ไทยแชมป์โลก 'นักโทษหญิงล้นคุก'
08 ก.พ. 2558
ไทยแชมป์โลก 'นักโทษหญิงล้นคุก' : โดย...ปฏิญญา เอี่ยมตาล ทีมข่าวรายงานพิเศษ
ปัญหา...นักโทษล้นคุก...เป็นเรื่องจุกอก "กรมราชทัณฑ์" มายาวนาน...ล่าสุด "สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (ทีไอเจ) จัดสัมมนาหัวข้อ "กระบวนการยุติธรรมไทย...รู้อดีต...เข้าใจปัจจุบัน...เชื่อมั่นอนาคต" เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา โดยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายองค์กรร่วมวงเสวนา อาทิ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ศ.ดร.คณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) นายนัทธี จิตสว่าง รองผู้อำนวยการสถาบันทีไอเจ เป็นต้น
"นัทธี จิตสว่าง" เปิดเผยปัญหา "นักโทษล้นคุก" ว่าผลกระทบต่อกระบวนการยุติธรรมรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหายาเสพติดอย่างหนัก...หลังจากเปลี่ยนชื่อจาก "ยาม้า" เป็น "ยาบ้า" ทำให้คดียาเสพติดล้นศาล "ยอดนักโทษในคุกมีมากถึง 4 แสนคน กว่า 85 เปอร์เซ็นต์ เป็นนักโทษคดียาเสพติดส่วนใหญ่ และที่น่าแปลกคือ มีทั้งผู้หญิงและผู้ชายที่ทำผิด ต่างกับสมัยก่อนที่คดียาเสพติดจะมีเฉพาะนักโทษชายเท่านั้น การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2540 เพราะยาบ้าระบาดหนัก ทำให้ผู้ต้องขังหญิงเพิ่มขึ้นจนเกือบถึง 5 หมื่นคนทีเดียว กระทั่งปี 2545 ยอดผู้ต้องขังหญิงเริ่มลดลงเนื่องจากมีการออกพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพยาเสพติดนำตัวผู้เสพยาเข้ารับการบำบัดรักษา”
สถานการณ์ยาบ้าปี 2557 กลับมารุนแรงอีกครั้ง เนื่องจากขาดความจริงจังต่อเนื่องในการบำบัดฟื้นฟูประกอบกับสังคม ชุมชนไม่ให้ความร่วมมือเท่าที่ควร มีผลให้ยอดผู้ต้องขังหญิงตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จนทุกวันนี้มีประมาณ 45,225 คน นับว่าไทยเป็นประเทศที่มีผู้ต้องขังหญิงมากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก...รองจาก สหรัฐอเมริกา จีน และรัสเซีย แต่หากเทียบกับจำนวนประชาชนต่อ 1 แสนคนแล้วประเทศไทยจัดได้ว่ามีอัตราส่วนผู้ต้องขังหญิงสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลก
“นัทธี" ในฐานะ อดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์...มองว่า ปัญหาจำนวนผู้ต้องขังที่เพิ่มขึ้น เพราะสังคมไทยนิยมใช้โทษจำคุกจัดการกับคนผิด ทำให้มาตรการอื่นที่ไม่ใช่จำคุก เช่น ชะลอการฟ้อง ปล่อยตัวชั่วคราว คุมประพฤติหรือคุมขังในสถานที่อื่นกลายเป็นการลงโทษที่เกิดข้อสงสัยว่าทำไมไม่ติดคุกกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของนักโทษหญิงในคุกล้วนมาจากคดียาบ้า ค้ายาบ้าโดยไม่ตั้งใจไม่มีทางเลือกเพราะความจนซึ่งกรมราชทัณฑ์ควรคัดกรองกลุ่มนี้ออกจากการคุมขังในระยะหนึ่ง แล้วส่งตัวไปอบรมขัดเกลาจิตใจคืนชีวิตสู่ชุมชนช่วยดูแลไม่ให้กลับมาทำผิดอีก
