ระยะหลังมีการต่อสู้กันทางความคิดระหว่างตะวันตกกับโลกมุสลิมอยู่บ่อยๆ ประเด็นหลักที่มีการถกเถียงกันมักวนเวียนอยู่ไม่กี่เรื่อง ที่สำคัญคือ เรื่องกฎหมายอิสลาม (Shariah) เรื่องสิทธิมนุษยชน เรื่องการก่อการร้าย และการคลุมศีรษะของสตรีมุสลิม (ฮิญาบ) บทความนี้ ผมขอนำเอาวาทะเด็ดของโลกมุสลิมที่เป็นการตอบโต้ข้อวิจารณ์ของตะวันตกมาให้ผู้อ่านทุกท่านได้พิจารณาครับ
1.เมื่อบรูไนถูกวิจารณ์จากสหรัฐและสหประชาชาติเรื่องการประกาศใช้กฎหมายอิสลามในประเทศ สุลต่านฮาสซานัล โบเกียห์ กษัติรย์แห่งบรูไน ได้ออกโรงตอบโต้อย่างนี้ครับ "ประเทศของท่านมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เสรีภาพสื่อ การนับถือศาสนา และอื่นๆ นั่นคือสิ่งที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญของประเทศท่าน อันถือเป็นระบบการปกครอง อัตลักษณ์ประจำชาติและวิถีชีวิตของท่าน ในประเทศของข้าพเจ้า เราปฏิบัติใช้วัฒนธรรมมลายู อิสลาม ระบบกษัตริย์ และเราจะใช้หลักกฎหมายอิสลามให้ปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญของเรา ซึ่งมันคืออัตลักษณ์ของเรา คือสิทธิและวิถีชีวิตของเราเช่นกัน…"
"ทำไมท่านจึงสนใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศเรา ขณะที่ท่านหลับหูหลับตากรณีซีเรีย บอสเนีย โรฮิงญา ปาเลสไตน์ และอื่นๆ ผู้คนนับพันนับหมื่นได้ล้มตายจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ แต่ท่านไม่เคยสนใจไยดีใดๆ เลย ทั้งๆ ที่บรูไนยังไม่มีใครตายเนื่องจากการปฏิบัติใช้กฎหมายอิสลามแม้แต่คนเดียว แต่ท่านก็กระพือข่าวใหญ่โตเรื่องผลกระทบ…"
2.ในประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชน มหฏิรมุฮัมมัด อดีตผู้นำมาเลเซีย ได้แสดงความคิดเห็นไว้ว่า "ค่านิยมสากล (universal values) เป็นเพียงแค่ฝาครอบของระบบที่ชนชั้นปกครองหัวเสรีต้องการตั้งกฎเกณฑ์ขึ้นใช้ทั่วโลก ข้าพเจ้าไม่คิดว่าระบบเช่นนี้จะได้รับการสนับสนุนแม้แต่ในตะวันตกเอง ยกตัวอย่างเช่น สิทธิความเท่าเทียมของผู้หญิง เช่น ในเดนมาร์กมีกฎหมายอนุญาตให้พวกรักร่วมเพศแต่งงานกันได้อย่างถูกกฎหมาย แต่เราไม่ยอมรับสิ่งนั้น อีกตัวอย่างหนึ่งคือ ผู้ชายสามารถใช้บริการโสเภณีเพื่อสนองความต้องการของตน แต่ควรหรือไม่ที่เราจะอนุญาตผู้หญิงให้ใช้บริการจากผู้ชายขายตัวได้เช่นกัน เพื่อเห็นแก่ความเท่าเทียม? ในกรณีเหล่านี้เราปฏิเสธที่จะรับเอาค่านิยมสากล ในกรณีอื่นๆ เรามีผู้หญิงที่เข้าไปมีส่วนในทุกวงการทุกอาชีพของมาเลเซีย รวมถึงคณะรัฐมนตรีและนักบิน ในขณะเดียวกันเราก็ไม่ยอมรับพวกตีความอิสลามตามสไตล์ตัวเองที่ตัดขาดผู้หญิงออกจากชีวิตสาธารณะทั้งหมดเช่นกัน"
3.เมื่อถูกถามประเด็นผู้ก่อการร้ายในโลกมุสลิม นักการศาสนาเยอรมันได้ตอบว่า "ใครกันที่เป็นผู้เริ่มสงครามโลกครั้งที่ 1? มุสลิมหรือ ? ใครกันที่เริ่มสงครามโลกครั้งที่ 2? มุสลิมหรือ ? ใครกันที่ฆ่าผู้คนเผ่าอะบอริจินกว่า 20 ล้านคน ในออสเตรเลีย ? มุสลิมหรือ ? ใครกันที่ทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ที่ฮิโรชิมา และนางาซากิ ? มุสลิมหรือ ? ใครกันที่ฆ่าพวกอินเดียนแดงกว่า 100 ล้านคน ในอเมริกาเหนือ ? ใครกันที่นำเอาคนแอฟริกันกว่า 180 ล้านคน มาเป็นทาส และคนที่ตายระหว่างทางจำนวนมากถูกทิ้งในมหาสมุทรแอตแลนติก ? มุสลิมหรือ ?"
"ไม่เลย พวกเขาไม่ใช่มุสลิม ก่อนอื่นเลยเราต้องจำกัดความความหมายของลัทธิก่อการร้ายให้เหมาะสม เพราะถ้าผู้ที่ไม่ใช่มุสลิมได้ทำบางสิ่งที่เลวร้าย ทำไมถูกเรียกว่า อาชญากรรม แต่เมื่อมุสลิมได้ทำความผิดเช่นเดียวกัน กลับถูกเรียกว่า การก่อการร้าย ดังนั้นขั้นแรกที่เราต้องทำให้ได้คือ ลบความไม่เท่าเทียมนี้ทิ้งไปให้หมดก่อน แล้วค่อยกลับไปสู่ประเด็น"
4.เมื่อนักข่าวตะวันตกถาม ตาวักกัล คาร์มาน นักเคลื่อนไหวชาวอียิปต์ ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพว่า ฮิญาบที่เธอสวมนั้นดูจะขัดกับสติปัญญาและการศึกษาที่สูงของเธอ ตาวักกัล ตอบว่า
"มนุษย์ในยุคแรก แทบจะไม่ได้สวมเสื้อผ้าเลย และเมื่อสติปัญญาของมนุษย์พัฒนาขึ้น มนุษย์ถึงได้เริ่มใส่เสื้อผ้า การแต่งกายของดิฉันไม่ได้เป็นการถอยหลังเข้าคลองเลย แต่มันสื่อให้เห็นถึงความนึกคิดและอารยธรรมขั้นสูงสุดของมนุษย์ การแต่งตัววับๆ แวมๆ ต่างหากที่เป็นเหมือนการย้อนเวลาไปเหมือนมนุษย์ในยุคแรกๆ"