
จับตายกพลขึ้นบกผนึกต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน
จับตายกพลขึ้นบก ผนึกต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน : สิทธิชัย สิขวัตรรายงาน
เป็นเรื่องราวที่หลายฝ่ายกำลังจับตามอง สำหรับการรวมตัวของชาวชุมชนบ้านแหลมหิน ต.ตลิ่งชัน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่หลายร้อยหลังคาเรือน ที่ออกมาต่อต้านการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) หลังจากมีความพยายามนำแพขุดเจาะสำรวจพื้นที่สร้างท่าเรือขนส่งถ่านหิน เพื่อใช้ในการสร้าง "โรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินขนาด 870 เมกะวัตต์"
ว่ากันว่า ก่อนเปิดปฏิบัติการชาวบ้านหลายร้อยคนนำเรือประมงเข้าปิดล้อมสกัดไม่ให้แพขุดเจาะสำรวจพื้นที่เข้าไปดำเนินงาน ขณะเดียวกันกลุ่มชาวบ้านได้จัดเวรยามดูแลพื้นที่ เพื่อป้องกันการเข้ามาของแพขุดเจาะของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ ตลอด 24 ชั่วโมง โดยชาวบ้านเชื่อว่า การสร้างท่าเทียบเรือขนส่งถ่านหินจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวประมงพื้นบ้าน
ความรุนแรงส่อเค้าเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 10 มกราคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ ได้นำแพขุดเจาะสำรวจพื้นที่อีกครั้ง เพื่อสร้างท่าเทียบเรือขนส่งถ่านหินบ้านแหลมหิน ต.ตลิ่งชัน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ โดยระหว่างที่นำแพขุดเจาะเข้าพื้นที่ ชาวบ้านแหลมหินหลายร้อยคนได้บุกประชิดเข้าปิดล้อม
เพียงไม่กี่นาทีกลุ่มชาวบ้านสามารถปิดล้อมเจ้าหน้าที่ที่นำแพขุดเจาะเข้ามาในพื้นที่ได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะประกาศชัยชนะทันควัน
จากนั้นตัวแทนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ พยายามเข้าเจรจากับกลุ่มชาวบ้าน โดยพยายามอธิบายว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นแผนการทำงานของ กฟผ. ตั้งแต่ปี 2557 เพื่อขุดเจาะสำรวจทางธรณีวิทยา ประกอบการศึกษาพัฒนาโรงไฟฟ้ากระบี่ โดยใช้ท่อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 นิ้ว เพื่อเจาะ เก็บตัวอย่างดิน และหินบริเวณท่าเทียบเรือเป็นข้อมูล และขอยืนยันว่า การกระทำดังกล่าวจะไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแน่นอน อีกทั้งการไฟฟ้าได้ขออนุญาตหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้องแล้ว
ขณะที่กลุ่มชาวบ้านไม่ยอมรับฟัง พร้อมยืนยันไม่ให้เจ้าหน้าที่ขุดเจาะ หรือทำการใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเชื่อว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการสำรวจเพื่อสร้างท่าเทียบเรือถ่านหิน ทำให้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ ต้องสั่งให้แพขุดเจาะออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน
ภายหลังเกิดเหตุ ชาวชุมชนบ้านแหลมหินได้จัดเวรยามเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ นำแพขุดเจาะเข้ามาบริเวณโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้วอย่างเด็ดขาด
ทั้งนี้ การต่อต้านก่อสร้างท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้ว เพื่อรองรับเรือขนาดใหญ่ในการขนถ่ายหินลิกไนต์ส่งไปยังโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ เป็นโครงการของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ ในพื้นที่ ต.คลองขนาน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ แต่การดำเนินโครงการติดขัดตั้งแต่เริ่มแรก เพราะชาวบ้านเชื่อว่า โครงการสร้างท่าเทียบเรือขนถ่ายหินดังกล่าวจะผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของชาวบ้านในพื้นที่กว่า 300 หลังคาเรือน รวมไปถึงการทำลายพื้นที่แหล่งทำประมงของชาวบ้าน
