
เวทีต้านโกง-จี้รื้อจัดซื้อจัดจ้าง ระบบข้าราชการ-รัฐวิสาหกิจ
08 ก.พ. 2558
เวทีต้านโกง-จี้รื้อจัดซื้อจัดจ้าง ระบบข้าราชการ-รัฐวิสาหกิจ : โดย...ขนิษฐา เทพจร
การปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นที่แนวโน้มสูงขึ้น เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะการขยายวงทุจริตมีทั้งในแวดวงข้าราชการและนักการเมืองจนในแต่ละปีประเทศสูญเสียงบประมาณไปกับการโกงกินจำนวนมหาศาล
ในเวทีสัมมนาและรับฟังความเห็นประเด็นการปฏิรูปการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ จัดโดยคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ร่วมกับสถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่โรงแรม เดอะ สุโกศล มีบรรดานักวิชาการตลอดจนผู้มีบทบาทในการต่อต้านทุจริตเข้าร่วมงานจำนวนหนึ่ง พร้อมให้ข้อเสนอแนะที่น่าสนใจต่อแนวทางการสกัดกั้นคอร์รัปชั่น
นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ ประธาน สปท. กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า ปัญหาคอร์รัปชั่นในประเทศไทยอยู่ในระดับทุจริตเชิงโครงสร้าง แม้รัฐบาลชุดปัจจุบัน รวมถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติจะพยายามแก้ปัญหา ต้องยอมรับว่าจะแก้ได้เฉพาะช่วงแรก แต่การทุจริตยังเกิดและมีต่อไป โดยเฉพาะในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ที่พบว่าในคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) มีการกระทำที่อาจเข้าข่ายการคอร์รัปชั่น แม้ คสช.จะสั่งระงับการเลือกบอร์ดรัฐวิสาหกิจหรือตั้งใหม่แทนชุดเดิม แต่การทุจริตที่มีมาก่อนหน้านั้นยังยุติไม่ได้
เขายกตัวอย่าง เช่น โครงการรถไฟฟ้าโมโนเรล ที่การรถไฟฟ้าขนส่งแห่งประเทศไทย (รฟม.) เตรียมดำเนินการมาในสมัยรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่พบว่าพรรคการเมืองพันธมิตรที่ดูแล รฟม.เตรียมเดินหน้าใน 2 เส้นทาง คือ สายสีชมพู จากแคราย-มีนบุรี ระยะทาง 38 กิโลเมตร และสายสีเหลือง จากห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว-สำโรง ระยะทาง 37 กิโลเมตร โดยสายนี้อนาคตจะมีส่วนต่อขยายไปถึงพระประแดง สิ่งที่เป็นประเด็นคือการล็อกสเปกให้เอกชนเข้ามารับงาน โดยสเปกดังกล่าวเอื้อให้บริษัทเพียงแห่งเดียวในโลก ไม่ก่อให้เกิดการแข่งขัน และที่สำคัญโครงการนี้ไม่สามารถรองรับประชาชนที่จะมาใช้งานในระยะยาวได้
"หลักการทำรถไฟฟ้าโมโนเรลของสากล คือระยะทางสั้น รองรับผู้โดยสารในจำนวนไม่มาก อย่างไรก็ตามโครงการนี้ทราบว่ามีการจ่ายเงินให้นักการเมือง และเมื่อเปลี่ยนรัฐบาล ก็มีการล็อบบี้คนของรัฐบาลเพื่อให้เดินหน้า ด้วยนำเหตุผลที่เป็นผลงานให้รัฐบาลและคืนความสุขแก่ประชาชนมาเป็นแรงจูงใจ นอกจากนี้ในส่วนของ ทอท. (บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด) พบว่า บอร์ดรื้อมาสเตอร์แพลนของการพัฒนาพื้นที่ เพราะกลุ่มที่ได้ประโยชน์และกลุ่มธุรกิจที่ผูกขาดในพื้นที่" นายสังศิต กล่าว
ประธาน สปท.ระบุว่า ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลควรจะใส่ใจ คือ การบริหารในรัฐวิสาหกิจ การจัดซื้อจัดจ้างทุจริตในรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานราชการ ซึ่งปัญหาทุจริตที่เกิดสามารถแก้ไขได้ ด้วยการทบทวนและเปิดให้มีการศึกษาอย่างรอบด้าน ผ่านผู้ทรงคุณวุฒิที่เชี่ยวชาญและเป็นกลาง
