ข่าว

'ปล่อยลูกเรียนรู้สร้างอนาคตสดใส'

'ปล่อยลูกเรียนรู้สร้างอนาคตสดใส'

09 ก.พ. 2558

'ปล่อยลูกเรียนรู้สร้างอนาคตสดใส' : ไลฟ์สไตล์ เรื่อง-ภาพ... นพพร สาหร่ายรักษ์

 
 
          อย่างที่เราทราบกันดีว่า เด็ก คือ อนาคตของชาติ เป็นความหวังของพ่อแม่ที่เฝ้ามองการเจริญเติบโตของลูกน้อยอย่างช้าๆ หวังเห็นอนาคตที่สดใสมีหน้าที่การงาน แต่จะให้เป็นอย่างที่หวังได้ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยการเลี้ยงดูเช่นกัน ทาง "เอส - 26 โปรเกรส โกลด์" ผลิตภัณฑ์นมผงสำหรับเด็กได้เปิดแคมเปญภายใต้ชื่อ "ปล่อยลูกเรียนรู้ สร้างลูกเปลี่ยนโลก" เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับพ่อแม่ยุคใหม่ ที่ลานอีเดน ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันก่อน 
 
          รัชดา อภิรมย์เดช ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดธุรกิจไวเอท นิวทริชั่น กล่าวว่า เชื่อว่าการที่คุณพ่อคุณแม่ปล่อยลูกให้เรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัว จะเป็นการสร้างพัฒนาการ เสริมสร้างศักยภาพสมองที่ดีให้กับลูก มากกว่าการที่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องเรียน ซึ่งเหมือนเป็นการเตรียมความพร้อมให้เด็กสามารถลองคิดเอง ลองผิดลองถูก และสามารถปรับตัวให้เข้ากับโลกยุคปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาได้อย่างดี 
 
          ด้าน พญ.เกศินี โอวาสิทธิ์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรม โรงพบาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ เผยว่า โลกในยุคปัจจุบันเปลี่ยนไปไวมาก ดังนั้นการเลี้ยงดูลูกจึงมีปัจจัยต่างๆ ที่แตกต่างออกไปจากเดิมาก ซึ่งต้องเน้นการส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้ อย่าง พื้นฐานทางพันธุกรรม พ่อแม่คู่ไหนก็ตามมีไอคิวดีลูกที่เกิดมามีโอกาสสูงที่จะไอคิวดีไปด้วย แต่ก็ไม่แน่นอน 100 เปอร์เซ็นต์ เรื่องพื้นฐานอารมณ์ของเด็ก บางคนเลี้ยงดูง่าย บางคนเลี้ยงดูยาก เด็กแต่ละคนเกิดมามีสไตล์การเรียนรู้ที่แตกต่างกันไป อย่างเด็กบางคนชอบนั่งอยู่กับที่เพื่ออ่านหนังสือ หรือบางคนเรียนรู้ผ่านการเคลื่อนไหวได้ลงมือทำสิ่งต่างๆ ส่วนในเรื่องการเลี้ยงดูพ่อแม่สมัยใหม่ต้องปรับทัศนคติในการดูแลลูก เด็กต้องได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง ตาดู หูฟัง มือหยิบจับ ปากชิม กายสัมผัส เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่น่าจดจำ ทำให้มีความมั่นใจในตัวเอง ความคิดสร้างสรรค์ โดยที่มีพ่อแม่วางกรอบดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ใช่ขีดเส้นทางชีวิตให้แล้วลูกจะต้องเดินตามเส้นทางนั้นเท่านั้น 
 
          "สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ เรื่องโภชนาการทางอาหาร อาหารกาย กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ สภาวะแวดล้อมอากาศที่บริสุทธิ์ก็เป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน ส่วนอาหารใจ เด็กต้องการคำชมเมื่อทำสิ่งที่ถูกต้อง คำปลอบโยนในเวลาทำพลาด เสียงเชียร์และกำลังใจให้ลุกขึ้นสู้ในยามท้อแท้ พ่อแม่เป็นคนสำคัญเด็กจะโตมาแบบไหนขึ้นอยู่ที่การเลี้ยงดู อยากให้ลูกเป็นคนที่กล้าคิดกล้าทำหรือแค่จะให้อยู่แค่เส้นที่ขีดไว้พ่อและแม่ล้วนแต่เป็นคนที่กำหนด" คุณหมอให้คำแนะนำ
 
          ส่วน สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ นักเขียนหนังสือที่รู้จักกันในนามปากกว่า "นิ้วกลม" กล่าวว่า ตัวเองเติบโตมาในครอบครัวที่ไม่มีรสนิยมที่ชัดเจน  รู้สึกโชคดีที่เกิดมาในครอบครัวแบบนี้ เปรียบเสมือนสนามโล่งๆ ให้ได้วิ่งเล่นเรียนรู้สิ่งที่ตัวเองสนใจได้ลองคิด ลองลงมือทำเอง พ่อและแม่ก็ให้การสนับสนุนทุกเรื่องที่สนใจ ได้ลองเป็นอะไรหลายๆ อย่าง สุดท้ายค้นหาสิ่งที่ชอบเห็นศักยภาพในตัวเอง การเรียนรู้เป็นสิ่งที่สำคัญมากกับชีวิตคน ชีวิตจะสนุกขึ้นเมื่อเราเปลี่ยนโลกของตัวเองได้
 
          "คิดว่าพ่อแม่ที่มีลูกในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมและหมุนเร็วมาก จนกระทั่งคำว่าอาบน้ำร้อนมาก่อนคงใช่ไม่ได้แล้ว เมื่อก่อนพ่อแม่อาจมีแบบอย่างหนึ่งที่ถูกต้องมาสอนลูกและต้องทำตามในสิ่งที่กำหนดนั้น แต่ยุคสมัยนี้มันอาจจะไม่เป็นแบบนั้นแล้วก็ได้ พ่อแม่ควรให้ทักษะในการคิดของลูก ให้ลูกได้ลงมือทำ ไม่สามารถสอนความรู้อะไรที่จะสามารถใช้ได้กับโลกที่หมุนเร็วแบบนี้ และในวันพรุ่งนี้สิ่งที่สอนไปอาจใช้ไม่ได้แล้ว ถ้าลูกคิดเป็นไม่ว่าโลกจะหมุนเร็วขนาดไหนเขาก็จะสามารถรับมือกับมันได้อย่างแน่นอน" นิ้วกลมให้ข้อคิดปิดท้าย 
 
.......................................
(หมายเหตุ 'ปล่อยลูกเรียนรู้สร้างอนาคตสดใส' : ไลฟ์สไตล์ เรื่อง-ภาพ... นพพร สาหร่ายรักษ์)