ข่าว

ภัยเหลือง ภัยขาว

ภัยเหลือง ภัยขาว

04 ก.พ. 2558

ภัยเหลือง ภัยขาว : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับ ประภัสสร เสวิกุล

              คนไทยเราเริ่มรู้จักคำว่า “ภัยเหลือง” กันจากความเคลื่อนไหวของขบวนการนักศึกษาในช่วงก่อน 14 ตุลาคม 2516 ซึ่งมีนัยบางส่วนในการต่อต้านสินค้าญี่ปุ่นที่หลั่งไหลเข้าไปในประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยเป็นการนำเข้าแนวคิดจากต่างประเทศ สำหรับ “ภัยขาว” ในประเทศไทย เกิดขึ้นในยุค “อเมริกันอันตราย” ที่มีการเปิดเผยถึงพฤติกรรมด้านลบของอเมริกาที่กระทำต่อเวียดนาม กัมพูชา และลาว ในสงครามเวียดนาม ซึ่งทำให้เกิดทัศนคติใหม่ของคนไทยต่ออเมริกา ที่ไม่ใช่พระเอกจอมพลังผู้พิชิตคนพาล อภิบาลคนดี เช่นในหนังสือการ์ตูน แต่กลายเป็นผู้ร้ายตัวเป้งเสียเอง กระแสภัยขาวส่งผลให้มีการต่อต้านอเมริกาขึ้นทั่วไป ที่สำคัญคือการเรียกร้องให้ถอนทหารอเมริกันจากฐานทัพในประเทศไทย ที่ทหารอเมริกันเคยใช้เป็นฐานในการส่งเครื่องบินไปทิ้งระเบิดและสารเคมีในดินแดนของประเทศเพื่อนบ้าน

              คำว่า “ภัยเหลือง” นั้น ตามจริงแล้วเป็นความรู้สึกในทางลบและอคติของคนผิวขาวที่มีต่อชาวเอเชีย โดยได้ถูกนำไปใช้ต่อต้านแรงงานชาวจีน ที่เดินทางเข้าไปทำงานสร้างทางรถไฟ ทำเหมืองแร่ และงานที่เสี่ยงอันตรายอื่นๆ โดยรัฐบาลสหรัฐ ในระยะแรกได้ให้ความคุ้มครอง รวมถึงสิทธิในการตั้งถิ่นฐานในสหรัฐ แก่แรงงานจีน และคนญี่ปุ่น ที่เข้าไปอยู่ในฮาวายเป็นจำนวนมากด้วย และการต่อต้านบรรลุวัตถุประสงค์ เมื่อรัฐบาลสหรัฐในช่วงต่อมาได้ออกกฎหมายจำกัดบริเวณที่อยู่อาศัยของคนจีน กับจำกัดโควตาคนเข้าเมืองจากเอเชีย

              “ภัยเหลือง” ได้ถูกนำมาเรียกใช้กับการรุกรานของญี่ปุ่นต่อจีนในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเฉพาะการโจมตีฐานทัพเรือสหรัฐที่เพิร์ล ฮาเบอร์ หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 คำว่า "ภัยเหลือง” ถูกนำกลับไปเรียกประเทศจีนซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของลัทธิคอมมิวนิสต์ และมีบทบาทสำคัญในสงครามเย็นระหว่างค่ายเสรีนิยม กับสังคมนิยม ในเอเชีย จีนได้ให้การสนับสนุนเกาหลีเหนือในการบุกเกาหลีใต้ และต่อสู้กับกองกำลังสหประชาชาติในเกาหลีใต้ จนกระทั่งต้องแบ่งเกาหลีออกเป็นสองประเทศ ในเวลาต่อมาจีนก็ให้การสนับสนุนแก่เวียดนามเหนือ กัมพูชา และลาว ในการต่อสู้กับฝรั่งเศสและสหรัฐ จนนำไปสู่สงครามที่ยืดเยื้อและสูญเสียชีวิตผู้คนเป็นจำนวนมาก

              “ภัยเหลือง” ถูกนำกลับมาใช้กับญี่ปุ่นอีกครั้ง เมื่อญี่ปุ่นฟื้นตัวขึ้นหลังสงครามโลก และกลายเป็นผู้ผลิตสินค้านานาชนิดส่งออกไปขายทั่วโลกในราคาที่ต่ำ ซึ่งประเทศที่ได้รับผลกระทบอย่างมากจากนโยบายเศรษฐกิจการค้าของญี่ปุ่นก็ได้แก่สหรัฐ ซึ่งประชาชนในสหรัฐนิยมใช้สินค้าญี่ปุ่นมากขึ้น เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ เพราะใช้เงินจำนวนมหาศาลไปในการทำสงคราม ขณะที่สินค้าสหรัฐเองในตลาดโลกก็แข่งขันกับสินค้าญี่ปุ่นได้ยากขึ้นเรื่อยๆ จึงเกิดการปลุกกระแส “ภัยเหลือง” เพื่อต่อต้านสินค้าญี่ปุ่นขึ้น

              ในปัจจุบัน จีนกำลังเป็นดาวรุ่งในโลกเศรษฐกิจ ความเข้มแข็งด้านการเงิน การค้า เทคโนโลยี และการพัฒนาประเทศอย่างรวดเร็ว ทำให้สหรัฐและยุโรปเฝ้ามองอย่างไม่สบายใจนัก และเริ่มก่อกระแส “ภัยเหลือง” อันเกิดจากจีนขึ้นมาอีกครั้ง โดยในครั้งนี้เป็นการเอาโลกมาล้อมจีน ด้วยความพยายามทำให้ประเทศโดยรอบของจีน ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน อาเซียน อินเดีย เกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัยต่อการเติบโตของจีน

              ขณะเดียวกันก็หาทางขยายปมความขัดแย้งในภูมิภาค เช่นหมู่เกาะในทะเลจีนใต้ หรือปัญหาชายแดนระหว่างจีนกับเวียดนาม พม่า หรือลาว และประเทศลุ่มน้ำโขง ให้เป็นเรื่องใหญ่ขึ้น ทำให้เกิดความหวาดระแวงว่าจีนจะใช้กำลังเข้าคุกคามหรือยึดครองดินแดนในบริเวณที่เป็นปัญหา พร้อมกับผลักดันให้ประเทศที่รายล้อมจีนหันไปหามหาอำนาจภายนอก เพื่อถ่วงกำลังกับจีน

              ผมบอกไม่ถูกหรอกครับ ว่า “ภัยเหลือง” หรือ “ภัยขาว” อะไรมันจะร้ายกาจกว่ากัน รู้แต่ว่าเกมนี้ในเวลานี้ ถ้าพลาดเมื่อไหร่ ทั้ง “ภัยเหลือง” และ "ภัยขาว” ก็เล่นเราเจ็บตัวหนักแน่