ด้าน นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สปช. กล่าวว่า คณะกรรมาธิการมีข้อเสนอหลักต่อการยกร่างรัฐธรรมนูญ คือ 1.การป้องกัน ด้วยการเปิดให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมและมีบทบาทสำคัญในการต่อต้านทุจริต 2.การปลูกฝัง ด้วยการรณรงค์ผ่านหลักสูตรการสอนต้านทุจริต รณรงค์ผ่านสื่อมวลชนให้คนมีคุณธรรมและจริยธรรมในทุกระดับ
3.การปราบปราม ด้วยการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล กล่าวคือ ตั้งศาลชำนัญพิเศษด้านคอร์รัปชั่น ซึ่งในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนดให้มีแผนกคดีวินัยการคลังและงบประมาณในศาลปกครอง เชื่อว่าจะเป็นส่วนที่ช่วยให้การป้องปรามการทุจริตได้มาก เพราะในรูปแบบเพียงแค่มีสิ่งที่ส่อให้เห็นว่ามีการทุจริตก็สามารถยับยั้งความเสียหายได้
นางนวลน้อย ตรีรัตน์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในประเด็นการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบว่า จำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายที่ว่าด้วยการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร เพื่อเป็นเครื่องมือให้ประชาชนได้ทำหน้าที่ โดยแนวทางต้องปรับปรุงกฎหมายให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลภาครัฐ เช่น การจัดซื้อจัดจ้างที่รวดเร็วเข้าถึงง่าย นอกจากนี้ควรมีมาตรการคุ้มครองประชาชนที่เปิดโปงข้อมูลในฐานะพยานด้วย เพราะที่ผ่านมาพบว่าประชาชนที่มีบทบาทตรวจสอบมักถูกทำร้ายและฆาตกรรม
"ส่วนแนวทางการตั้งศาลชำนัญพิเศษเป็นแผนกหนึ่งในศาลปกครอง แม้ศาลปกครองจะมีอำนาจในการสั่งคุ้มครองฉุกเฉินได้ แต่ที่ผ่านมาการทำคดียังธรรมดา ทั้งนี้มองว่าหากจะเพิ่มอำนาจและหน้าที่ให้ศาลปกครองเพิ่มเติม ควรคำนึงถึงบุคลากรและทรัพยากรที่เกี่ยวข้องด้วยเพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็ว"
อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวด้วยว่า ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ระบุให้ข้าราชการต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินถือเป็นสิ่งที่ดี แต่ประเด็นที่ต้องพิจารณาอย่างสำคัญคือ เมื่อได้ข้อมูลดังกล่าวมาแล้วจะจัดการกับข้อมูลให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลได้อย่างไร
หากประเด็นการเปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเพื่อกันข้าราชการทุจริต แต่ข้าราชการในบางระดับไม่ได้มีส่วนตัดสินใจเพื่อก่อให้เกิดการทุจริตได้ ดังนั้น ควรพิจารณาและกำหนดระดับข้าราชการให้ชัดเจนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบด้วย ที่สำคัญการตรวจสอบบัญชีต้องมีการบูรณาการทำงานระหว่างกรมสรรพากร เพื่อตรวจสอบการยื่นเสียภาษี พร้อมนำมาประกอบว่ามีทรัพย์สินหรือรายได้เท่าใดจนสามารถมีทรัพย์จำนวนมากตามยื่นแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน
--------------------
(เวทีต้านโกง-จี้รื้อจัดซื้อจัดจ้าง ระบบข้าราชการ-รัฐวิสาหกิจ : โดย...ขนิษฐา เทพจร)



