ข่าว

แกะรอย...ไปป์บอมบ์ระเบิดป่วนเมือง

แกะรอย...ไปป์บอมบ์ระเบิดป่วนเมือง

03 ก.พ. 2558

แกะรอย...ไปป์บอมบ์ ระเบิดป่วนเมือง : ทีมข่าวอาชญากรรมรายงาน

               ภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิด เป็นหลักฐานสำคัญที่นำมาสู่เบาะแสของคนร้ายที่ก่อเหตุวางระเบิด บริเวณทางออกสถานีรถไฟฟ้าสยามประตู 3 เชื่อมต่อกับทางเข้าชั้น 2 ของห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน โดยพบชายต้องสงสัย 2 คน สวมหมวกแก๊บ ถือถุงพลาสติกสีส้ม ไปวางไว้ที่ข้างศูนย์บริการบัตรประชาชนสำนักงานเขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร และลูกที่ 2 ห่างจากจุดแรก 6.4 เมตร ก่อนระเบิดทั้ง 2 ลูกทำงานในเวลาห่างกันประมาณ 30 วินาที 

แกะรอย...ไปป์บอมบ์ระเบิดป่วนเมือง

               หลังเกิดเหตุตำรวจหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด หรือ อีโอดี พร้อมตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบระเบิดที่คนร้ายนำมาใช้ก่อเหตุเป็นแบบแสวงเครื่องชนิดไปป์บอมบ์ จุดชนวนด้วยนาฬิกาดิจิทัล มีตะปูขนาด 2-4 นิ้วเป็นสะเก็ดระเบิด แต่ใช้ดินระเบิดชนิดแรงดันต่ำ

               มีการตั้งข้อสังเกตถึงชนวนเหตุของระเบิดครั้งนี้ไว้ในหลายประเด็น โดยเริ่มต้นจากความขัดแย้งของสถาบันการศึกษาในพื้นที่ เนื่องจากห้วงเวลาเกิดเหตุตรงกับวันสถาปนาของสถานศึกษาแห่งหนึ่ง แต่ข้อสงสัยนี้ลดทอนน้ำหนักลง เพราะวัตถุพยานที่พบในจุดเกิดเหตุคือนาฬิกาแบบดิจิทัลที่คนร้ายนำมาใช้ในการจุดชนวนระเบิด น่าจะเกินความสามารถของกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่จะประกอบระเบิดที่มีความละเอียดอ่อนได้มากเช่นนี้

               ประเด็นต่อมาคือความไม่พอใจของคนบางกลุ่ม ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายจัดระเบียบสังคมของรัฐบาล และกรุงเทพมหานครที่เข้าไปจัดระเบียบพื้นที่หลายแห่งในกรุงเทพมหานครโดยเฉพาะพื้นที่ค้าขายก่อนหน้านี้ ซึ่งปมข้อสงสัยนี้เป็นผลมาจากจุดที่คนร้ายวางระเบิดคือด้านข้างศูนย์บัตรบริการประชาชนสำนักงานเขตปทุมวัน ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ หลายพื้นที่ที่กรุงเทพมหานครเข้าไปจัดระเบียบก่อนหน้านี้เป็นที่ทราบกันดีว่าเคยเป็นพื้นที่เคลื่อนไหวของคนบางกลุ่มในช่วงชุมนุมทางการเมือง

               แต่ประเด็นนี้ก็ถูกหักล้างความเป็นไปได้จากข้อมูลการข่าวของหน่วยทหารที่มีการแจ้งเตือนก่อนหน้านี้ว่าอาจมีความพยายามของคนบางกลุ่มที่อยู่ตรงข้ามกับรัฐบาล จะสร้างสถานการณ์เพราะไม่พอใจเรื่องการถอดถอนอดีตนายกรัฐมนตรี และการเรียกผู้นำหลายคนเข้าปรับทัศนคติ ขณะที่ชิ้นส่วนวัตถุระเบิดที่พบทั้ง เศษชิ้นส่วนโลหะที่เป็นท่อเหล็ก เศษชิ้นส่วนของตะปู เศษชิ้นส่วนนาฬิกา และเศษชิ้นส่วนสายไฟ ใกล้เคียงกับเหตุระเบิดเมื่อวันที่ 29-30 มีนาคม 2557 ซึ่งเกิดเหตุ "ไปป์บอมบ์" ระเบิดที่บริเวณเนินดินระหว่างซอยราษฎร์อุทิศ 25-27 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี ส่วนอีกประเด็นคือมือที่สาม ฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์เพื่อหวังผลอย่างใดอย่างหนึ่งทางการเมือง

