
ประยุทธ์ซัดคนจิตใจแย่ปลอมแถลงการณ์
ประยุทธ์ซัดคนจิตใจแย่ปลอมแถลงการณ์ สั่งล่าคนวาง-คนสั่งการบึ้มพารากอน อัดพวกมองหวังคงอัยการศึกสมองเสีย
เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 3 ก.พ. 2558 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการติดตามขบวนการปล่อยเอกสารแถลงการณ์สำนักพระราชวังปลอมว่า ต้องหาผู้ทำเอกสารปลอมดังกล่าว ซึ่งการปลอมแปลงเอกสารมาทางโซเชียลมีเดียต้องใช้เวลาในการติดตาม แต่คิดว่าผู้ที่ปล่อยบ่อยครั้งมีจิตใจที่แย่ ใช้ไม่ได้ และคิดว่าคนไทยทั้งประเทศรับไม่ได้อยู่แล้ว ฉะนั้นอย่าไปเชื่ออะไรที่ผลีผลาม เมื่อคืนพอตนทราบก็ได้สั่งการ โดยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนได้รับการยืนยัน ก็ให้รีบแถลงไปเพราะเดี๋ยวจะเป็นปัญหา
ส่วนความคืบหน้าของการติดตามมือวางระเบิดบริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส หน้าห้างสยามพารากอนนั้น นายกฯ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แสดงว่ายังมีคนบางประเภทที่ไม่เข้าใจว่าบ้านเมืองเราอยู่ในสถานการณ์อะไร และมุ่งหวังแต่เพียงทำให้เกิดความขัดแย้ง ทำให้เกิดความรุนแรงขึ้น และสร้างผลกระทบต่อการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน ซึ่งมันไม่ใช่ วันนี้เรื่องของบ้านเมืองเขาต้องคิดว่าเขาเป็นคนไทยหรือเปล่าที่ทำแบบนี้ วันนี้ฝ่ายความมั่นคงได้รายงานมาแล้ว โดยมีการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งกำลังดำเนินการสืบความเชื่อมโยงให้ได้ และคงต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวดถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
"ขอเตือนไว้ก่อนแล้วกัน วันนี้ได้สั่งการการป้องกันอาชญากรรม การกระทำการทุจริตผิดกฎหมายต้องเข้มงวด วันนี้ให้คสช.ดำเนินการอย่างเต็มที่ในการเพิ่ม วางกำลัง ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง แต่ต้องระมัดระวังเรื่องผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ในกรณีที่ใช้ทหารออกทำงานในพื้นที่ สถานการณ์กำลังไปดีๆอยู่แล้ว ถ้าเราไม่จัดคนดูแลเพิ่มเติมคงไม่ได้ สิ่งหนึ่งต้องเรียนทำความเข้าใจว่า ไม่ใช่ว่ามีกฎหมายความมั่นคงแล้ว หรือมีกฎอัยการศึกแล้วทุกคนจะกลัว นี่แสดงว่ามันยังมีอยู่ และเข้าใจว่าเราไม่ได้ทำอะไรเข้มงวดขนาดนั้น เขาเลยใช้วิธีการเหล่านี้ และก็เคยเกิดมาหลายครั้ง ลองไปดูว่าเหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นในสถานการณ์ไหน เช่น ปี 53 ก็มีเหตุการณ์การใช้ความรุนแรงมาตอบโต้รัฐบาล พอปี 56-57 ก็ใช้ความรุนแรงมาตอบโต้กลุ่มต่อต้าน เหตุการณ์แบบนี้มาจากใครคิดกันเอาเอง