ข่าว

แก๊งทวงหนี้อ้างเป็นทหารคสช.เชิดรถฟอร์จูนเนอร์หลบหนี

แก๊งทวงหนี้อ้างเป็นทหารคสช.เชิดรถฟอร์จูนเนอร์หลบหนี

06 ก.พ. 2558

สารวัตรกำนันแจ้งความแก๊งทวงหนี้อ้างเป็นทหาร คสช.ยกพวกบุก กองร้อย อส.อ.ปะทิวชิงรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ ตร.จับกุมตัวได้ขอเวลาตรวจสอบว่าเป็นทหารจริงหรือไม่

 
 
          วันที่ 6 ก.พ.58 เวลา 08.00 น. พ.ต.ท.พงษ์ศักดิ์ หนูรุ่น พนักงานสอบสวน สภ.ปะทิว จ.ชุมพร รับแจ้งจากนายปกรณ์ เมืองเกษม อายุ 42 ปี สารวัตรกำนัน ต.บางสน อยู่บ้านเลขที่ 28 หมู่ 3 ต.บางสน อ.ปะทิว จ.ชุมพร เข้าแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับนายวัชรทวิ วีระแกล้ว อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 171/3056 ถ.พหลโยธิน แขวงคลองถนน เขตสายใหม กรุงเทพฯ กับพวก 5 คน  ซึ่งร่วมกันกรรโชกทรัพย์และบุกรุกสถานที่ราชการ เกิดเหตุที่ว่าการอำเภอปะทิว บริเวณภายในกองร้อย อส.อ.ปะทิว หมู่ที่7 ต.บางสน อ.ปะทิว จ.ชุมพร เมื่อเวลา 15.00น.วันที่5กพ.ที่ผ่านมา 
 
          นายปกรณ์ ให้การว่ารู้จักนายวัชรทวิ  ซึ่งเป็นผู้ได้รับมอบอำนาจจากนางจิตรลดา ดำดัสธรรม ให้มาแจ้งความร้องทุกข์และดำเนินคดีกับตนเองฉ้อโกงทรัพย์เกี่ยวกับเงินค่านายหน้าขายที่ดิน แต่คดีได้ถึงที่สุดแล้ว  เนื่องจากนายวัชรทวิ ได้ถอนแจ้งความร้องทุกข์  ต่อมาวันที่ 5 ก.พ.58  เวลาประมาณ 12.00 น. นายธนกฤต สมบัติพิบูลย์ รอง ผบ.หมู่ กองร้อย อส.อ.ปะทิว ที่ 4 ยืมรถยนต์ตน ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นเฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน กจ 6165 ชุมพร ไปใช้เพื่อเดินทางไปทำธุระส่วนตัวที่ อ.เมืองชุมพร  
            
          ต่อมาเวลา 15.00 น.นายธนกฤต  ได้เดินทางกลับแล้วนำรถมาจอดไว้ที่หน้ากองร้อย อส.อ.ปะทิว หลังจากนั้นนายธนกฤตได้เดินไปที่อาคารเก็บอาวุธของกองร้อย  อยู่ด้านหลังที่ทำการอำเภอปะทิว ต่อมานายศักดิ์ชัย สัตยาธร อส.เวร ได้พานายวัชรทวิ กับพวก อีก 3 คน มาพบกับนายธนกฤต ว่ากุญแจรถฟอร์จูนเนอร์อยู่ที่คุณใช่ไหม นายธนกฤต จึงได้สอบถามนายวัชรทวิ ซึ่งนายธนกฤต ไม่รู้จักมาก่อน ว่าเป็นใครมาจากไหน
            
          นายวัชรทวิ จึงตอบมาว่าผมมาจาก คสช.และมีหมายจับคดีฉ้อโกง คดีข่มขืนกระทำชำเรา และคดีจำหน่ายยาเสพติด ถ้าคุณไม่ให้ความร่วมมือคุณจะมีความผิดด้วย นายธนกฤต เห็นว่าเป็นทหารจึงได้ล้วงกระเป๋าเสื้อเพื่อจะมอบกุญแจให้ แต่ยังไม่ทันยื่นให้ นายวัชรทวิ ได้กระชากกุญแจจากมือและเดินไปที่จอดรถหลังจากนั้นพร้อมพวกอีก 2 คน รวม 5 คนได้พากันขับรถเฟอร์จูนเจอร์ออกไป
            
          ส่วนนายวัชรทวิ  ได้ขับรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น เอ็กคอร์ด สีขาวไม่ทราบทะเบียน ติดตามและหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว นายธนกฤต จึงได้โทรศัพท์แจ้งเรื่องทั้งหมดให้ตนทราบ และขณะนั้นตนอยู่ในพื้นที่ ต.สะพลี จึงได้เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้สกัดจับนายวัชรทวิ กับพวกเวลาต่อมาสามารถสกัดจับได้ที่ บริเวณสามแยกยายรวย หมู่ที่ 8 ต.สะพลี จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดสอบสวนที่สภ.ปะทิว
            
          ขณะเจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนนายวัชรทวิผู้ต้องหา พร้อมพวกอยู่นั้น นายวัชรทวิ ได้อ้างว่าเป็นทหาร คสช.อยู่ดอนเมืองที่กรุงเทพฯและยังพูดข่มขู่นายปกรณ์ สารวัตรกำนัน ต.บางสน ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมเจ้าหน้าที่ อส.ตลอดเวลา ทำให้นายปกรณ์  ไม่แน่ใจว่านายวัชรทวิเป็นทหารตามที่กล่าวอ้างจึงโทรศัพท์ประสานไปทางค่ายเขตอุดมศักดิ์ จังหวัดทหารบกชุมพรเพื่อให้มาตรวจสอบ
            
          เวลา 17.30 น. พ.ท.เจษฏา ปิยะสุวรรณ หน.ฝ่ายยุทธการฯ จทบ.ชพ พร้อมผู้ใต้บังคับบัญชารวม 4 นายได้เดินทางมาถึง แต่ปรากฏว่านายวัชรทวิ พร้อมพวกรวม 3 ราย ได้หลบหนีไปช่วงเจ้าเหน้าที่เผลอ แต่อย่างไรก็ตามตำรวจจะติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 ราย เมื่อผู้สื่อข่าวขอทราบชื่อ ตำรวจบอกให้ไม่ได้เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา
            
          พ.ท.เจษฏา กล่าวว่า ตามที่ผู้ต้องหามีการกล่าวอ้างว่า เป็นทหาร คสช.นั้นก็ต้องขอเวลาตรวจสอบว่าเป็นทหารจริงหรือไม่ ถ้าจริงก็ต้องรายงานไปยังผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดต่อไป แต่ถ้าเป็นแค่คำกล่าวอ้างก็คงเป็นหน้าที่ของตำรวจต้องติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไปเพราะมีเจ้าทุกข์ได้แจ้งความไว้แล้ว
            
          นายนักรบ ณ ถลาง นายอำเภอปะทิว กล่าวว่า เพิ่งจะทราบเรื่องที่เกิดขึ้นและมอบหมายให้ นายคฑาวุฒิ พิมพ์ศักดิ์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อ.ปะทิว เป็นผู้แจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มผู้กระทำความผิดในข้อหาบุกรุกสถานที่ราชการต่อไป