ข่าว

วงจรปิดจับภาพ‘2หนุ่ม’ต้องสงสัยวางบึ้มพารากอน

วงจรปิดจับภาพ‘2หนุ่ม’ต้องสงสัยวางบึ้มพารากอน

02 ก.พ. 2558

วงจรปิดจับภาพ 2 หนุ่มต้องสงสัยวางบึ้มหน้าพารากอน สถานีสยาม-ห้างพารากอนเปิดปกติ เพิ่ม รปภ.คุมเข้มความปลอดภัย

 
 
 
          วันที่ 2 ก.พ.58 เมื่อเวลา 00.05 น. ภายหลังเกิดเหตุคนร้ายวางระเบิดแสวงเครื่องที่บริเวณทางเชื่อมระหว่างสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยามกับห้างสรรพสินค้าพารากอน จำนวน 2 ลูก เมื่อช่วงค่ำวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และโฆษก สตช. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพรหมณกุล ผบช.น. และเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ

          ภายหลังตรวจจุดเกิดเหตุ พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการสร้างสถานการณ์ให้เกิดความไม่สงบ คนร้ายต้องการทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตกใจ และให้รู้สึกไม่ปลอดภัย 
 
          พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่า สำหรับระเบิดดังกล่าวเจ้าหน้าที่หน่วยอีโอดี ได้ทำการตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องแรงดันต่ำ ใช้ดินเทาและใช้ตะปูขนาดประมาณ 2 นิ้วเป็นสะเก็ดระเบิด ลักษณะระเบิดเป็นชนิดไปป์บอมม์แบบฐานตั้งปิดหัว มีการใช้นาฬิกาข้อมือแบบดิจิตอลในการจุดระเบิด โดยในจุดเกิดเหตุยังพบตะปูที่ใช้เป็นสะเก็ดระเบิดกระจายอยู่ตามพื้น ซึ่งระเบิดมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 10 เซนติเมตร ยาวประมาณ 20 เซนติเมตร และระเบิดมีสองลูก วางอยู่ห่างกันประมาณ 6.4 เมตร ตั้งหน่วงเวลาห่างกัน 30 วินาที ซึ่งคล้ายกับระเบิดที่พบในพื้นที่มีนบุรีเมื่อปีที่ผ่านมา และเป็นชนิดเดียวกันกับที่ก่อเหตุช่วงมีการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่ม กปปส. 
 
          "เบื้องต้นยังไม่ตัดประเด็นทางการเมืองหรือการก่อการร้าย และได้สั่งชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข่าว และตรวจกล้องวงจรปิดเพื่อหาตัวคนก่อเหตุแล้ว แต่คาดว่าเป็นเพียงการสร้างสถานการณ์ ไม่ได้ประสงค์ต่อชีวิต เพราะเป็นการทำระเบิดแบบแรงดันต่ำ และภายในจุดเกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังจากนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วย ทุกกองบัญชาการเเฝ้าระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก โดยเฉพาะสถานที่สำคัญที่มีคนพลุกพล่าน อย่างห้างสรรพสินค้า สถานีขนส่งหมอชิต สถานีรถไฟหัวลำโพง ฯลฯ รวมไปถึงพื้นที่ต่างจังหวัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่นครบาล อาจต้องมีการตั้งด่านกวดขันตรวจหาสิ่งแลกปลอมให้เข้มงวดมากขึ้น เพื่อเป็นการป้องกัน” ผบ.ตร.กล่าว
 
          ภายหลังตรวจที่เกิดเหตุ พล.ต.อ.สมยศ ได้เรียกประชุมหารือวางแผนการป้องกันและสกัดกั้นเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทันทีที่ ศปก.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการมอบหมายสั่งการแต่ละกองบัญชาการและกองบังคับการนำไปปฏิบัติ ในการหาข้อมูลและมาตรการการเตรียมความพร้อม
 
          ด้าน พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวภายหลังการประชุมว่า ผบ.ตร.ได้สั่งกำชับให้ทุกหน่วยหาข้อมูลการก่อเหตุครั้งนี้ หาพยานหลักฐานโดยเฉพาะยานวัตถุที่เป็นภาพจากกล้องวงจรปิด รวมถึงพยานบุคคลเพื่อตรวจหาผู้ต้องสงสัย และยังตั้งประเด็นการก่อเหตุไว้กว้างๆ ทั้งเรื่องการเมือง เรื่องการก่อการร้าย เรื่องความขัดแย้งส่วนตัว ในส่วนของการเตรียมความพร้อมก็มีการจัดกำลังออกตรวจพื้นที่จุดล่อแหลม จุดเสี่ยงตามสถานที่สำคัญ ที่มีคนพลุกพล่าน ห้างสรรพสินค้า และสถานีขนส่ง 
 
