชั้น 10 ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ รัชโยธิน เมื่อคืนวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ถึงแม้ตำรวจจะเร่งหาสาเหตุเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ยังไม่ได้ แต่ความสูญเสียของชีวิตเจ้าหน้าที่อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน หลักสี่ ที่ยอมเอาชีวิตเข้าไปช่วยในการดับไฟครั้งนี้ จนตัวเองไม่สามารถนำชีวิตรอดออกมาจากเหตุการณ์ได้ แต่ภาพแห่งความดี การเสียสละครั้งนี้ จะต้องถูกจารึกเอาไว้ว่า เป็น "นักรบในเปลวเพลิง" ของคนไทยตลอดไป


               คลิปเสียงสุดท้ายที่วิทยุสื่อสารของศูนย์วิทยุชาลีกรุงเทพ สามารถบันทึกไว้ได้ขณะที่ "เดชา หรือ ตั้ม ด้วงชนะ" เจ้าหน้าที่อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน หลักสี่ ที่ระบุคำว่า "ช่วยผมด้วย ผมไม่ไหวแล้ว" ในระหว่างเข้าไปดับเพลิงที่สำนักงานใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ โดยได้วิทยุสื่อสารกับศูนย์วิทยุชาลีกรุงเทพก่อนที่สัญญาณวิทยุจะขาดหายไปเมื่อคืนที่ผ่านมา

               ชุดทำงานของเดชาคือเจ้าหน้าที่อาสาสมัครชุดแรกที่เข้าไปดับเพลิงที่อาคารดังกล่าวบริเวณชั้น 7 ก่อนที่จะสำลักควัน ขาดอากาศหายใจและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

               "ชุติมา จะโนภาษ" มารดาของเดชา ยังคงทำใจไม่ได้ต่อการสูญเสียบุตรชายคนโตวัย 34 ปี หากแต่เมื่อนึกย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน เธอยอมรับว่า ภูมิใจกับลูกคนนี้เสมอมา เพราะตั้งแต่เด็ก ตั้มมีนิสัยชอบช่วยเหลือคน หรือแม้กระทั่งสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุหรือจากการเจ็บป่วย อื่นๆ เมื่อโตขึ้นนิสัยใจคอของเขาแต่เด็ก จึงเป็นแรงผลักดันให้เข้าไปทำงานอาสาสมัครของ อปพร.หลักสี่ และก็ทำมานานกว่า 10 ปีแล้ว ไม่เพียงเท่านั้น เดชายังเป็นเจ้าหน้าที่ฝึกสอนอาสาสมัครคนอื่นๆ ไปพร้อมกันอีกด้วย

               เดชา ยังมีน้องชายร่วมสายเลือดอีกคนหนึ่ง ซึ่งทำงานเพื่อสังคมในฐานะ อปพร.เหมือนกัน แม่ของเดชาเล่าว่า ยามเมื่อเดชามีปัญหาอะไรก็จะปรึกษาหารือกับน้องชายคนนี้ ถือว่าเป็นเรื่องน่าปลื้มใจอย่างที่สุดที่พี่น้องทั้งสองช่วยเหลือเกื้อกูล ทุ่มเทกำลังใจและกำลังกายให้กันและกันมาโดยตลอด ไม่เคยมีใครบ่นว่าเหนื่อยให้ได้ยินสักครั้งเดียว

               "ไม่คิดว่าลูกชายจะจากไปเร็วเช่นนี้ แต่ก็สังหรณ์ใจอยู่เหมือนกันว่า สักวันหนึ่งลูกชายอาจจะต้องจากไป เพราะงานที่ลูกทำเป็นงานที่เสี่ยงและอันตรายมาก แต่ก็เข้าใจลูก เพราะลูกชอบช่วยเหลือคนอื่นมาตั้งแต่ยังเล็ก" ชุติมา ย้ำ

               อาสาสมัครด้านอื่นอาจมีโอกาสได้พกพาอาวุธ แต่สำหรับอาสาดับเพลิงแล้ว คู่มือเคียงกายของพวกเขาคือขวาน ที่ต้องพกอยู่ข้างกายเกือบตลอดเวลา เพราะทุกครั้งที่เกิดเหตุไฟไหม้ ขวานจะเป็นอุปกรณ์สำคัญที่จะเข้าไปช่วยเหลือคนเคราะห์ร้าย "บางครั้งคนก็มองว่า ถือขวาน มันบ้าหรือเปล่า แต่ทุกเหตุการณ์ที่ไฟไหม้เขาจะบอกเสมอว่า ขวานเป็นสิ่งสำคัญ"
               
