
อนุญาตฝากขัง'หนุ่มราชบุรี'อ้างเบื้องสูง
04 ก.พ. 2558
ศาลอาญาอนุญาตฝากขัง 'เอฟ พลอยหิน' แอบอ้างเบื้องสูงวิ่งเต้นล้มคดี ตร.ค้านประกัน ชี้ คดีสำคัญเกี่ยวข้องสถาบันฯ อัตราโทษสูง หวั่นผู้ต้องหาหลบหนี
4 ก.พ. 58 เมื่อเวลา 11.00 น. พ.ต.ท.สมพงศ์ มั่นหมาย พนักสอบสวนชำนาญการพิเศษ กก.5 ป. ควบคุมตัว นายเอกชัย หรือ เอฟ พลอยหิน อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาคดีแอบอ้างสถาบันเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มาฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 4 - 15 ก.พ.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบพยานอีก 10 ปาก และรอผลตรวจสอบประวัติการต้องโทษ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ขอคัดค้านการให้ประกันตัวด้วย เนื่องจากเป็นคดีสำคัญเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ และคดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี
โดยคำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 51 นายไพฑูรย์ เนมีแสน บุตรชายของนายบันเทิง เนมีแสน ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางแพ จ.ราชบุรี จับกุมดำเนินคดีข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย , มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต ระหว่างที่นายไพฑูรย์ ถูกควบคุมในเรือนจำ จ.ราชบุรี ต่อมามีผู้แนะนำให้นายบันเทิง รู้จักกับนายเอกชัย ผู้ต้องหา ซึ่งอ้างว่าสามารถใช้อำนาจบารมี แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ช่วยเหลือนายไพฑูรย์ ให้ได้รับการประกันตัว และหลุดพ้นจากคดีอาญาได้ โดยผู้ต้องหาได้เรียกเงินค่าตอบแทนจำนวน 1,300,000 บาท นายบันเทิง หลงเชื่อ จึงนำเงินจำนวนดังกล่าวไปมอบให้ผู้ต้องหาที่โรงแรม อ.เมือง จ.ราชบุรี เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2551 แต่ภายหลังศาลจังหวัดราชบุรี ได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกนายไพฑูรย์ ซึ่งนายบันเทิง เห็นว่า การที่ผู้ต้องหาแอบอ้างว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสถาบันเบื้องสูง เพื่อมาให้การช่วยเหลือบุตรตนเองให้พ้นจากการกระทำผิดกฎหมาย เป็นการกระทำที่มิบังควร และทำให้สถาบันเบื้องสูงเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง จึงได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาตามกฎหมายนี้
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวนายเอกชัย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 254/2558 ลงวันที่ 3 ก.พ. 2558 และนำตัวไปตรวจค้นที่บ้านพักพบอาวุธปืนสั้น ปืนยาวหลายขนาด พร้อมเครื่องกระสุนรวม 12 รายการ จึงแจ้งข้อหาดำเนินคดี ฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ , เรียก รับ ผลประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จูงใจเจ้าพนักงาน โดยวิธีการทุจริตหรือผิดกฎหมายหรือโดยอิทธิพลของตนเอง ให้กระทำการหรือไม่กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือโทษแก่บุคคลใด ต่อมาได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมฐาน "มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของผู้อื่น ซึ่งได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมาย ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 , 143 และ พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน ฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 4 , 7 , 8 และ 72 วรรคสาม โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพโดยตลอด
ศาลพิจารณาคำร้อง และสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้