ด้าน “ทวี ชูทรัพย์" อดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์อีกรายหนึ่ง มองว่า ผู้ต้องขังล้นคุกเป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ทุกวันนี้คนเสพยาก็ติดคุก คนมียาบ้า 1 เม็ด 2 เม็ด ก็ติดคุก ใช้ข้อหาเดียวกันหมดคือโทษฐานมียาเสพติดไว้ในครอบครอง ไม่แยกออกจากคนขายรายย่อยและรายใหญ่ที่ขายจำนวนมากต่อครั้ง เปรียบเทียบกับต่างประเทศ เขากำหนดเลยว่าพกยาเสพติดเท่าไรจึงผิด บางครั้งคนเสพอาจไม่จำเป็นต้องลงโทษถึงขนาดเข้าคุก ถือว่าเป็นผู้ป่วยต้องบำบัด ไม่ได้มีพฤติกรรมเป็นแก๊งค้ายา แต่จะปรับเงินจำนวนมากให้หลาบจำ หรือตรวจยึดทรัพย์ทั้งหมดซึ่งจะช่วยลดจำนวนนักโทษคดียาเสพติดล้นคุกได้"
แม้ว่าตำรวจจะจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดส่งฟ้องศาลลงโทษจำคุกเป็นจำนวนมากก็ตาม แต่ไม่ได้ทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดของ “ยาบ้า” ลดลงเลย กลับทวีความรุนแรงสูงขึ้นกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข
"ทีมข่าวคม ชัด ลึก" สอบถามความเห็น ตำรวจระดับ "สารวัตร" รายหนึ่ง ผู้รับผิดชอบปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่นครบาล แสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายแก้ปัญหา "นักโทษล้นคุก" ด้วยการไม่จับกุมผู้เสพว่า
"ไม่เห็นด้วย...หากตำรวจไม่จับคนเสพยาบ้า ก็หมายความว่าใครๆ เสพได้เสรี คนเมายาจะทำอะไรก็ไม่ผิดเพราะเป็นผู้ป่วย...สังคมจะเกิดปัญหาวุ่นวายแน่นอน...ทุกวันนี้เมายาบ้าก็ฆ่าคนได้หรือทำในสิ่งไม่คาดคิด ถ้าไม่จับผู้เสพหรือผู้ค้ารายย่อยที่มีของกลางเพียงไม่กี่เม็ดจะทำให้ตำรวจทำงานยากขึ้น...ไม่สามารถสาวถึงตัวการใหญ่ได้...ที่ผ่านมาจับกุมรายใหญ่ได้เพราะอาศัยการสืบสวนขยายผลจากผู้เสพและผู้ค้ารายย่อยนั่นเอง
สอดคล้องกับ ผู้นำชุมชนย่านฝั่งธนฯ รายหนึ่ง เล่าว่า ทุกวันนี้พวกเสพยาบ้ามักก่อคดีมากมาย ทั้ง ข่มขืนเด็ก ข่มขืนคนแก่ ลักขโมยจี้ปล้น เพื่อหาเงินไปซื้อยาบ้า เมื่อตำรวจจับได้ต้องเอาเข้าคุกให้หมด ถ้าจะบอกว่านักโทษล้นคุก ไม่ให้ตำรวจจับมาเพิ่ม ตรงนี้ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะคุกมีไว้ขังคนชั่ว คุกทำให้คนกลัว ใครๆ ก็ไม่อยากติดคุก...
ขณะที่ “พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล" ที่ปรึกษาองค์การสหประชาชาติว่าด้วยอาชญากรรมและยาเสพติด เห็นด้วยกับประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งเรียก "ผู้เสพว่าเป็นผู้ป่วย" ควรได้รับการบำบัดรักษาฟื้นฟูให้หายขาดไม่กลับไปเสพยาอีก...ประเทศไทยเคยทำแบบนั้น แต่ไม่สำเร็จเพราะชุมชนไม่ให้ความร่วมมือ หรือไม่เห็นความสำคัญ หากเมื่อใดที่คนในชุมชนออกมาช่วยกัน ด้วย "วิธีชุมชนบำบัด" จะช่วยลดปัญหานักโทษเสพยาล้นคุกได้อย่างแน่นอน
ท่ามกลางความคิดเห็นที่แตกต่างในการแก้ปัญหา "นักโทษล้นคุก" ที่เกิดขึ้นกลายเป็นเรื่องถกเถียงกันไม่รู้จบ จนทุกวันนี้ก็ยังไม่มีทางออกที่ชัดเจนโดยเฉพาะกรณี "นักโทษหญิงไทย" คดียาเสพติดที่มีมากเป็น "อันดับ 1" ในโลก ซึ่ง "รัฐบาล" และ "ผู้เกี่ยวข้อง" ทุกฝ่ายไม่เฉพาะใน "กระบวนการยุติธรรมไทย" เท่านั้น ต้องบูรณาการร่วมกันหาทางออกให้แก่ปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเร็ว
--------------------
(ไทยแชมป์โลก 'นักโทษหญิงล้นคุก' : โดย...ปฏิญญา เอี่ยมตาล ทีมข่าวรายงานพิเศษ)



