ข่าว

‘บิ๊กโชย’แจงปม‘ปลอมเอกสาร’ยึดก.ม.ไม่นอกกรอบ

‘บิ๊กโชย’แจงปม‘ปลอมเอกสาร’ยึดก.ม.ไม่นอกกรอบ

06 ก.พ. 2558

"บิ๊กโชย"แจงปม"ปลอมเอกสาร"เป็นหน้าที่ตำรวจยันยึดกรอบกฏหมายไม่ทำนอกกรอบ

 
 
          วันที่ 6 ก.พ.58 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่กรมทหานปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) เป็นประธานงานสถาปนา ป.1รอ. ครบรอบ 108 ปี โดยมี พ.อ.คชาชาติ บุญดี (ผบ.ป.1รอ.) ให้การต้อนรับ
 
          โดยพล.ท.กัมปนาท กล่าวถึงการควบคุมตัวกรณีนายกฤษณ์ หรือ เน็ท บุตรดีจีน อายุ 26 ปี ผู้ที่แชร์หรือแพร่แถลงการณ์สำนักพระราชวังปลอม ว่า การสอบสวนขึ้นอยู่กับการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะเป็นผู้เชี่ยวชาญส่วนทหารจะเข้าไปร่วมดำเนินการด้วยภายใต้กฎอัยการศึก สำหรับสถานการณ์ช่วงนี้ที่แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ( นปช .) ออกมาเคลื่อนไหวบ่อยขึ้นนั้น ตนไม่อยากพูดถึงสาเหตุมากนัก เพราะเรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เน้นย้ำไว้ชัดเจนไม่อยากให้ขยายปมความขัดแย้ง เพราะทุกอย่างต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย ไม่เช่นนั้นบ้านเรากฎหมายก็จะไม่สามารถบังคับใช้ได้จริง ใครทำผิดก็ต้องรับโทษตามกฎหมาย ประกอบกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็ยืนยันว่าต้องยึดกรอบกฎหมายเป็นหลัก ไม่มีอะไรที่นอกกฎหมายทั้งนั้น อันไหนที่นอกกฎหมาย แล้วไม่ถูกพวกเราจะไม่ทำ
 
          ต่อข้อถามที่ว่า ทหารจำเป็นควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ พล.ท.กัมปนาท กล่าวว่า "ก็จำเป็นจะต้องทำ ไม่เช่นนั้นจะเดินหน้าได้อย่างไร ถ้าทุกคนไม่เชื่อฟัง ไม่เคารพ และไม่ให้เกียรติกัน ประเทศก็เดินหน้าไม่ได้ ซึ่งทางเราก็มีเวทีให้ทุกภาคส่วนร่วมกันแสดงความคิดเห็นจะปฏิรูปมีทั้งเวทีของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และเวทีในระดับล่าง ๆ จำนวนมาก ดังนั้นการแสดงความคิดเห็นควรไปตามกรอบนั้น
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่า การแสดงออกดังกล่าวเป็นพวกก่อเหตุให้วุ่นวาย พล.ท.กัมปนาท กล่าวว่า ไม่อยากพูออย่างนั้น
 
          ส่วนกรณีการปลอมแปลงแถลงการณ์สำนักพระราชวัง กับเหตุการณ์ระเบิด ที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม อาจมีความเชื่อมโยงกัน พล.ท.กัมปนาท กล่าวว่า "ยังไม่ตอบ ไม่มีความชัดเจน ทุกอย่างต้องว่าตามกระบวนการสอบสวน"




ผู้การสั่งตร.ลงพื้นที่ตรวจสอบวินรถตู้
 
          พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี เปิดเผยว่าหลังจากที่มีการออกข่าวทางออนไลน์ว่า คนร้ายที่ก่อเหตุวางระเบิดที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าพารากอน กรุงเทพฯ ได้นั่งรถตู้ประจำทางไปจาก จังหวัดลพบุรีและลงรถเมื่อเวลา18.30 น. ขณะนี้ทางตนเองได้สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดลพบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนของแต่ละสถานีตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบวินรถตู้ต่างๆ ที่อยู่ในจังหวัดลพบุรี ทั้งหมดเพื่อหาตัวคนร้าย

          โดยที่จังหวัดลพบุรีในตัวเมืองลพบุรีมีวินรถตู้อยู่ทั้งหมด 3 วิน คือ ดีทัวร์ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าศาลพระกาฬ วิน เคโอ ตั้งอยู่หน้าสถานีรถไฟ  และวินขนส่งมวลชนลพบุรี ตั้งอยู่ที่บริเวณวงเวียนสระแก้วลพบุรี  ซึ่งทุกวินวิ่งจอดที่อนุเสาวรีชัยฯทั้งหมด ขณะที่อำเภอบ้านหมี่มีด้วยกัน 2 วิน เป็นของเอกชน และของข้าราชการตำรวจ 1 วิน โดยทุกวินขณะนี้ทางตำรวจได้เข้าพูดคุยกับคนขับรถแต่ยังไม่มีใครพบเห็น
 
          จากแหล่งข่าวพบว่า สำหรับวินรถตู้ของจังหวัดลพบุรีส่วนใหญ่จะเป็นของนักการเมืองท้องถิ่นและทหาร ตำรวจเป็นเจ้าของวินทั้งสิ้น โดยที่ตัวเมืองวินเคโอก็เป็นของอดีตทหารเป็นเจ้าของวินเป็นผู้ดูแลและมีรถอยู่ในวินกว่า 50-70 คัน ส่วนวินดีทัวร์มีรถอยู่ในวินประมาณ 50 คัน