จากใครไม่รู้ ถ้าไม่ใช่พวกไหนก็ต้องหาตัวพวกที่ว่านี้มา อย่าไปให้ความสำคัญมากนัก โชคดีที่ไม่มีคนบาดเจ็บสูญเสีย ก็ถือเป็นบทเรียน และเป็นบทเรียนทุกเรื่องที่ฝ่ายความมั่นคงต้องไปเข้มงวดหามาตรการ เพราะมันจะอันตรายมากขึ้นในช่วงที่เป็นเออีซี" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าฝ่ายความมั่นคงได้มีการประเมินหรือไม่ว่า ผู้ก่อเหตุต้องการสร้างสถานการณ์เพื่ออะไร นายกฯ กล่าวว่า ก็เห็นหนังสือพิมพ์ทุกฉบับมีการประเมินกันมาแล้วโน่นนี่ ท่านก็รู้คำตอบดีอยู่แล้ว มันจะมาจากใครล่ะ ตนไปทำเองหรอ ก็มีคนวิพากษณ์วิจารณ์ว่า 1.มาจากรัฐบาลทำเอง คสช.ทำเอง เพื่อต่อกฎอัยการศึก ไอ้พวกนี้สมองเสีย มันเขียนอย่างนี้ได้อย่างไร ไม่มีใครเขาลงทุนขนาดนั้นหรอก 2.การแย่งชิงจ่าฝูงในกองทัพบก การโยกย้ายในกองทัพบกจะมีเดือนตุลาคมโน่น ยังไม่มีปรับย้าย หรือจะเป็นตำรวจนอกแถวก็กำลังตรวจสอบทั้งหมด จะเกี่ยวข้องทหารเก่า ตำรวจเก่าก็ต้องลงโทษอยู่แล้ว ไม่ต้องกลัว อย่าไปให้ความสำคัญมากนัก ไปหามาตรการจะเฝ้าระวัง จะช่วยดูแล และแจ้งเจ้าหน้าที่กันอย่างไร นั่นคือสิ่งที่ทุกคนต้องช่วยกัน เป็นหน้าที่ของทุกคนในชาติ เจ้าหน้าที่มีจำนวนจำกัด เขาก็ทำอย่างเต็มที่ เว้นแต่ว่าปล่อยปะละเลย แต่อันนี้คงไม่ใช่ เพราะเป็นพื้นที่สัญจรไปมา ซึ่งไม่คาดคิดว่าใครจะต้องมาทำแบบนี้ แสดงว่าไม่เห็นใจประเทศไทยกันเลย คนไทยทั้งหมด
เมื่อถามว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องทำความเข้าใจต่างชาติอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า วันนี้เขาเข้าใจในเหตุการณ์ และสิ่งที่ทำมาไม่เกิดประโยชน์กับใครเลย 1.ไม่เกิดประโยชน์กับตน 2.ยิ่งทำให้ต่างชาติมองไทยยังมีเหตุการณ์อย่างนี้ เขาก็ต้องเข้าใจเรา ยิ่งหนักไปกว่าเดิมคนที่คิดทำแบบนี้ มันแย่
เมื่อถามรณีที่สหรัฐอเมริกา ออกแถลงการณ์การเตือนนักท่องเที่ยวชาวสหรัฐฯที่มาเที่ยวไทยให้ระมัดระวังจะมีผลกระทบอะไรหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า อย่าไปยุ่งกับเขามากนักเลย ปล่อยเขาไปเถอะ ก็ชี้แจงไปแล้วก็จบแล้ว มันอะไรนักหนา วันหน้าก็ต้องคบค้าสมาคมกันอยู่แล้ว ส่วนเรื่องการท่องเที่ยวเราก็สร้างความมั่นใจ จะดูแลให้มากที่สุด ทางกระทรวงการท่องเที่ยวฯก็พูดว่าโอเคไม่มีผลกระทบเท่าไหร่ มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะขยายความแค่ไหน จะขยายข่าวให้คึกโคมแค่ไหน นั่นแหละมีผลกระทบ วันนี้ตนคิดว่ายังน้อย เราต้องยืนยันกลับไปว่าจะดูแลให้ดีที่สุด ก็เหมือนทุกประเทศ โอกาสจะเกิดขึ้นก็มีทุกประเทศ ซึ่งก็เห็นอยู่ว่ามีเหตุการณ์ลักษณะเหล่านี้ เรามีแต่น้อยนิดเดียว ไม่มีใครบาดเจ็บแต่เราต้องปัองกันต่อไปให้ได้ในคราวหน้า อย่าไปขยายความให้เขาเลย
