
ป.ป.ช.ยื่นฟ้องสมชาย-บิ๊กจิ๋วคดีสลายม็อบ51
08 ก.พ. 2558
"วิชา" เผย "ป.ป.ช." ยื่นฟ้อง "สมชาย-บิ๊กจิ๋ว" พ่วง "ครม." คดีสลายม็อบ 51 เอง หลัง "อสส." ไม่สั่งฟ้อง ลุ้น ศาลฏีกาฯนักการเมือง สั่งฟ้องหรือไม่เร็วๆ นี้
วันที่ 8 ก.พ.58 นายวิชา มหาคุณ กรรมการและโฆษกคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดฟังคำสั่งในคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี สั่งสลายการชุมนุมปี 2551 ในวันที่ 24 ก.พ. นี้ ว่า เรื่องนี้เมื่ออัยการสูงสุด (อสส.) ไม่ดำเนินการสั่งฟ้อง ทาง ป.ป.ช.ก็ต้องดำเนินการฟ้องร้องเอง โดยให้ทนายความดำเนินการฟ้องร้อง ส่งไปที่ศาลแล้ว และศาลก็นัดพิจารณาว่าจะรับฟ้องหรือไม่
นายวิชา กล่าวต่อว่า กระบวนการที่ ป.ป.ช.ดำเนินการไต่สวนมาในเรื่องนี้มีความครบถ้วนสมบูรณ์ โดยมีข้อสรุปของทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนที่สรุปรายงานมาให้ด้วย และยังมีข้อสรุปของรัฐสภามาประกอบกันหลายส่วน แม้แต่ของผู้เชี่ยวชาญ และศาลปกครองที่เคยชี้ในเรื่องนี้ด้วยว่ากรณีกระทำการสลายการชุมนุมนั้นเกินขอบเขตหรือไม่อย่างไร ซึ่งเป็นข้อมูลที่ทำให้ป.ป.ช.มีความมั่นใจ
เมื่อถามว่า ในคดีดังกล่าวฟ้องร้องเฉพาะนายสมชายคนเดียวหรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า นอกจากนายสมชายก็จะมีพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และครม.ในสมัยนั้น อย่างไรก็ตาม ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนรอฟังว่าศาลรับพิจารณาหรือไม่ เท่าที่ทราบศาลนัดเร็วๆ นี้ จำวันที่ไม่ได้แน่ชัด หากศาลสั่งออกมาก็ต้องเริ่มกระบวนการเตรียมสำนวนและอะไรต่ออะไร ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของทนายความ ซึ่งป.ป.ช.ได้ส่งให้ทนายหมดแล้ว
"วิชา" ปลุกประชาชนตื่นตัว ผนึกกำลังช่วยป.ป.ช.ปราบโกง
นายวิชา กล่าวถึงกรณีที่ ป.ป.ช.ต้องการให้ประชาชนหันมาช่วยกันร่วมแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น ว่า ประชาชนต้องมีความตื่นตัว ร่วมแรงร่วมใจกับ ป.ป.ช.ในการทำงานเป็นเครือข่าย โดยเฉพาะเรื่องการแจ้งเบาะแส ไม่ทอดทิ้ง สนับสนุน เคลื่อนไหวเพื่อให้เห็นว่าประชาชนเป็นเกราะกำบังให้ ป.ป.ช. และถึงแม้ว่ากรรมการ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบันที่จะมีหลายคนต้องพ้นตำแหน่งไป ประชาชนก็ยังจะสนับสนุนการทำงานของ ป.ป.ช.ต่อไป ช่วยให้ประเทศไทยใสสะอาด ปราศจากทุจริต ซึ่ง ป.ป.ช.ก็ต้องทำให้ประชาชนเห็นว่าเราเป็นคนที่ไว้วางใจได้ เชื่อถือได้ น่าศรัทธา ดังนั้นคดีต่างๆ ต้องทำให้ชัดเจน ทำให้มีความรู้สึกว่ามีพลังเพียงพอที่จะสนับสนุนได้ เพราะถ้า ป.ป.ช.ไม่ทำให้เห็นชัดเจนประชาชนก็คงไม่ต้องการเข้ามาสนับสนุน
นายวิชา กล่าวว่า เครื่องมือที่จะช่วยให้เห็นผลคือประชาชนต้องรู้ว่าเขาควรช่วย ป.ป.ช.เฝ้าระวังในจุดไหนอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือเรื่องการสอนให้รู้ว่างบประมาณแผ่นดินนั้นมีเหตุที่จะโกงได้ในจุดไหนอย่างไร ชุมชนต่างๆ จะต้องเรียนรู้เรื่องเหล่านี้และคอยช่วยเฝ้าระวัง เพราะการป้องกันการทุจริตไม่ใช่แต่เพียงว่า บอกว่าฉันจะเป็นคนดี เท่านั้นไม่พอ จะต้องอ่านเกมออก รู้ว่าบริษัทไหนเป็นของใคร ประมูลได้หรือไม่ได้ ต้องรู้และคอยเตือนผู้บริหารท้องถิ่นว่าประชาชนรู้ทัน
เมื่อถามว่า เรื่องการเข้าถึงข้อมูลของประชาชนนั้นยังไม่ทั่วถึง นายวิชา กล่าวว่า ใช่ ยังมีปัญหา ซึ่งคงต้องเพิ่มในลักษณะที่เรียกว่าข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณแผ่นดิน การจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องเป็นข้อมูลที่เปิดเผยทั้งหมด ไม่ใช่เป็นข้อมูลที่เป็นความลับ อะไรก็บอกว่าอยู่ระหว่างดำเนินการ อย่างนั้นไม่ใช่ หากเข้าสู่กระบวนการที่งบประมาณผ่านสภาแล้วก็ต้องนำเสนอผ่านเว็บไซต์เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ เข้าถึงได้หมด ถนนเส้นไหนที่จะซ่อม ขยาย เพราะถนนหนทางนี้เป็นเรื่องที่โกงได้ง่ายที่สุดเพราะงบประมาณจำนวนมาก หากรวมทั้งหมดมูลค่าเป็นแสนๆ ล้านบาท
นายวิชา กล่าวว่า ดังนั้นต้องให้เรียนรู้กันตั้งแต่ระดับนักศึกษา อาทิ เรียนบัญชี เรียนวิศวกร ก็ต้องเรียนรู้ถึงจุดด้อยจุดด่างของวิชาชีพนั้นๆ ด้วยว่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องทุจริตได้อย่างไร และจะป้องกันได้อย่างไร เช่น กรณีของการตรวจสอบบัญชี ไม่ใช่แค่เรียนรู้เพื่อไปตรวจบัญชีเฉยๆ แต่ต้องรู้ว่าที่มีการโกงกันแล้วถูกจับได้ หรือมีการนำงบประมาณไปใช้ได้ เงินไหลออกได้เพราะมีการตรวจสอบบัญชีผิดพลาดอย่างไร วิศวะกรก็เช่นกัน ต้องดูด้วยว่าจะไปรับรองในสิ่งที่ผิดได้อย่างไร ก็ต้องเรียนรู้ด้วย



