
เกาะติดเขตเศรษฐกิจพิเศษ..ทำการค้าชายแดนให้รุ่งเรือง
04 ก.พ. 2558
เล่าสู่กันฟัง : เกาะติดเขตเศรษฐกิจพิเศษ..ทำการค้าชายแดนให้รุ่งเรือง : โดย...บัญญัติ คำนูญวัฒน์
เล่าสู่กันฟังในวันนี้...ไม่อยากตกขบวนเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพราะสำคัญมากๆ เป็นวาระแห่งชาติเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อแวดวงธุรกิจ ซึ่งจะได้รับสิทธิพิเศษที่เอื้อต่อการลงทุนมากมาย เช่น สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล การลดหย่อนกำไรสุทธิของการลงทุน การอำนวยความสะดวกในด้านธุรกรรมและขนส่งข้ามประเทศให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เป็นต้น เงื่อนไขดีๆ แบบนี้ทยอยจัดสรรมาเพื่อเชื้อเชิญนักธุรกิจ ยิ่งมีการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษได้ไวเท่าไร การค้าชายแดนก็น่าจะยิ่งคึกคักเร็วมากขึ้นเท่านั้น
ตามแผนประเทศไทยปักหมุดเขตเศรษฐกิจพิเศษไว้ครอบคลุมชายแดนระหว่างรอยต่อประเทศเพื่อนบ้านทั้งสิ้น 12 พื้นที่ แต่การลงทุนคงต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยเลือกพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษนำร่องตอนนี้ทั้งหมด 6 พื้นที่ ได้แก่ ด่านศุลกากรแม่สอด จ.ตาก ติดกับพม่า เกิดเงินหมุนเวียนกว่าปีละ 5 หมื่นล้านบาท ถัดมาที่ด่านศุลกากร จ.มุกดาหาร ติดกับลาว มีมูลค่าการค้าชายแดนราวๆ 4 หมื่นล้านบาท ขยับไปที่ด่านศุลกากรบ้านหาดเล็ก จ. ตราด และด่านศุลกากรอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ทั้ง 2 จังหวัดนี้มีเขตติดต่อกับกัมพูชา มีมูลค่าการค้าชายแดนประมาณ 5 พันล้านบาท
ส่วนภาคใต้ด่านศุลกากรสะเดา และด่านปาดังเบซาร์ อีกหนึ่งเขตใน จ.สงขลา มีท่าเรือปีนังกับท่าเรือกลางของมาเลเซีย เป็นระบบขนส่งเชื่อมโยงการค้ามาเลเซียและสิงคโปร์ สร้างเงินไหลเวียนกว่า 5 หมื่นล้านบาท และล่าสุดไม่กี่วันที่ผ่านมา ภาครัฐมีมติให้ จ.หนองคายเป็นอีกหนึ่งพื้นที่นำร่องเขตที่ 6 เพราะด้วยความพร้อมด้านแรงงาน ปัจจัยการผลิต และการขนส่งที่เอื้อให้ภาคธุรกิจทำการค้าได้ง่ายขึ้น
แผนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษให้เป็นรูปธรรมใน 6 พื้นที่ (7 ด่าน) นี้ คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ได้ประชุมและมีมติเร่งรัดให้สามารถลงทุนได้ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป แต่ในหลักการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้งสาธารณูปโภคและการขนส่ง ภาครัฐกำลังคลอดแผนโครงสร้างพื้นฐานและด่านศุลกากรเพื่อความสะดวกปี 2557-2565
อย่างไรก็ตาม หากมองเขตเศรษฐกิจพิเศษที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นภาพเชื่อมโยงการค้าชายแดนระหว่างไทยกับอีก 4 ประเทศสำคัญ ทั้งกัมพูชา, เวียดนาม, พม่า, มาเลเซีย ซึ่งมีมูลค่าการนำเข้าและส่งออกของสินค้ามากกว่า 1 ล้านล้านบาทต่อปี ถือเป็นสัดส่วนการค้าไทยต่อประเทศอื่นๆ ในอาเซียน คิดเป็นมูลค่าร้อยละ 43.4% เกือบครึ่งหนึ่งของรายได้การค้าระหว่างต่างประเทศทั้งหมด ด้วยเหตุนี้การค้าชายแดนในเขตเศรษฐกิจพิเศษจึงมีความสำคัญ ละเอียดอ่อนและมีความท้าทายมาก
นอกเหนือจากนักลงทุนทั้งรายใหญ่และรายย่อยจะได้ประโยชน์ จากสิทธิพิเศษต่างๆ แล้ว สำหรับผู้ประกอบการหรือประชาชนในพื้นที่ ให้ลองมองหาโอกาสจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนของภาครัฐ เช่น การขนส่ง การก่อสร้างและที่อยู่อาศัย สำหรับผู้ประกอบการรายใหม่
เคล็ด (ไม่) ลับ สุดท้ายวิธีทำการค้าให้ได้ผลอย่างยั่งยืน ที่ใช้กันมานานนม คือต้องมีความซื่อสัตย์ ซื่อตรงต่อลูกค้า ถึงจะทำการค้ารุ่งเรือง มีลูกค้าขาประจำเข้า -ออกร้านสม่ำเสมอ มีกระเป๋าตุง มีเงินในบัญชีงอกเงย
----------------------
(เล่าสู่กันฟัง : เกาะติดเขตเศรษฐกิจพิเศษ..ทำการค้าชายแดนให้รุ่งเรือง : โดย...บัญญัติ คำนูญวัฒน์)