เมื่อถามว่า จะติดตามจับคนที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์อย่างไร นายกฯ กล่าวว่า บอกแล้วใครเกี่ยวข้องจับหมด จะเลือกจับได้ไหมเล่า ก็จับหมดแหละ คนวางก็ต้องจับ อยู่ดีๆมันจะมาบ้าวางเล่นหรือไง ก็ต้องจับ ใครสั่งมันก็ไปสอบมา ถึงใครก็จับมา ใครไม่อยู่ก็ออกหมายจับไปก็ได้อยู่แล้ว
"วันนี้ให้โอกาสผ่อนผันอะไรเยอะแยะ ยังสร้างความรุนแรงเกิดขึ้น ผมถามว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ท่านยืนยันกับผมไหมว่าถ้าไม่ใช้กฎหมายพิเศษแล้วจะไม่มีเรื่อง แต่วันนี้ยังมีเรื่อง ผมถามว่าคนเหล่านี้เป็นใคร ไปหามา ไม่ได้โมโหเลยนะเนี่ย" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นอีก นายกฯ กล่าวว่า อย่าใช้คำว่ากังวล ตนเป็นห่วงคนไทย คนบริสุทธิ์ที่จะต้องมีปัญหาเดือดร้อน ต้องเขียนให้ตนว่าวันนี้รัฐบาลกำลังสร้างความเข้มแข็ง ถ้าเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว สังคม แต่มีคนเหล่านี้มา แทนที่จะมาว่าตนดูแลไม่ดี ต้องไปตำหนิฝ่ายโน้น ตนทำแบบนี้ต้องไปช่วยตน เขียนสอนเขาแบบนี้สิ ใช่ไหม การเสนอข่าวความรุนแรงบางครั้งโอเค เป็นข้อเท็จจริง แต่ถ้าเสนอความรุนแรงมากๆก็กลายเป็นว่าประเทศไทยเคยชินกับความรุนแรง ทีวีบางช่องถามแล้วถามอีก เช้าเย็นเอาไปออกอยู่นั่น เรื่องความรุนแรงไม่เห็นสรุปเลยว่าอย่าวนี้ไม่ถูกต้อง เอาปืนมายิงกัน คนฟังกันทุกวันก็ชิน มันยิงกันธรรมดา ปกติ ยามยิงคน คนยิงยาม วันนี้กำชับไปแล้ว ก็ต้องไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นในสังคมของคนไทย ไปแก้ที่มิติของสังคม นี่ไงค่านิยมคนไทย เรื่องนี้สำคัญ ถ้าทุกคนมีความคิดที่ดีก็จะไม่สร้างผลกระทบความเดือดร้อนคนอื่น และเราก็ไม่ต้องไปขยายความรุนแรงให้กับเขา นี่คือหน้าที่ของสื่อที่ตนอยากขอร้อง
"เหตุการณ์นี้ผมไม่กังวล แต่เป็นห่วงการบังคับใช้กฎหมายก็ต้องใช้อย่างสร้างสรรค์ ท่านลองดูกฎหมายก่อนหน้าผมเข้ามามันใช้ได้บ้างไหม ตอบสิ ได้ไหม เขียนให้ตายมันไม่ทำ วันนี้มีกฎหมายอย่างนี้ยังไม่ทันมีกฎหมายใหม่อะไรที่เกี่ยวกับความมั่นคง ก็ยังมีอยู่เลย ผมถามว่า แล้วกฎหมายจะไปกันอะไรได้ ถ้าจิตสำนึกคนมันไม่ได้ ยังไงมันก็ไม่ได้ กฎหมายเป็นเครื่องมือของเจ้าหน้าที่ อย่าเอากฎหมายมาเป็นพันธกรณีให้เจ้าหน้าที่ทำงานไม่ได้ จะใช้สิทธิเสรีภาพแบบไร้ขอบเขตไม่ได้ สิทธิเสรีภาพมีทุกคน หน้าที่ตามกฎหมายก็ต้องมี ทำให้บ้านเมืองปลอดภัยมีความสงบสุข ประชาชน เอกชน สื่อสิ่งพิมพ์ โฆษณา โทรทัศน์ โซเชียลมีเดีย ทุกคนต้องช่วยกันสร้างความเข้าใจ ไม่ให้เกิดความขัดแย้ง อะไรเป็นข้อเท็จจริงเสนอได้ ผมไม่ห้าม แต่ถ้าเป็นความขัดแย้งอย่าไปขยาย นั่นคือสิ่งที่จะช่วยชาติบ้านเมืองในเวลานี้ วันหน้าก็ลองดูแล้วกัน มีรัฐบาลเลือกตั้งมา แล้วท่านก็ทำแบบที่ถามผม โอเคไหม โอเคจ้า ขอบคุณนะ วันนี้อารมณ์ดี ลมเย็น" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว พร้อมก้าวลงจากโพเดียม โดยเดินขากระเผลก พร้อมบอกกับผู้สื่อข่าวว่า "เจ็บขา ยืนนาน"
เผยประชุมแม่น้ำ5สายพรุ่งนี้
พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมร่วมระหว่าง คสช., ครม., สปช., สนช.และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 4 ก.พ. ว่า เป็นการหารือเพื่อการขับเคลื่อนของแม่น้ำ 5 สาย ซึ่งก็จะมาพูดคุยว่าแต่ละส่วนมีความคืบหน้าไปถึงไหน อีกทั้งจะมาจัดระเบียบกันว่ากำหนดการตามโรดแมปที่วางไว้ยังมีปัญหาอะไรบ้างหรือไม่ แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีปัญหาอะไรยังเป็นไปตามโรดแม็พที่มีการวางไว้ และในวันนี้ได้มีการพูดคุยถึงรายละเอียดของคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งวันที่ 4 ก.พ.ก็จะมีการหารือกันว่ามีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง เพราะถึงเวลาที่ต้องเสนอเข้ามายังครม.และคสช. ตอนใกล้เวลาอาจจะติดปัญหากันหมด
เมื่อถามย้ำว่า จนถึงวันนี้ความคืบหน้ายังเป็นไปตามระยะเวลาของโรดแมปที่กำหนดไว้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามระยะเวลาและแผนงานที่วางไว้ ถ้าไม่เป็นตามแผนและกรอบระยะเวลาทุกอย่างก็เดินต่อไม่ได้ เพราะกฎหมายมีการบัญญัติไว้อย่างชัดเจน โดยเดือนเม.ย.นี้ คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญจะต้องมีการเสนอร่างฯ แรกเข้ามาให้ได้และภายในเดือนส.ค.ก็จะมีการดำเนินการต่อไป ดังนั้นทุกอย่างต้องเป็นไปตามโรดแมปไม่เช่นนั้นก็จะเดินไม่ได้
"เป็นสิ่งที่ผมอยากยืนยันว่า ผมพยายามเดินตามโรดแมปให้ได้ ถ้าพวกเราหรือสถานการณ์ไม่เป็นไปตามปกติ ยังมีความขัดแย้งกันอยู่มากแล้วมันจะเดินต่อกันไปอย่างไรก็ต้องไปหาคำตอบกันเอง อย่ามาหาคำตอบจากผม" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
เมื่อถามว่า ในเรื่องความชัดเจนในการทำประชามติ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้ข้อยุติก็ต้องไปรอดูตอนนั้นอีกครั้ง เพราะในรัฐธรรมนูญไม่ได้มีการบัญญัติไว้และอยากเรียนว่ารัฐธรรมนูญที่กำลังจะร่างขึ้นเป็นรัฐธรรมนูญที่เราต้องคิดเผื่อการปฏิรูปไว้ด้วยว่าจะทำอย่างไรเพราะในวันข้างหน้าเมื่อมีรัฐบาลเข้ามาเขาก็สามารถทำอะไรได้อีกต่อไป ดังนั้นเราต้องมาคิดว่าเราจะทำอย่างไรกับสิ่งที่ทำมาทั้งหมดปีกว่าๆ จะเดินหน้าต่อไปได้ ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นการเสียเวลาเปล่า ตนไม่ได้มุ่งหวังว่าจะไปกีดกันใครหรือสร้างอำนาจต่อ ยืนยันว่าไม่ได้หวังอะไรเช่นนั้น หวังแต่เพียงว่าพวกเราจะอยู่กันอย่างไร สิ่งที่คิดอยู่ทุกวันนี้ไม่เคยคิดเพื่อตัวเอง และไม่ได้คิดเพื่อใครทั้งสิ้น สิ่งที่ทุ่มเทและคิดในวันนี้มีแต่เพียงว่าวันข้างหน้าจะไปกันอย่างไร บางคนอาจจะเห็นว่าทำดีบ้าง ไม่ดีบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา ความคิดแตกต่างกันได้ แต่อย่าลืมว่าการที่ตนเข้ามารับภาระวันนี้ไม่ต้องมาชมตน เพียงแต่ขอความเข้าใจว่าเข้ามาเพื่อทำอะไรและไม่ว่าจะอย่างไรก็พร้อมฟังจากทุกคน ซึ่งความจริงไม่ฟังก็ได้แต่ตนก็ต้องฟัง เพราะเป็นคนไทยด้วยกัน
จ่ายเงินช่วยเหลือชาวสวนยางไปกว่า90เปอร์เซ็น
พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีถึงมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง ว่า ขณะนี้ได้มีการรายงานการจ่ายเงินช่วยเหลือมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว ซึ่งยังเหลืออีกเพียงเล็กน้อยที่ยังไม่ถูกต้อง
ผู้สื่อข่าวถามว่า กระทรวงเกษตรกรได้มีการขออนุมัติเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า จ่ายไปหมดแล้ว ทั้งข้าวและยาง ซึ่งต้องเข้าใจว่าการจ่ายเงินนั้นต้องมีทะเบียนเกษตรกร ซึ่งอาจจะยังไม่มีความทันสมัยเพียงพอ แต่ถึงเวลาก็มาขอรับเงินช่วยเหลือ โดยสิ่งที่รัฐบาลต้องดูแล ยังมีเรื่องของผู้ที่อยู่ในพื้นที่ ที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นความบกพร่องของรัฐบาลที่ผ่านมา แต่ไม่อยากจะโทษใคร เพราะมีการสนับสนุนการปลูกยาง และได้บุกรุกเข้าไปในพื้นที่ป่า กลุ่มดังกล่าวก็ได้มาขอเงินช่วยเหลือด้วย รัฐบาลก็ช่วยเหลือเพราะเห็นเป็นคนจน และให้มาทุกครั้ง อย่างไรก็ตามตนกำลังจะจัดระเบียบใหม่ ต้องมีการขึ้นทะเบียบอย่างเป็นระบบและแก้ไขเกษตรกร ที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่หรือผู้บุกรุกอย่างไร เพราะถือว่าผิดทั้งยังปล่อยปะละเลยมาโดยตลอด เมื่อจะจัดระเบียบก็บอกว่าประชาชนเดือดร้อน จึงขอให้ช่วยเหลือ ตนอธิบายว่าเดือดร้อนเพราะอยู่ในพื้นที่ผิดกฎหมายหรือเปล่า หากอยู่มาตั้งแต่ดั้งเดิมก็อาจจะมีมาตรการผ่อนปรนให้
