ข่าว

ทหาร-ตร.หิ้วมือแพร่แถลงการณ์ปลอมสอบ

ทหาร-ตร.หิ้วมือแพร่แถลงการณ์ปลอมสอบ

04 ก.พ. 2558

ทหาร-ตร.หิ้วมือแพร่แถลงการณ์ปลอมสอบ เผยเป็นรองประธานนปช.เพชรบูรณ์ อธิบดีดีเอสไอเผยเร่งสอบสวนเว็บหมิ่น ระบุผู้ใช้นามแฝง ‘บรรพต’ ยังอยู่ในไทย


           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา15.00 น. วันที่ 4 ก.พ.  เจ้าหน้าที่ทหารพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาในคดีที่เผยแพร่แถลงการณ์สำนักพระราชวัง ฉบับที่ 13 ปลอม ซึ่งเป็นเพศชายมาควบคุมตัวไว้ภายในกรมทหารราบที่ 11รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) โดยมีพ.อ.สุชาติ พรมใหม่ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่11 รักษาพระองค์ และนายทหารระดับสูงของร.11รอ. รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เพื่อต้องการขยายผลว่ามีใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าวอีก
    
           อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้สั่งการให้หน่วยงานด้านความมั่นคง โดยเฉพาะพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรมว.กลาโหม และพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเร่งติดตามหาตัวผู้ที่เผยแพร่แถลงการณ์โดยด่วน จึงทำให้ทางทหารกับเจ้าหน้าที่ตำรวจประสานงานด้านการข่าวร่วมกันเพื่อติดตามและแกะรอยที่มาของการเผยแพร่ดังกล่าว
 
           สืบทราบว่าข้อมูลที่เผยแพร่ได้มีการโพสต์ลงในโซเชียลมีเดียพื้นที่จ.เพชรบูรณ์ จึงได้ดำเนินการสนธิกำลังไปจับกุมและควบคุมตัวนำมาขยายผลที่ร.11รอ. ทั้งนี้พ.อ.สุชาติ ได้รายงานให้พล.อ.อุดมเดช ในฐานะผู้บังคับบัญชารับทราบถึงรายละเอียดดังกล่าวแล้ว ก่อนที่พล.อ.อุดมเดชจะรายงานผู้บังคับบัญชาต่อไป
 
 
เผยเป็นรองประธานนปช.เพชรบูรณ์

 
          ต่อมาเวลา 15.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหารได้ควบคุมตัวนายกฤษณ์ บุตรดีจีน อายุ 25 ปี ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ ผู้ต้องหาเผยแพร่แถลงการณ์สำนักพระราชวังปลอม ซึ่งเป็นคนแพร่กระจายแถลงการณ์ดังกล่าว ก่อนจะกระจายต่อกันในสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ได้จับกุมได้เมื่อเวลาประมาณ 02.00น.ของวันที่ 4 ก.พ. และควบคุมตัวมาสอบสวนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีข้อมูลเบื้องต้นว่า ชายคนดังกล่าวประกอบอาชีพเป็นนักดนตรีและเคยเป็นรองประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.ของจังหวัดเพชรบูรณ์ และเคยเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองหลายครั้ง

          พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.ได้เดินทางไปสอบสวนด้วยตัวเอง พร้อมกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ต.ศิริพงษ์ ติมุลา ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(ผบก.ปอท.) พ.ต.อ.อัครเดข พิมลศรี รรท.ผบก.ป. ร่วมสอบปากคำด้วย

          พล.ต.ท.ประวุฒิ เปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวนายกฤษณ์ได้ที่ จ.เพชรบูรณ์ โดยผู้ต้องหารายนี้เกี่ยวข้องในระดับต้นๆ ของการเผยแพร่ประกาศปลอมฉบับนี้ผ่านทางเฟสบุ๊กและลิงค์ไปที่ทวิตเตอร์ โดยใช้ชื่อว่า Nest Oishi ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการสืบสวนไล่จากอันดับของการส่งต่อข้อความในโซเชียลเน็ตเวิร์ก ทั้งในเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และไลน์ ต่อเนื่องมาตั้งแต่เวลาประมาณ 21.33 น.ของวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยต้นทางที่ส่งนั้นมาจากต่างจังหวัด และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยึดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของนายกฤษณ์เอาไว้ตรวจสอบด้วย
    
          ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ทหารจะควบคุมตัวไว้ 7 วันตามอำนาจกฎอัยการศึก เพื่อสอบสวนขยายผลแกะรอยว่าต้นตอมาจากใคร ทั้งนี้ได้แจ้งข้อหา หมิ่นสถาบัน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และนำข้อมูลเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
    
          ด้าน พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า นายกฤษณ์ ให้การรับสารภาพโดยยอมรับโพสต์เอกสารปลอมดังกล่าวในเฟสบุ๊กตัวเอง ซึ่งในเฟสบุ๊กมีเพื่อนมากกว่า 4-5 พันคน โดยเจตนาต้องการให้เพื่อนๆรับทราบข้อความดังกล่าว ส่วนการขยายต่อนั้น ยังไม่ลงลึกว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง แต่ทั้งนี้ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นสมาชิกกลุ่ม นปช.และมีการเคลื่อนไหวทางด้วยการแสดงความคิดเห็นตามสถานที่ต่างๆ

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากสอบสวนเสร็จเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวนายกฤษณ์ไปที่กรมทหารราบที่ 11รักษาพระองค์เช่นเดิมตามกฎอัยการศึก ทั้งนี้นายกฤษณ์นั้นเคยเข้าร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดงในกรุงเทพฯหลายครั้ง  ช่วงยึดอำนาจใหม่ๆ เคยถูกทหารนำตัวเข้าไปในค่ายกองพลทหารม้าที่1 จ.เพชรบูรณ์เพื่อปรับทัศนคติ    แหล่งข่าวเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจและทหารจับตาดูพฤติกรรมของนายนายกฤษณ์มาระยะหนึ่งแล้ว
 
 
"ประวิตร"ชมตำรวจจับมือปลอมแถลงการณ์เร็ว

         เมื่อเวลา 17.30 น. พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า จับได้แล้วเมื่อคืนนี้ ซึ่งมีอาชีพเป็นนักดนตรีและเป็นตำรวจเก่าในระดับชั้นประทวน ซึ่งแน่นอนว่าเป็นคนที่เกี่ยวข้อง และถือว่าทำได้รวดเร็ว และค่อยๆทำไป
 
 
อธิบดีดีเอสไอเผยเร่งสอบสวนเว็บหมิ่น
 
 
         นางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีตำรวจพบความเชื่อมโยงคดีระเบิดหน้าห้างสยามพารากอนกับคดีระเบิด สมานเมตตาแมนชั่น และเครือข่ายครูแขก ย่านมีนบุรีที่ดีเอสไอเคยจับกุมได้และรับเป็นคดีพิเศษ ว่า ดีเอสไอได้ประสานข้อมูลกับตำรวจอย่างใกล้ชิด  ซึ่งขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติรับผิดชอบงานสืบสวนอยู่ และมีความคืบหน้าชัดเจน ในส่วนของดีเอสไอจะนำข้อมูลของตำรวจมาเชื่อมโยงกับคดีพิเศษว่ามีความเกี่ยว ข้องหรือไม่
 
            ด้าน พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล ผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ  กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนจับกุมเครือข่ายเว็บไซต์หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ในชื่อ “บรรพต”ว่า การดำเนินการกับเครือข่ายนี้ต้องขยายผลเพื่อหาผู้สนับสนุนทั้งทางด้านเทคนิค การเงิน และคนเขียนคอลัมน์ ที่มีการทำกันเป็นขบวนการ และมีการนำหลบซ่อนไอพี ซึ่งต้องต้องใช้เทคนิคในการตรวจสอบ โดยมีคนที่ใช้นามแฝงบรรพตเป็นผู้รวบรวมนำข้อมูลขึ้น
 
            ทั้งนี้ การสอบสวน “บรรพต”ยังอยู่เมืองไทย แต่พยายามเคลื่อนไหวหลบหนีออกนอกประเทศ โดยผู้ที่ใช้ชื่อบรรพต เป็นคนสูงอายุ ยังไม่เคยถูกออกหมายจับ โดยกรณีนี้ พนักงานสอบสวนไม่ต้องการให้มีข่าวเคลื่อนไหวออกไปมาก เพราะขบวนการเครือข่าย ของบรรพต ก็ติดตามการเคลื่อนไหวข่าวสารจากรัฐ เพื่อหลบซ่อนการจับกุม ในส่วนของแถลงการณ์สำนักพระราชวังปลอม ตรวจสอบแล้วไม่พบความเชื่อมโยงกับกลุ่มบรรพต