ข่าว

จับแม่เล้าส่งสาวอายุต่ำกว่า18ค้าประเวณี

จับแม่เล้าส่งสาวอายุต่ำกว่า18ค้าประเวณี

05 ก.พ. 2558

ตำรวจอุดรธานีจับแม่เล้าส่งสาวอายุต่ำกว่า 18 ปีค้าประเวณี

 
           เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2558 พ.ต.อ.ณัฐนนท์ ประชุม ผกก.สส.กก.1 ภ.4 , พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธิ์ ผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี , พ.ต.ท.กิตติพงษ์ จิตรคาม , พ.ต.ท.ชาญณรงค์ มากพิสุทธิ์ รอง ผกก.สส.กก.1 ภ.4 สืบทราบว่า มีหญิงสาวที่มีพฤติกรรมเป็นแม่เล้า รวบรวมเด็กสาวใจแตกไปส่งอาเสี่ยและนักท่องเที่ยว ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี จึงวางแผนให้ตำรวจปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยวล่อซื้อเด็กสาว 3 คน โดยนำเงินถ่ายเอกสารและลงบันทึกประจำวัน และนัดหมายส่งเด็กสาวที่โรงแรมแห่งหนึ่งในซอยโนนพิบูลย์ ถนนศุภกิจจรรยา เขตเทศบาลนครอุดรธานี
 
           เมื่อถึงเวลานัดหมายพบ น.ส.สุกัญญา ศรีจันทร์เพ็ญ หรือ ก้อย อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 441 ชุมชนผาสุก ถนนนเรศวร เทศบาลนครอุดรธานี แสดงตัวเป็นแม่เล้า โดยนำเด็กสาว 3 คน ทราบชื่อภายหลังว่า น.ส.พลอย นามสมมุติ อายุ 20 ปี ราษฎร อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู , น.ส. แนน นามสมมติ อายุ 22 ปี ราษฎร อ.เมือง จ.ปัตตานี และ น.ส.เอ นามสมมติ อายุ 17 ปี ราษฎร อ.เมืองอุดรธานี มาส่งให้ที่ห้องพักหมายเลข 609 และรับเงิน 3,600 บาท ใส่กระเป๋า ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าจับกุม นำตัวมาทำการสอบสวน โดยตำรวจได้ตรวจปัสสาวะทุกคนเป็นสีม่วง
 
           จากการสอบสวน น.ส.สุกัญญา หรือ ก้อย ให้การรับสารภาพว่า ตนเคยติดคุกข้อหาจำหน่ายยาบ้า ตั้งแต่ปี 55 และเพิ่งพ้นโทษออกมาปี 2557 แต่ก็กลับมาเสพยาบ้าอีก ต่อมามีเพื่อนในหมู่บ้านเดียวกันชื่ออีฟ มาชวนให้ตนเป็นนายหน้าส่งหญิงสาวใจแตก ที่เช่าอยู่ตามหอพักในเขตเทศบาลนครอุดรธานี ให้กับอาเสี่ยและนักท่องเที่ยวตามโรงแรมและรีสอร์ท โดยหักค่านายหน้าตามแต่จะตกลงกัน ตนเห็นว่ารายได้ดี จึงเข้าร่วมทำด้วย และครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน หลังได้รับการโทรศัพท์ติดต่อขอซื้อบริการหญิงสาวจำนวน 3 คน ตนได้คิดค่าตัวคนละ 1,200 บาท ตนจะหักคนละ 200 บาท ก่อนจะนำไปส่งที่โรงแรมนัดหมายและถูกตำรวจจับ
 
           ด้าน น.ส.พลอย น.ส.แนน และ น.ส.เอ ให้การรับสารภาพว่า พวกตนไม่ได้เรียนหนังสือเพราะใจแตก หนีออกจากบ้านมาเช่าหอพักอยู่กับเพื่อน ได้ลักลอบขายบริการจริง โดย น.ส.ก้อย ได้โทรศัพท์มาชักชวนให้ไปขายบริการกับนักท่องเที่ยวใน ราคา 1,200 บาท หักค่านายหน้า 200 บาท พวกตนจะได้ 1,000 บาท เงินที่ได้ก็จะเอาไว้ใช้จ่ายค่าหอพัก เที่ยวเตร่ และซื้อยาบ้ามาเสพ ซึ่งก่อนจะพาพวกตนจะออกมารับแขก น.ส.ก้อย ได้นำยาบ้ามาให้พวกตนเสพก่อน เพื่อจะได้อารมณ์สนุกกับงาน
 
