
เร่งสอบ'สกุลดัง'ป้ายสีโกง-ติดคุกปีครึ่ง
06 ก.พ. 2558
สาวราชบุรีร้องกองปราบฯ อ้างถูกคนตระกูลดังกลั่นแกล้งคดีฉ้อโกงจนต้องติดคุก ตร.เผยสอบพยานแล้ว 3 ปาก รอรวบรวมหลักฐานก่อนพิจารณาออกหมายเรียก-ขออนุมัติหมายจับ
6 ก.พ. 58 จากกรณีที่ น.ส.ตา (ขอสงวนนาม) อายุ 31 ปี ชาว จ.ราชบุรี เข้าแจ้งความกองปราบปรามให้ดำเนินคดีกับนายอภิรุจ สุวะดี อายุ 72 ปี และนางวันทนีย์ สุวะดี อายุ 66 ปี ในความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูง , ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนได้รับความเสียหาย และใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานแจ้งความเพื่อกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา หลังอ้างว่าถูกกลั่นแกล้งให้ถูกดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกง จนต้องติดคุก ครอบครัวต้องประสบปัญหาอยู่อย่างยากลำบาก
ล่าสุด พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. กล่าวถึงความคืบหน้าว่า ภายหลังได้รับแจ้งแล้ว ทางพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้ร้องเอาไว้ โดยได้เร่งรัดให้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ และกำชับกับพนักงานสอบสวน ให้บันทึกปากคำให้ละเอียดที่สุด ส่วนการออกหมายเรียก หรือขออนุมัติศาลออกหมายจับ นายอภิรุจ และนางวันทนีย์ นั้น ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะดำเนินการในส่วนนี้ เนื่องจากเพิ่งได้รับการแจ้งความ ต้องให้เวลาพนักงานสอบสวนในการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เสียก่อน และกรณีนี้ก็เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนด้วย นอกจากนี้ทางพนักงานสอบสวน ก็ยังไม่ได้รับการประสานจากทั้งสองว่าจะเข้ามาพบพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด
รรท.ผบก.ป. กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีของ ด.ต. ที่มีศักดิ์เป็นลุงของ น.ส.ตา ซึ่งเป็นผู้แจ้งข้อหาฉ้อโกง และดำเนินคดีกับ น.ส.ตา นั้น เบื้องต้น อ้างว่าต้องจำใจแจ้งข้อกล่าวหากับหลานตัวเอง และหลังจากเกิดเหตุ ก็ถูกโยกย้ายออกจากพื้นที่ไปอยู่ที่ทุรกันดาร โดยต้องเชิญตัว ด.ต. มาสอบสวนด้วย คดีนี้ทางพนักงานสอบสวนยังคงต้องแสวงหาพยานหลักฐานต่างๆ ให้ได้มากที่สุด ซึ่งพยานบุคคลในวันเดียวกันนี้ ก็มีการเชิญมาสอบปากคำอีก 3 ราย แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าเป็นใครบ้าง เนื่องจากเป็นความลับในสำนวนการสอบสวน
พ.ต.อ.อัคราเดช กล่าวว่า คดีนี้ตนได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.ประเสริฐ พัฒนาดี รอง ผบก.ป. เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน ซึ่งจะเชิญทาง พ.ต.อ.ประเสริฐ มาสอบถามถึงความคืบหน้าในการสอบสวนอีกครั้งในวันนี้ เพื่อกำหนดแนวทางว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร จะมีการพิจารณาออกหมายเรียกทั้งสอง หรือจะขออนุมัติศาลออกหมายจับ แต่ยังต้องใช้เวลา ยังระบุไม่ได้ว่าจะทันภายในสัปดาห์หน้าหรือไม่ แต่จะเร่งรัดการดำเนินการให้เร็วที่สุด
ต่อมา พ.ต.อ.อัคราเดช เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานบุคคลไปแล้ว 3 ปาก ทั้งหมดเป็นพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งผลการสอบพบว่า มีพยานหลักฐานที่มีน้ำหนักสนับสนุนข้อกล่าวหา อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนจะยังไม่มีการออกหมายเรียก หรือขออนุมัติหมายจับผู้ถูกกล่าวหา เนื่องจากต้องการสอบสวนเพื่อให้ได้พยานหลักฐานที่เหมาะสมก่อน โดยในระหว่างนี้ หากว่าผู้ถูกกล่าวหาได้ทราบข่าว ไม่ว่าจะจากทางสื่อมวลชน หรือทางไหนก็ตาม และมีการติดต่อมาเพื่อขอเข้าพบพนักงานสอบสวนก็สามารถเข้ามาได้ ซึ่งตามขั้นตอน เจ้าหน้าที่จะทำการสอบปากคำ และปล่อยตัวผู้ถูกกล่าวหาตามสิทธิ์ เนื่องจากยังไม่มีการออกหมายเรียก และขออนุมัติหมายจับ



