
โสมซิวคิงส์คัพช้างศึกเจ๊า0-0
07 ก.พ. 2558
ทีมชาติไทย พับสนามบุกแต่เจาะเกมรับเกาหลีใต้ ไม่ได้ ทำให้เสมอ 0-0 คว้าเพียงรองแชมป์ฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งที่ 43 เท่านั้น ส่วนเกาหลีใต้ ได้แชมป์ไปครองเป็นสมัยที่ 11
7 ก.พ. 58 ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 43 เป็นนัดสุดท้าย ที่สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.นครราชสีมา “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ที่มี 3 คะแนนและต้องการชัยชนะเท่านั้น พบ “โสมขาว” เกาหลีใต้ ที่มี 6 คะแนน ขอเพียงผลเสมอก็จะคว้าแชมป์
เกมนี้ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย ส่ง 11 คนแรก ในระบบ 4-3-3 ประกอบไปด้วย ผู้รักษาประตู กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ กองหลังจากขวา อาทิตย์ ดาวสว่าง, สุทธินันท์ พุกหอม, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา กองกลาง อดุล หละโสะ, ปกเกล้า อนันต์, ชนาธิป สรงกระสินธ์ ริมเส้นขวา มงคล ทศไกร ริมเส้นซ้าย เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ และกองหน้า ภิญโญ อินพินิจ ท่ามกลางแฟนบอลชาวไทยที่เข้ามาชมเกมนี้เต็มความจุของสนาม
ก่อนไทยลงสนาม ปรากฏว่า อุซเบกิสถาน แพ้ ฮอนดูรัส 2-4 ทำให้ “ช้างศึก” ต้องชนะเกาหลีใต้ด้วยผลต่าง 2 ประตู จึงจะคว้าแชมป์ร่วมกับเกาหลีใต้ แต่หากชนะผลต่างตั้งแต่ 3 ลูกขึ้นไปจะคว้าแชมป์เพียงทีมเดียว และเริ่มเกมไทยเดินหน้าบุกอย่างหนักนาที 30 ชนาธิป ยิงไกลหน้ากรอบเขตโทษด้วยเท้าซ้าย ลี ชาง กึน ผู้รักษาประตู เกาหลีใต้ ปัดปลายมือออกหลังไป ครึ่งแรกยังไม่มีประตูเกิดขึ้น
ครึ่งหลังไทยยังคงบุกหนัก นาที 51 ภิญโญ หลุดเดี่ยวเข้าไปยกบอลข้ามตัว ลี ชาง กึน ไปแล้วแต่โดนกองหลัง เกาหลีใต้ หวดสกัดทิ้งก่อนบอลเข้าประตู จากนั้นไทยแก้เกมด้วยการส่ง สารัช อยู่เย็น, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, ประกิต ดีพร้อม ลงสนามแทน อดุล, มงคล และภิญโญ ตามลำดับ ก่อนที่นาที 73 ไทยลองยิงไกลถึง 2 ครั้งติดจาก ชนาธิป และสารัช แต่ ลี ชาง กึน ปัดบอลได้ทั้ง 2 หน ท้ายเกมไทยเร่งเครื่องอย่างหนักแต่สุดท้ายเจาะไม่เข้า จบเกมเสมอ 0-0 ส่งผลให้เกาหลีใต้ มี 7 คะแนน คว้าแชมป์ไปครองเป็นสมัยที่ 11 ส่วนทีมชาติไทยได้รองแชมป์ มี 4 คะแนน และอุซเบกิสถาน กับ ฮอนดูรัส ได้อันดับ 3 ร่วมกัน
สำหรับพิธีปิดการแข่งขัน พล.ร.อ.ชุมพล ปัจจุสานนท์ องคมนตรี ผู้แทนพระองค์ เดินทางมาเป็นประธานและมอบถ้วยแชมป์คิงส์คัพ ครั้งที่ 43 ให้เกาหลีใต้



