
ความพอดีทางการเมือง
ความพอดีทางการเมือง : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ
ตอนนี้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เริ่มเข้าสู่หมวดหมู่สำคัญ คือ การปฏิรูปการเมืองแล้ว แนวโน้มที่จะยังไม่มีบทสรุปง่ายๆ สั้นๆ แบบหารือกันวันเดียวจบนั้น น่าจะเกิดขึ้นได้ยาก เพราะปัญหาการเมืองและบ้านเมือง ส่วนใหญ่จะมาจากสิ่งที่กรรมาธิการจะถกเถียงเพื่อหาข้อสรุปให้ได้
10 กว่าปีที่ผ่านมา สังคมไทยมีรัฐธรรมนูญอย่างที่บัญญัติขึ้นเพื่อยกเครื่องประเทศไทยกันหลายฉบับ ทั้งฉบับชั่วคราวและถาวรและทุกครั้งที่มีการหารือเรื่องการปรับปรุงแก้ไข ข้อถกเถียงก็จะนำปรากฏการณ์ในช่วงนั้นๆ มาเป็นปฐมบทในการแก้ไขเสมอๆ
ไฮไลท์จากนี้ไปจะเริ่มเข้าสู่หมวดหมู่ทางการเมืองตั้งแต่ระดับท้องถิ่น-ระดับชาติ และการวางกติกาใหม่สำหรับการคัดกรองบุคคลที่จะมาทำหน้าที่แทนปวงชนชาวไทยในทุกระดับนั้น ก็จะมีการ "นิยาม" มาตราใหม่ๆ และการเพิ่มอำนาจในการตรวจสอบการทำหน้าที่และการดำรงตำแหน่งของบุคคลเหล่านี้
หลายสิ่งหลายอย่างที่บางคนมองว่า "คนการเมือง" ตั้งแต่ท้องถิ่น-ผู้บริหารประเทศ เป็นต้นทางในการเลี่ยงบาลี จนทำให้กฎหมายต่างๆ หาช่องเอาผิดไม่ได้ ฉะนั้นเมื่อถึงเวลายกเครื่องกฎหมายหลักของประเทศขึ้นมาอีกคราว ความละเอียดในมาตราต่างๆ จึงมีการตอกย้ำหัวหมุนในแทบทุกบรรทัด
คนการเมืองคล้ายจะเป็นของแสลงสำหรับผู้วางกติกาใหม่ของประเทศ เพราะคนการเมืองมักจะเลี่ยงบาลีและตีความกฎหมายแบบตะแบงเข้าตัว ฉะนั้นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดนี้ แม้ว่าจะตั้งใจทำหน้าที่วางกฎของประเทศใหม่ แต่หากมองลงไปดีๆ ความเคลือบแคลงใจที่มีต่อคนการเมืองทุกระดับยังอยู่ในระดับความไม่ไว้วางใจสูง
แต่บางอย่างนั้นหากเขียนบทเข้มเกินไป คนดีที่หวังจะอาสามาแก้ปัญหาบ้านเมืองในเร็ววันนี้ อาจจะถอดใจ เพราะคนเขียนกติกาอาจจะระบุรายละเอียดยิบย่อยจนทำให้คนดีถอดใจและขออยู่นิ่งๆ ดีกว่าก็เป็นได้ และเปิดทางให้คนสีเทาที่รู้เหลี่ยมอาศัยจุดนี้โดดลงสนามการเมือง จนความวุ่นวายตามมาแบบไม่จบสิ้น
อย่าลืมว่า บางสิ่งบางอย่าง วางหลักการไว้ในกฎหมายหลักของบ้านเมืองก็พอ ส่วนรายละเอียดก็ไปขยายความในกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้อง (แต่ต้องเข้มงวดเลยว่ากฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องนั้น ต้องเกิดขึ้นและบังคับใช้ในเวลากี่ปี เพราะที่ผ่านมากฎหมายลูกหลายฉบับยังไม่เกิดขึ้น ทำให้สภาพการบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานที่รัฐธรรมนูญให้กำเนิดไม่สามารถทำงานได้เต็มสูบ ตรงนี้ต้องเข้มงวดกับรัฐสภาใหม่ให้ได้ในการทำคลอดกฎหมายลูกที่องค์กรต่างๆ ต้องนำไปใช้)
"ความไม่สุดโต่ง-ความพอดี" เท่านั้นที่จะขับเคลื่อนเครื่องยนต์ประเทศให้ทำงานเต็มสูบ เพราะอะไรที่หย่อนหรือตึงเกินไปย่อมจะทำให้ระบบทำงานโดยไม่สมบูรณ์
ตรงนี้ฝากให้ทุกฝ่ายไว้คิดด้วย ไม่ว่าจะเป็นผู้เขียนกติกา-ผู้บังคับใช้กติกา-ผู้เล่นตามกติกา
เพราะทุกอย่างต้องเดินไปอย่างพอดีๆ