               มีอยู่หลายครั้งที่เดชาต้องประสบอุบัติเหตุจากการเข้าไปช่วยเหลือคนในเหตุการณ์เพลิงไหม้ จนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด แต่นั่นก็ไม่ใช่อุปสรรคขวางกั้นไม่ให้เขาก้าวเดินต่อไปในอาชีพที่เลือกแล้วและรักมันยิ่งชีพ
               
               "อย่างปีที่ผ่านมาเคยตกจากชั้น 2 ลงมาด้านล่าง แขนขาช้ำไปหมด พักรักษาตัวไม่นานก็ออกไปช่วยเหลือคนอีก เคยเตือนเขาเสมอให้ระวังตัวตลอด แต่ลูกชายบอกจะขอตายในหน้าที่ เพราะเป็นสิ่งที่เขารัก ถึงแม้ว่าเงินจะไม่ได้มาก แต่เขาก็ทุ่มเท จึงอยากบอกกับลูกเป็นครั้งสุดท้ายว่า ลูกมีความกล้าหาญมาก แม่ภูมิใจในตัวลูกเสมอ" มารดาของเดชา กล่าว

               ไม่ต่างจากความรู้สึกของ พรหมเมศวร์ หิ้นตั้ว เพื่อนอาสาร่วม อปพร.หลักสี่ ที่เข้าไปช่วยดับเพลิงที่ตึกธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทของเดชามานานกว่า 10 ปี ยอมรับว่า เดชาเป็นทั้งเพื่อนทั้งพี่ ที่ทุ่มเททั้งกำลังใจและกำลังกายในการช่วยเหลือประชาชน ไม่ว่าจะมีเหตุที่ไหนเวลาใด เดชาจะเข้าไปช่วยเหลือทุกที่โดยที่ไม่เคยปริปากบ่นว่าเหนื่อยสักครั้ง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเชื่อว่า เดชาคงอดหลับอดนอนมานานหลายวัน ทำให้สภาพร่างกายไม่พร้อม ประกอบกับควันไฟมีมาก รวมทั้งอากาศในถังออกซิเจนก็หมดลง ทำให้เดชาสำลักควันและขาดอากาศหายใจ

               "ก่อนหน้าที่เขาจะเข้าไปดับเพลิงในงานเมื่อคืนนี้ เขาก็แทบไม่ได้นอนมานานหลายวันแล้ว เพราะเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง เรียกได้ว่า เขาทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อเกิดเหตุขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเหตุเล็กหรือเหตุใหญ่เขาก็จะไปช่วยเหลือทันที และสิ่งที่เขาขาดไม่ได้ก็คือขวานประจำกาย ที่จะต้องพกติดตัวตลอด รวมไปถึงไฟฉายมีทุกชนิดทุกประเภท ถังก๊าซออกซิเจน ถุงผ้า จะพกติดตัวเสมอ เรียกได้ว่าเป็นคนทำงานรอบคอบ ไม่ว่าจะเหตุไหนเขาจะไปถึงคนแรกและกลับคนสุดท้าย จนกว่ารถดับเพลิงจะออกไปหมด เพื่อดูว่างานเสร็จเรียบร้อย และงานทุกงานที่มีประสบการณ์ก็จะถ่ายทอดให้น้องๆ ได้เรียนรู้ต่อไป เพื่อนำมาปรับใช้ในงานจริง เรียกได้ว่า เป็นครูอีกคน" พรหมเมศวร์ บอกเล่าเรื่องราวของเพื่อนผู้จากไปกะทันหัน

               สำหรับพิธีสวดพระอภิธรรมศพเดชา จะสวดทั้งหมด 4 คืน ตั้งแต่คืนวันที่ 8 จนถึงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่ศาลา พี.ที.เค. วัดหลักสี่ และจะมีพิธีฌาปนกิจวันที่ 12 กุมภาพันธ์ เวลา 17.00 น.