
ทุนมาเลย์ขายทิ้งหุ้นแท็กส์เกลี้ยงชี้ผลตอบแทนต่ำ
กลุ่มเอสเจฯ จากมาเลย์ทิ้งหุ้นแท็กส์เกลี้ยง ยันไม่ใช่ปัญหาถูกบอกเลิกสัญญาสนามบินสุวรรณภูมิ มองลงทุนเมืองไทยได้ผลตอบแทนต่ำ
นายลาดหญ้า อูริยา อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยแอร์พอร์ตส์ กราวด์เซอร์วิสเซส จำกัด หรือแท็กส์ เปิดเผยว่า บริษัท กลุ่มเอสเจ แอส เซ็ท แมเนจเมนท์ จากมาเลเซีย ได้ขายหุ้นบริษัทแท็กส์ทั้ง 48.5% ให้แก่นักลงทุนไทยตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เนื่องจากเห็นว่าการลงทุนในไทยได้รับผลตอบแทนต่ำ หรือแค่เสมอตัว ขณะที่การลงทุนในจีนได้รับผลตอบแทนสูงกว่าถึง 3 เท่า ประกอบกับกลุ่มเอสเจมีธุรกิจเรือท่องเที่ยวและเซมิคอนดัคเตอร์ในจีนอยู่แล้ว
นอกจากนี้ ในช่วง 3 ปีที่ถือหุ้นแท็กส์ พบว่ามีการปลี่ยนแปลงรัฐบาลหลายครั้ง ทำให้บริษัทไม่กล้าขยายการลงทุนใหม่ เพื่อต่อยอดธุรกิจ จึงต้องเปลี่ยนฐานการลงทุน ซึ่งหากการเมืองไม่นิ่ง ก็จะมีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนต่างชาติ ถือเป็นเรื่องปกติ และที่ผ่านมา บริษัทได้รับการติดต่อขอซื้อหุ้นหลายครั้ง แต่ที่ตัดสินใจขายครั้งนี้มาจากเงื่อนไขราคา การชำระเงิน และการส่งมอบกิจการน่าพอใจ
"ยืนยันว่ากรณีถูกบอกเลิกสัญญาให้บริการรถเข็นสัมภาระในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ไม่ใช่สาเหตุที่ต้องขายหุ้นแท็กส์ และผู้ถือหุ้นใหม่ก็รู้ดีกว่าแท็กส์มีปัญหาข้อพิพาทอยู่ แสดงว่าธุรกิจต่อเนื่องอุตสาหกรรมการบินมีอนาคตที่ดี และแท็กส์มีศักยภาพในการประกอบธุรกิจ" นายลาดหญ้ากล่าว และว่า ตนพร้อมทีมผู้บริหารอีก 3-4 คนได้ลาออกจากแท็กส์ตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนกลุ่มใหม่ ส่งทีมงานเข้ามาบริหารงาน
แหล่งข่าวจากทอท. กล่าวว่า ในฐานะที่ทอท.ถือหุ้นแท็กส์ 28.5% ได้รับแจ้งว่าบริษัทเอสเจขอถอนตัวจากการบริหารงาน เพราะไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องสัญญาให้บริการรถเข็นสัมภาระในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ ทำให้เกิดวิกฤติการเงินต่อบริษัท จึงขอถอนตัวจากแท็กส์