“ผมได้ถามไปแล้วว่า ให้เงินช่วยเหลือไปแล้ว หนึ่งพันบาท เจ้าของสวนยางบอกว่าได้ แต่คนกรีดไม่ได้ เพราะคนกรีดจ้างมา ต้องเข้าใจว่าเรื่องของยางพารา ไม่ใช่แค่คนปลูก เพราะคนกรีดยังต้องจ้างอีก สองฝ่ายคนละ 50 เปอร์เซ็นต์ ช่วยไป 1 พันบาท คนกรีดไม่ได้ วันนี้เจ้าของสวนยางบอกอยากให้คนกรีดด้วย ปัญหามีความซับซ้อน จึงจำเป็นต้องแก้ไขโดยจัดระเบียบใหม่ เพราะเป็นผลให้ต้นทุนสูงขึ้น ซึ่งจากการลงพื้นที่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา วานนี้ (2ก.พ.) ผมได้นั่งคิดว่าเกษตรกรทุกกลุ่มทั้งยาง ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง จะจัดระบบสหกรณ์มาใช้ได้หรือไม่ โดยการขึ้นทะเบียบทั้งหมด เพราะที่ผ่านมาเมื่อไปยุ่งกับกลไกมากๆ ทำให้เกิดการบิดเบือนราคา และระบบจะเสียไปหมด จะแก้กลับมาก็ต้องใช้เวลา แต่หากเราส่งเสริมในระบบสหกรณ์ได้ก็จะสร้างความเข้มแข็ง หากสหกรณ์ต้องการเงินทุนเราก็พร้อมสนับสนุน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอฝากไปยังเกษตรกรชาวสวนยางว่า รัฐบาลพยายามเร่งรัดการช่วยเหลือทั้งสนับสนุนการใช้ยางภายในประเทศ โดยจะมีการหารือให้เร็วที่สุดภายในสองสัปดาห์ เพื่อที่จะดูว่าสามารถใช้ยางภายในประเทศได้มากน้อยเพียงใด เพื่อเตรียมรับฤดูกรีดยางครั้งหน้า ให้ราคาดีขึ้น แต่วันนี้ต้องดูที่การลดต้นทุน เมื่อขายได้ก.ก.ละ 60 บาท ก็แบ่งกับคนกรีด 50 เปอร์เซ็นต์
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังจากลงพื้นที่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ได้สั่งการในเรื่องของการจัดตลาดกลางพืชผล โดยการเปิดตลาดแล้วเอาข้าวมาแข่งกันซื้อ โดยประชาชน ซึ่งราคาจะสูงกว่าท้องตลาด 800 บาท ส่งผลทำให้ประชาชนดีใจ วันนี้เราต้องสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรให้เรียนรู้เรื่องการค้าการลงทุน ซึ่งการเปิดตลาดแบบนี้ ถือเป็นการขายตรงกับผู้บริโภค ถ้าไม่อย่างนั้นพ่อค้าคนกลาง จะเอากำไรไปหมด
ปรับโครงสร้างเงินเดือนรัฐวิสาหกิจเป็นไปตามระบบ
พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงมติที่ประชุมในการปรับโครงสร้างเงินเดือนรัฐวิสาหกิจ ว่า เป็นการปรับตามปกติ และรัฐวิสาหกิจก็ต่างได้รับเงินเดือนไปแล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมายังไม่มีความชัดเจนในเรื่องของข้อกฎหมาย ถือเป็นการปรับตามระบบ โดยวันนี้ได้อนุมัติให้สิ่งที่ติดค้างอยู่สามารถลื่นไหลได้
ลั่นปราบยาเสพติดเต็มที่สั่งเข้มงวดทุกส่วน
พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ว่า การลงพื้นที่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา วานนี้ (2ก.พ.) ได้รับการร้องเรียนจากประชาชน ขอให้รัฐบาลเร่งรัดการปราบปรามเรื่องของการทุจริตผิดกฎหมาย และปัญหายาเสพติดให้มากขึ้น เนื่องจากมีลูกหลานติดยาเสพติดเป็นจำนวนมาก วันนี้รัฐบาลทำเต็มที่โดยปัญหายาเสพติดนั้นคิดว่ารัฐบาลชุดนี้ทำได้ดีกว่าช่วงที่ผ่านมามาก ทั้งในด้านของทรัพยากรธรรมชาติ ยาเสพติด อาชญากรรมและอาวุธสงคราม ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทย และต้องเข้มงวดเจ้าหน้าที่ทุกส่วน
