
แพร่ภาพกษัตริย์จอร์แดนนำทัพถล่มไอเอส
เผยแพร่ภาพในเฟสบุ๊กของกษัตริย์แห่งจอร์แดนที่แสดงถึงความเด็ดเดี่ยวในการต่อสู้กับไอเอส เครื่องบินรบมุ่งทิ้งระเบิดแหล่งกบดาน
6กุมภาพันธ์ 2558 กษัตริย์อับดุลลาห์ที่ 2 แห่งจอร์แดน ซึ่งทรงเป็นอดีตผู้บัญชาการหน่วยปฏิบัติการพิเศษของประเทศ ทรงประกาศด้วยความกริ้วว่า จะทรงถล่มกลุ่ม IS จนกว่ากองทัพของพระองค์จะหมดเชื้อเพลิงและกระสุน หลังจากกลุ่ม IS เผยแพร่คลิปวิดีโอสะเทือนขวัญที่แสดงให้เห็นนักบินรบของจอร์แดน ถูกเผาทั้งเป็นอยู่ในกรง
เฟสบุ๊กอย่างเป็นทางการของราชอาณาจักรฮัชไมต์จอร์แดน ได้มีภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของกษัตริย์แห่งจอร์แดน ทรงฉลองพระองค์ชุดลายพรางของทหาร ซึ่งเป็นภาพเดียวกันกับที่เผยแพร่ในอินสตราแกรมส่วนพระองค์เมื่อ 8 เดือนก่อน
จอร์แดนได้ใช้ปฏิบัติการถล่มทางอากาศรอบใหม่ต่อกลุ่ม IS แต่รัฐบาลปฏิเสธข่าวลือที่ว่ากษัตริย์อับดุลลาห์ ทรงเข้าร่วมภารกิจปฏิบัติการโจมตีด้วยพระองค์เอง และที่ผ่านมา ทรงได้รับสมญานามว่า "กษัตริย์นักรบ" เนื่องจากทรงรับราชการทหารมานานถึง 35 ปี ซึ่งจากพระราชประวัติ พบว่า ทรงสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยแซนด์เฮิร์สต์ สถาบันวิชาการทหารของอังกฤษ เมื่อปี 2522 และทรงเป็นนักบินของเฮลิคอปเตอร์โจมตี "คอบรา"
ก่อนหน้านี้ นิตยสารข่าวรายสัปดาห์ วอชิงตัน เอ็กซ์ไมเนอร์ ได้รายงานอ้างความเห็นของส.ส.ดันแคน ฮันเตอร์ จูเนียร์ ของพรรครีพับลีกัน อดีตนาวิกโยธินที่เคยไปร่วมภารกิจในอิรักและอัฟกานิสถาน และเคยเข้าเฝ้ากษัตริย์อับดุลลาห์ที่จอร์แดนว่า องค์ประมุขของจอร์แดนทรงกริ้วอย่างมาก และตรัสว่าจะทรงตอบโต้ให้สาสมอย่างที่กลุ่ม IS ไม่เคยเห็นมาก่อน ขณะที่สื่ออาหรับพากันคาดการณ์ว่า พระองค์จะทรงเป็นจอมทัพนำการปฏิบัติ
ภารกิจถล่ม IS ด้วยพระองค์เอง
นอกเหนือจากการใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศแล้ว จอร์แดนอาจจะใช้ยุทธวิธีอื่นในการกวาดล้างกลุ่ม IS โดยใช้หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่มีขีดความสามารถสูงสุด ซึ่งกองกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษนี้ อยู่ในสังกัดกองบัญชาการร่วมปฏิบัติการพิเศษของจอร์แดน มีกำลังพล 14,000 นาย และได้ชื่อว่า เป็นหนึ่งในหน่วยรบและหน่วยข่าวกรองที่ทรงประสิทธิภาพสูงสุดในภูมิภาค และมักเข้ารับการฝึกร่วมกับกองกำลังของสหรัฐบ่อยครั้ง
เครื่องบินรบมุ่งทิ้งระเบิดแหล่งกบดาน
ทั้งนี้ครื่องบินรบของจอร์แดน ได้ทิ้งระเบิดถล่มแหล่งกบดานของกลุ่ม IS ในซีเรีย เมื่อวันพฤหัสบดีก่อนจะบินกลับเหนือน่านฟ้าบ้านเกิดของเรืออากาศโทมูอัธ อัล-คัสซัสเบห์ นักบินเครื่องบินรบที่ถูกกลุ่ม IS เผาทั้งเป็น ขณะที่เบื้องล่างของฝูงบินเหล่านี้ กษัตริย์อับดุลลาห์ที่ 2 ทรงกำลังปลอบโยนครอบครัวของนักบินเคราะห์ร้าย
