
ไอเอสอ้างตัวประกันสหรัฐฯถูกโจมตีเสียชีวิต
07 ก.พ. 2558
กลุ่มไอเอสอ้างว่าตัวประกันหญิงชาวสหรัฐฯวัย 26 ปีได้เสียชีวิตโดยบังเอิญจากการโจมตีทางอากาศของกองทัพจอร์แดน ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯและจอร์แดนยังไม่ปักใจเชื่อ
7 ก.พ.58 มารี ฮาร์ฟ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเมื่อวานนี้ ระบุว่า ทางการสหรัฐฯยังไม่มีหลักฐานใดที่สามารถยืนยันได้ว่า เคย์ลา จีน มิวเลอร์ ตัวประกันหญิงชาวสหรัฐฯวัย 26 ปี เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของจอร์แดนตามที่กลุ่มรัฐอิสลามหรือไอเอสกล่าวอ้าง และขณะนี้รัฐบาลกำลังพยายามทุกวิถีทางเพื่อค้นหาตัวประกันชาวอเมริกันทุกรายที่ถูกจับตัวไว้ในต่างประเทศ
ขณะที่โมฮัมเหม็ด อัล-โมมานี โฆษกรัฐบาลจอร์แดน ระบุว่า ทางการจอร์แดนกำลังหาหลักฐานเพื่อยืนยันเช่นกัน แต่รัฐบาลค่อนข้างสงสัยเนื่องจากคำกล่าวอ้างของไอเอสไม่มีความน่าเชื่อถือ และตั้งคำถามกลับไปยังไอเอสว่าสามารถระบุเครื่องบินรบของจอร์แดนที่อยู่สูงขึ้นไปบนฟ้าได้หรือไม่ และเพราะเหตุใดไอเอสถึงขังตัวประกันเอาไว้ในคลังเก็บอาวุธ
การแถลงของสหรัฐฯและจอร์แดนมีขึ้นหลังจากที่กลุ่มไอเอสออกมาเผยแพร่ภาพนิ่งที่แสดงให้เห็นอาคารที่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีทางอากาศของจอร์แดนในเมืองรัคกา เมืองทางตอนเหนือของประเทศซีเรียที่ถือเป็นศูนย์กลางของกลุ่มไอเอสเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นการตอบโต้หลังจากกลุ่มไอเอสเผยแพร่วีดีโอสังหารนักบินตัวประกันชาวจอร์แดนด้วยการเผาทั้งเป็น และอ้างว่ามิวเลอร์ได้เสียชีวิตเนื่องจากอยู่ในอาคารหลังนั้น
เคย์ลา จีน มิวเลอร์ ตัวประกันที่ถูกพูดถึงรายล่าสุดเป็นหญิงสาววัย 26 ปีจากเมืองเพรสคอตต์ รัฐแอริโซนา เดินทางเข้าไปในซีเรียเพื่อเป็นเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ ก่อนที่จะถูกจับตัวไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ซึ่งหากทางการสหรัฐฯยืนยันตามคำกล่าวอ้างของไอเอส นี่จะเป็นตัวประกันชาวสหรัฐฯรายที่สี่ที่เสียชีวิต
ขณะเดียวกันเมื่อวานนี้กองทัพอากาศจอร์แดนยังคงเดินหน้าโจมตีทางอากาศถล่มกลุ่มไอเอสต่อไป และระบุว่าภารกิจลุล่วงไปด้วยดี นักบินทุกคนกลับบ้านมาได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังได้เผยแพร่วีดีโอโฆษณาปฏิบัติการของกองทัพทางสถานีโทรทัศน์อีกด้วย
ส่วนที่กรุงอัมมาน เมืองหลวงของจอร์แดน ประชาชนหลายพันคนได้ออกมาเดินขบวนเพื่อต่อต้านกลุ่มไอเอสและสนับสนุนปฏิบัติการของกองทัพ โดยต่างถือพระบรมฉายาลักษณ์ขององค์กษัตริย์อับดุลลาห์ที่ 2 ประมุขของประเทศ และที่สำคัญ สมเด็จพระราชินีราเนียก็ทรงออกมาร่วมเดินขบวนเมื่อวานนี้ด้วย
-----------------------------------------------------
(ภาพ : AFP)