               "ยังบอกไม่ได้ว่าเป็นกลุ่มใด หลักฐานที่พบยังไม่สามารถตัดประเด็นใดประเด็นหนึ่งทิ้งได้ ทั้งเรื่องการเมือง และการสร้างสถานการณ์ทั่วไป แต่ที่บอกได้คือระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นระเบิดแรงดันต่ำ มีตะปูเป็นสะเก็ดระเบิด ดูจากลักษณะแล้วน่าจะต้องการเพียงสร้างความวุ่นวาย ไม่ได้ต้องการประสงค์ต่อชีวิต" พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผย

               สอดคล้องกับ พล.ต.ต.รณกร ศุภสมุทร ผบก.ประจำภาค 3 ช่วยราชการ บช.น. ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิด ที่ยืนยันว่า ไปป์บอมบ์ที่พบเป็นระเบิดแรงดันต่ำ ซึ่งคนร้ายบรรจุดินเทา ตะปู และตัวจุดชนวนไว้ในท่อเหล็ก ความยาวเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 เซนติเมตร ยาว 20 เซนติเมตร คล้ายกับระเบิดที่พบในช่วงชุมนุมทางการเมืองเมื่อเดือนมีนาคม 2557 ในพื้นที่มีนบุรี 

               "ภายในบรรจุดินดำ บรรจุตะปูไว้เป็นสะเก็ดระเบิด จุดชนวนด้วยนาฬิกาดิจิทัล คนร้ายไม่น่าจะนำมาวางไว้นาน เพราะกลัวคนอื่นเห็น โดยน่าจะมีความเชี่ยวชาญการประกอบระเบิดมากพอสมควร แต่ไม่น่าจะต้องการให้ใครเสียชีวิตเพราะไม่ได้อัดดินระเบิดจนแน่น ตะปูก็ไม่ได้งอ ปริมาณดินระเบิดก็ไม่มาก ทำให้มีแรงอัดน้อยอานุภาพการทำลายล้างจึงไม่รุนแรง แต่ลักษณะที่พบคล้ายกับที่เคยเกิดขึ้นในพื้นที่มีนบุรี จึงต้องตรวจสอบให้ละเอียดว่ามีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่" พล.ต.ต.รณกร กล่าว

               ตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุที่แท้จริงของเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น แต่เชื่อว่าคนร้ายมีเจตนาสร้างสถานการณ์ให้เกิดความวุ่นวาย โดยไม่ได้ต้องการให้ใครเสียชีวิต เพราะสะเก็ดระเบิดคือตะปูไม่ได้หักงอ ดินระเบิดที่ใช้เป็นแบบแรงดันต่ำ ซึ่งมีจำนวนไม่มาก และไม่ได้อัดแน่น จึงไม่มีอานุภาพร้ายแรงจนอาจทำให้ใครเสียชีวิต

               อย่างไรก็ตาม มีรายงานแจ้งว่า ตั้งแต่ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ผ่านมา หน่วยข่าวด้านความมั่นคงของทหาร ได้แจ้งเตือนตำรวจเป็นระยะว่า กลุ่มผู้ไม่หวังดีจ้องก่อเหตุป่วนเมือง

               ขณะที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. มีคำสั่งให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจในสังกัดที่เกี่ยวข้อง เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยมาตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา กระทั่งคนร้ายฉวยโอกาสก่อเหตุจนได้ !