นายกฯ กล่าวต่อว่า การเข้าสู่เออีซี จะมีการเปิดการค้าเสรี การเคลื่อนย้ายแรงงาน การค้าการลงทุน มีรายได้ มีผลประโยชน์มากขึ้น คนจนก็มากขึ้น ก็ต้องระมัดระวังเรื่องยาเสพติดด้วย ซึ่งวันนี้กระทรวงยุติธรรมได้รายงานผลกลับไปขอความร่วมมือสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าจะร่วมมือกันอย่างไร โดยเฉพาะในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งจะให้กระทรวงมหาดไทย ตำรวจ ทหาร ร่วมมือกับลาว เมียนมาร์ จีน มีการลาดตะเวนลุ่มแม่น้ำโขง เพราะวันนี้ยาเสพติดเข้าไปในหลายประเทศ ก็ต้องร่วมมือกัน
นายกฯ กล่าวว่า ทั้งนี้การแก้ไขปัญหายาเสพติด รัฐบาลมีการลาดตะเวนร่วมกันอยู่แล้วกับประเทศในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ไม่ว่าจะเป็นทางบกหรือทางเรือ ซึ่งมีการตรวจสอบร่วมกันใน 4 ประเทศ เพราะเป็นเส้นทางสัญจรไปมา โดยที่ผ่านมาได้มีการจับกุมและประหารชีวิต มาแล้ว และต้องเพิ่มความเข้มงวดในการรับส่งสินค้าด้วย
เยือนญี่ปุ่น8-10ก.พ.ลงนามความร่วมมือ
ร.อ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า การประกาศอย่างเป็นทางการ เรื่องการเยือนประเทศญี่ปุ่นของพล.อ.ประยุทธ์และภริยามีกำหนดการเยือนประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 8-10 กุมภาพันธ์นี้ ตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นและภริยา โดยการเยือนครั้งนี้เพื่อผลักดันความร่วมมือเรื่องเศรษฐกิจระหว่างไทยกับประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ ความร่วมมือเรื่องระบบรางของไทย การพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษทวาย การส่งเสริมการค้าการลงทุนเกิดความคืบหน้าเป็นรูปธรรม การเสริมสร้างความเชื่อมั่นของภาคส่วนญี่ปุ่น และต่อประชาคมระหว่างประเทศจากการพบระดับทวิภาคีของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์มีกำหนดพบกับบุคคลสำคัญในรัฐบาลและภาคเอกชนของประเทศญี่ปุ่นด้วย
ร.อ.ยงยุทธ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายมีกำหนดการลงนามบันทึกเจตจำนงว่าด้วยความร่วมมือพัฒนาระบบรางระหว่างกระทรวงคมนาคมไทยกับประเทศญี่ปุ่น และบันทึกความร่วมมือว่าด้วยการส่งเสริมธุรกิจไทยในประเทศญี่ปุ่นกับองค์การส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศประเทศญี่ปุ่น กับคณะกรรมการร่วมสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย โดยมีนายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศเป็นสักขีพยาน