           พ.ต.อ.ณัฐนนท์ ประชุม ผกก.สส.กก.1 ถ.4 เปิดเผยว่า พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ์ ผบช.ภ.4 ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.สุรพล พินิจชอบ รอง ผบช.ภ.4 รรท. ผบก.ภ.จว.อุดรธานี กวาดล้างจับกุมการค้าประเวณี โดยเฉพาะขบวนการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล จึงได้ออกสืบสวนหาข่าวกลุ่มที่มีพฤติกรรมลักลอบค้าประเวณี และทราบว่า น.ส.สุกัญญา มีพฤติกรรมเป็นนายหน้าลักลอบค้าประเวณีทางโทรศัพท์ และจะนำหญิงสาวไปส่งตามโรงแรม รีสอร์ท จึงทำการล่อซื้อ หลังจับกุมก็พบว่ามีหญิงสาวอายุต่ำกว่า 18 ปี 1 คน จึงเข้าข่ายการค้ามนุษย์ และที่น่าตกใจคือทุกคนสารภาพว่าเสพยาบ้าก่อนออกมาขายบริการ
 
           โดยตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา น.ส.สุกัญญา ว่า “เพื่อสนองความใคร่ผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใด เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณีแม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม (พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พศ.2539) และค้ามนุษย์ ส่วน น.ส.พลอย และ น.ส.แนน แจ้งข้อหา “ติดต่อ ชักชวน แนะนำตัว ติดตาม หรือรบเร้าบุคคลตามถนนหรือสาธารณะสถาน หรือกระทำการดังกล่าวในที่อื่นใด เพื่อการค้าประเวณี” ก่อนจะนำตัว น.ส.เอ ซึ่งอายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ ไปไว้ที่บ้านพักเด็กและสตรีอุดรธานี เพื่อสอบสวนเป็นพยานต่อไป
 
 
กาฬสินธุ์ - ตร.คุมเข้มร้านคาราโอเกะ-สถานบันเทิงป้องกันค้าประเวณี
 
 
           เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2558 พล.ต.ต.อภิชิต เทียนเพิ่มพูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองกาฬสินธุ์และชุดสืบสวนออกสุ่มตรวจร้านคาราโอเกะ สถานบันเทิงและสถานที่เสี่ยงต่างๆที่เปิดให้บริการในเวลากลางคืน เพื่อป้องกันการลักลอบค้าประเวณีและใช้เป็นแหล่งมั่วสุมอบายมุขและยาเสพติดของกลุ่มวันรุ่น ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานตำรวจภูธรภาค 4 ซึ่งการตรวจครั้งนี้เน้นไปที่การป้องกันปัญหายาเสพติดและป้องกันการลักลอบค้าประเวณี โดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และชาวต่างชาติที่อาจจะลักลอบเข้ามาขายบริการ รวมไปถึงการตรวจบัตรประชาชนห้ามไม่ให้เยาวชนที่อายุไม่ถึงเกณฑ์เข้าไปใช้บริการ ตลอดจนเวลาเปิด-ปิดของสถานบริการต่างๆ พร้อมกำชับให้เจ้าของสถานบันเทิงจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งหากเจ้าหน้าที่ตรวจพบมีการกระทำผิด โดยเฉพาะการลักลอบเปิดให้มีการค้าประเวณีจะต้องถูกจับดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดทันที
 
           พล.ต.ต.อภิชิต เทียนเพิ่มพูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตามนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติและสำนักงานตำรวจภูธรภาค 4 ได้เน้นย้ำให้ตำรวจปฏิบัติหน้าที่เข้มงวดกวดขันในเรื่องการป้องกันปราบปรามปัญหายาเสพติด การลักลอบค้าประเวณี และอบายมุขต่างๆในร้านคาราโอเกะและสถานบันเทิงต่างๆ ซึ่งตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ได้กำชับให้สถานีตำรวจทั้งหมด 23 แห่ง รวม 18 อำเภอ ให้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ออกสุ่มตรวจป้องกันปราบปรามอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากพบมีการกระทำผิดจะต้องจับและดำเนินคดีตามกฎหมายทันที