ข่าว

ไม่ฟันธง!บึ้มพารากอนฝีมือคนเห็นต่าง

ไม่ฟันธง!บึ้มพารากอนฝีมือคนเห็นต่าง

02 ก.พ. 2558

‘พล.อ.ประวิตร’ ไม่ฟันธง! ระเบิดหน้าสยามพารากอนฝีมือคนเห็นต่าง ย้ำต้องเพิ่มมาตรการคุมเข้ม หวั่นซ้ำรอย วอนทุกฝ่ายร่วมเป็นหูเป็นตา บอก คสช.ยังไม่คิดเลิกอัยการศึก

 
           2 ก.พ.58 เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง กล่าวถึงเหตุระเบิดที่สถานีรถไฟฟ้าสยามเมื่อคืนที่ผ่านมาว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งติดตามถึงที่มาที่ไปของเหตุการณ์ซึ่งทราบแล้วว่ามีคนร้ายนำระเบิดซึ่งเป็นระเบิดถ่วงเวลาไปวางไว้ซึ่งเรื่องเหล่านี้เราได้วางมาตรการป้องกันมาตลอดโดยเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและเกี่ยวเนื่องกับการระวังป้องกันรวมถึงเจ้าหน้าที่ของทางห้างก็ได้เตือนมาโดยตลอดและเมื่อมีเหตุการณ์่นี้เกิดขึ้นก็จำเป็นต้องใช้มาตรการที่เข้มขึ้นเพื่อจะระวังป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นอีก
 
           พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า คนที่มีความคิดต่าง ต่างได้แต่อย่าแสดงออกในลักษณะของความรุนแรงที่ทำให้เกิดความเสียหายกับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและส่วนรวมของประเทศ โดยเฉพาะความเชื่อมั่นต่าง ๆคนทำอย่างนี้ไม่ได้เกิดประโยชน์มีแต่เสียความเชื่อมั่นของประเทศซึ่งขณะนี้ก็รู้อยู่แล้วว่ารัฐบาลกำลังแก้ปัญหาต่างๆ ให้ประชาชนทั้งเรื่องความยากจนและเศรษฐกิจ สิ่งที่รัฐบาลทำทุกอย่างไม่ใช่เพื่อตัวรัฐบาลเองแต่ทำให้ประชาชนและประเทศชาติเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นทุกคนต้องช่วยกันเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ได้
 
           "เราจำเป็นต้องร่วมมือร่วมใจกันทั้งประเทศเพื่อให้ประเทศเดินไปข้างหน้าให้เกิดความสงบให้ได้ เกิดความปรองดองให้ได้ เพื่อเราจะได้มีประชาธิปไตยที่ถาวรทางคณะคสช.ตั้งความหวังไว้อย่างยิ่ง จึงกำหนดโรดแม็พชัดเจนและเดินไปอย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นทำอย่างนี้ ผมไม่ทราบว่าจะทำไปทำไมทำให้เกิดความเสียหายในภาพรวมมากมายก็ต้องขอโทษถ้าประชาชนไม่ได้รับความสะดวก เราก็จำเป็นที่จะต้องทำให้มาตรการต่างๆเข้มขึ้นเพื่อความปลอดภัยของส่วนรวม" พล.อ.ประวิตร กล่าว และว่ามาตรที่จะคุมเข้มนั้นเป็นไปในทุกจุดทั้งประเทศข้าราชการทุกคนก็ต้องร่วมมือกัน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งหมด
 
           พล.อ.ประวิตร กล่าวอีกว่า ในส่วนของเบาะแสความรุนแรงที่ผ่านมานั้นไม่มี ก็ได้พยายามติดตามโดยตลอด แต่ความคิดต่างมีอยู่แล้วเราก็ไม่เคยคิดว่าจะมาใช้ความรุนแรง
 
           ผู้สื่อข่าวถามว่า เบื้องต้นหน่วยงานความมั่นคงประเมินเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นกลุ่มคนเห็นต่าง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนไม่ทราบ เราพูดไม่ได้ บางคนอาจจะคิดร้ายหรืออาจจะเป็นปัญหาทางการเมืองหรือมีความคิดต่างสามารถคิดได้ร้อยแปด
 
           ผู้สื่อข่าวถามว่า จะต้องมีการตรวจตราสถานที่ที่มีผู้คนจำนวนมากหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เราก็ให้ความระมัดระวัง ป้องกัน ให้เพิ่มมาตรการต่าง ๆ มากขึ้นก็จำเป็นต้องมีการตรวจสิ่งต่าง ๆ ที่นำติดตัวไป ก็ขออภัยประชาชนด้วย และขอร้องให้ประชาชนทุกคนได้ช่วยกันกันเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เห็นอะไรไม่ชอบมาพากล หรืออะไรที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อส่วนรวมก็สามารถแจ้งได้ทันทีซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่การข่าวก็กำลังติดตาม ก็ให้เวลาเราทำงาน คิดว่าจะแก้ปัญหาต่างๆ ได้
 
           ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ต้องคงกฏอัยการศึกและต้องบังคับใช้อย่างเข้มข้นต่อไปหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็แล้วแต่คุณคิด คุณคิดเองได้ ผมไม่ต้องตอบคิดเองได้ว่าสมควรหรือไม่ หรือจะทำอย่างไร ส่วนที่ก่อนหน้านี้สปช.บางรายเสนอให้ยกเลิกกฏอัยการศึกแล้วนำมาตรา 44 มาใช้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็คิดไป คสช.ก็ยังไม่ได้คิดในเรื่องเหล่านี้
 
           พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ส่วนมาตรการลงโทษผู้ก่อเหตุนั้นก็เป็นไปตามกฏหมาย ทำทุกอย่างตามกฏหมายรัฐบาลต้องสร้างมาตราการสร้างความเป็นธรรมในสังคมให้ได้รัฐบาลก็พยายามเร่งรัดสรุปคดีส่วนการรักษาความปลอดภัยภายในทำเนียบรัฐบาลและบริเวณโดยรอบคงไม่ต้องเพิ่มมาตรใดๆ เพราะเจ้าหน้าที่ได้ดูแลและระวังอยู่แล้ว