"กนกวรรณ แซ่เอี่ยว" ผู้ประสานงานเครือข่ายปกป้องพื้นที่ชุ่มน้ำโลก จ.กระบี่ กล่าวว่า ที่ผ่านมาตัวแทนชาวบ้าน ชุมชนบ้านแหลมหิน ต.ตลิ่งชัน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ ยื่นหนังสือถึงผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขากระบี่ เพื่อคัดค้านการขุดเจาะสำรวจทางธรณีวิทยาในโครงการพัฒนาขยายกำลังการผลิตโรงไฟฟ้ากระบี่ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ บริเวณอ่าวบ้านคลองรั้ว พร้อมยื่นบัญชีรายชื่อชาวบ้านที่คัดค้านจำนวน 580 คน เนื่องจากเชื่อว่า หากสร้างท่าเทียบเรือขนถ่ายถ่านหินจะส่งผลกระทบต่อเครื่องมือประมง และวิถีชีวิตของชุมชน ระบบนิเวศ
"เพื่อเป็นการลดความสูญเสียทางทะเล และชายฝั่ง พื้นที่ชุ่มน้ำ จึงขอคัดค้าน และขอให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยหยุดดำเนินการขุดเจาะสำรวจพื้นที่ นอกจากนี้ยังขอให้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขากระบี่ พิจารณาถึงความเหมาะสม และผลกระทบต่อส่วนรวม ทั้งนี้หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะประชุมพิจารณาอนุญาตให้ขุดเจาะ หรือทำอะไรที่เกี่ยวข้องกับการสร้างท่าเทียบเรือ ขอให้แจ้งเครือข่ายปกป้องพื้นที่ชุ่มน้ำโลกร่วมพิจารณาด้วย"
ด้าน "สุรศักดิ์ มงคลไชยสิทธิ์" เจ้าพนักงานขนส่งชำนาญงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขากระบี่ กล่าวว่า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้ยื่นขออนุญาตขุดเจาะสำรวจทางธรณีวิทยาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ยืนยันว่า หากมีการก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำเมื่อใดทางเจ้าหน้าที่จะต้องเข้าไปดำเนินการรื้อถอนทันที ส่วนที่ทางเครือข่ายปกป้องพื้นที่ชุ่มน้ำโลกต้องการเข้าร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่นั้น ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องดี เพราะจะทำให้ทั้งสองฝ่ายได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์
ขณะที่ "อดุลย์ เป็งถา" หัวหน้าโครงการศึกษาเพื่อพัฒนาขยายกำลังผลิตโรงไฟฟ้ากระบี่ อธิบายว่า ขณะนี้กระบวนการศึกษาผลกระทบ และการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม อีไอเอ โครงการสร้างท่าเทียบบ้านคลองรั้ว และโรงไฟฟ้ากระบี่ ขนาด 870 เมกะวัตต์ ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเสร็จสิ้นทุกขั้นตอน อยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีเท่านั้น
เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เชื่อว่าการดำเนินการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินกระบี่ ขนาด 870 เมกะวัตต์ ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยในพื้นที่ ต.คลองขนาน หลังจากนี้คงจะมีชาวบ้านในพื้นที่เคลื่อนไหวคัดค้านอย่างต่อเนื่อง เพราะชาวกระบี่และภาคเอกชนส่วนใหญ่ไม่มีความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยในเทคโนโลยีที่ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยย้ำว่า มีประสิทธิภาพสูง พร้อมทั้งหวั่นเกรงว่า เมื่อดำเนินการก่อสร้างจะกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกๆ ด้านของชาวกระบี่
คงต้องลุ้นกันต่อไปว่า คณะรัฐมนตรีจะกล้าอนุมัติให้สร้างโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินขนาด 870 เมกะวัตต์ จ.กระบี่ หรือไม่ และเชื่อว่า หากโครงการนี้ยังเดินหน้าเต็มรูปแบบเชื่อว่า จะเกิดแรงต้านในรูปแบบต่างๆ จากหลายๆ องค์กรในพื้นที่ อย่างน่าระทึกอีกครั้ง
เป็นความระทึกที่ก่อให้เกิดอาการกระเพื่อมไหวต่อรัฐบาลมิใช่น้อย!!