กองทัพจอร์แดนออกแถลงการณ์ว่า เครื่องบินรบหลายสิบลำได้เข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีในครั้งนี้ซึ่งสามารถทำลายคลังแสงและค่ายฝึกของกลุ่ม IS แต่ระบุว่า "นี่เป็นเพียงแค่เริ่มต้นเท่านั้น" ผู้อยู่ในเหตุการณ์หลายคน บอกว่า ได้ยินกษัตริย์อับดุลลาห์ตรัสต่อบิดาของเรืออากาศโทมูอัธว่า เครื่องบินรบกำลังบินกลับจากเมืองรักกาที่อยู่ในความควบคุมของ IS ขณะที่แหล่งข่าวด้านความมั่นคง ระบุว่า การโจมตีพุ่งเป้าไปที่จังหวัดแดร์ อัล-ซอร์ ที่อยู่ทางตะวันออกและไม่ไกลจากเมืองรักกา
ปฏิบัติการของจอร์แดน มีขึ้นในเวลาเพียง 2 วัน หลังจากกลุ่ม IS เผยแพร่คลิปวิดีโอ แสดงให้เห็นเรืออากาศโทอัล-คัสซัสเบห์ ถูกเผาทั้งเป็นอยู่ในกรง โดยมีกลุ่มนักรบ IS ในชุดลายพรางแบบทหารยืนมองอย่างเลือดเย็น
ภาพที่เผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ของทางการจอร์แดน ได้เผยให้เห็นเครื่องบินรบหลายลำกำลังทะยานขึ้นเพื่อเข้าร่วมปฏิบัติการโจมตี และผู้หญิงหลายคนได้ไปร่วมเขียนบทกวีในพระคัมภีร์และคำขวัญต่อต้านกลุ่ม IS บนลูกระเบิดที่จะใช้ในการโจมตี และต่อมาได้มีการแพร่การทิ้งระเบิดจริงก่อนที่เครื่องบินรบจะเดินทางกลันจอร์แดนอย่างปลอดภัย
บรรดาผู้บัญชาการทหารได้ถวายการสรุปภารกิจแด่กษัตริย์อับดุลลาห์ หลังจากเสร็จสิ้นปฏิบัติการซึ่งองค์ประมุขแห่งจอร์แดน ทรงประกาศจะล้างแค้นให้กับนักบิน และมีพระราชโองการให้บรรดาผู้บัญชาการเหล่าทัพ เตรียมพร้อมสำหรับการเพิ่มบทบาททางทหารในกองกำลังผสมภายใต้การนำของสหรัฐ เพื่อกวาดล้างกลุ่ม IS แต่ชาวจอร์แดนจำนวนไม่น้อยที่กลัวว่าจะถูกฉุดเข้าไปสู่สงครามที่อาจถูกตอบโต้จากพวกหัวรุนแรงภายในราชอาณาจักร
ภาพทางสถานีโทรทัศน์ ยังแสดงให้เห็น กษัตริย์อับดุลลาห์ ในฉลองพระองค์แบบอาหรับ ทรงประทับเคียงข้างผู้บัญชาการกองทัพและเจ้าหน้าที่ระดับสูง ที่หมู่บ้านอายา บ้านเกิดของครอบครัวคัสซัสเบห์ และฝูงชนจำนวนมาก ได้ส่งเสียงร้องตะโกนถวายพระพรแด่พระองค์
จอร์แดนเป็นพันธมิตรที่สำคัญของสหรัฐ ในการต่อสู้กับกลุ่มหัวรุนแรงต่างๆ และยังเป็นฐานให้สหรัฐใช้ปฏิบัติการทางทหารที่นำไปสู่การบุกอิรัก เมื่อปี 2546 รวมถึงเป็นฐานให้กับผู้ฝึกสอนของกองทัพของสหรัฐหลายร้อยนาย เพื่อฝึกให้ทหารจอร์แดนป้องกันไม่ให้กลุ่มหัวรุนแรงจากอิรักและซีเรีย ทะลักข้ามพรมแดนเข้าไปยังจอร์แดน
.................................
(หมายเหตุ : ที่มาของภาพ https://www.facebook.com/RHCJO/photos/a.393170040732782.82254.383533738363079/768335553216227/?type=1&theater)