          "จะไม่ยอมให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก เพราะจะกระทบต่อความมั่นคงภายใน สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รายงานไปยังรัฐบาล โดยเฉพาะพ ล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ซึ่งดูแลด้านความมั่นคง ท่านได้ให้คำแนะนำในด้านการดำเนินงาน และเป็นห่วงสถานการณ์ โดยเน้นย้ำไม่ให้สถานกาารณ์ลุกลาม พนร้อมกับบอกว่าน่าจะเป็นแค่การสร้างสถานการณ์ในบ้านเมืองให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย" พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าว
 
          พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวด้วยว่า สำหรับเหตุการณ์ระเบิดในครั้งนี้ ไม่น่าจะหวังต่อชีวิตประชาชน เพราะแรงระเบิดเป็นแรงดันต่ำ ขนาดตะปูที่ใช้เป็นสะเก็ดระเบิด ยังไม่คดงงอจากแรงระเบิด คาดว่าประสงค์ที่จะสร้างสถานการณ์เท่านั้น และอยากประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนไม่ต้องตื่นตกใจ หรือวิตกกังกวล เพราะหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายความมั่นคงจะเพิ่มมาตรการความเข้มงวดในการตรวจตราป้องกันเหตุ และฝากพี่น้องประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นวัตถุต้องสงสัยวางทิ้งไว้ให้รีบแจ้ง 191 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญการเข้าตรวจสอบ และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน เป็นผู้ชายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเป็นแผลจากเศษกระจกบาดที่มือขวา
 
          รายงานข่าวระบุว่า การประชุมที่ ศปก.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ประชุมได้ให้น้ำหนักเกี่ยวกับปมขัดแย้งทางการเมือง สร้างสถานการณ์เพื่อให้บ้านเมืองมีความรุนแรง จึงสั่งเฝ้าระวังเหตุหลังจากนี้อย่างใกล้ชิดและเข้มข้น ตั้งด่านตั้งจุดตรวจจุดสกัดให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ล่อแหลมจุดเสี่ยงที่อาจจะเกิดเหตุลักษณะนี้ ภายหลังประชุมที่ ศปก.สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสร็จสื้น ชุดทำงานโดยเฉพาะฝ่ายสืบสวนได้ประชุมคลี่คลายคดีกันต่อที่ บช.น. และจะมีการเรียกประชุมเพื่อคลี่คลายคดีดังกล่าวนี้เป็นระยะหลังจากนี้
 
          รายงานข่าวยังระบุด้วยว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่ได้เบาะแสจากการดูกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุพบชายไทยต้องสงสัย 2 คน โดยทั้งคู่สวมหมวกแก๊ป ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงยีนขาวยาว รูปร่างค่อนข้างท้วม ก่อนเกิดเหตุได้เดินมายังจุดเกิดเหตุเวลาประมาณ 19.30 น. จากนั้นได้เดินกลับไป ต่อมาได้เดินกลับมาพร้อมกับถุงพลาสติกสีส้มแล้วหยิบสิ่งของในถุงขึ้นมากดเหมือนตั้งเวลาแล้ววางไว้ที่เดิม และยังนั่งอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ กระทั่งเดินหนีไปในช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. ต่อมาเวลา 20.06 น.ระเบิดลูกแรกที่อยู่บริเวณจุดบริการด่วนมหานคร ของกทม.ซึ่งมีไว้สำหรับบริการด้านทะเบียนบัตรประชาชน รวมทั้งงานตรวจสอบและคัดรับรองทะเบียนราษฎร์และบริการข้อมูลด้านท่องเที่ยว ซึ่งตั้งอยู่จุดทางเชื่อมสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม ตั้งอยู่ด้านห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ใกล้กับทางเข้าสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม ภายหลังระเบิดลูกแรกทำงาน ระเบิดลูกที่สองก็ระเบิดขึ้นห่างกันประมาณ 30 วินาที ตรงบริเวณลานน้ำพุพารากอนพาร์ค หน้าห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน 





บีทีเอสสถานีสยามเปิดให้บริการตามปกติ-เพิ่มรปภ.
 
          เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 2 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีสยาม ภายหลังเกิดเหตุคนร้ายวางระเบิดแสวงเครื่อง 2 ลูกเมื่อช่วงคำของวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งทางสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีสยาม ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ โดยได้เพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมากขึ้น เพื่อคอยสอดส่องดูแลและสร้างความปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขึ้นมาอีก ซึ่งในช่วงเช้าหลังเปิดให้บริการในช่วง 06.00 น.ที่ผ่านมา ยังไม่มีประชาชนที่ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสมากนัก เนื่องจากยังไม่ถึงช่วงเวลาทำงานปกติของผู้คนส่วนใหญ่ในย่านนี้ 
 
          ขณะเดียวกันจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เคลียร์พื้นที่ พร้อมกับทำความสะอาดและนำผ้าใบสีขาวมาปิดทับเอาไว้แล้ว และนำแผงเหล็กมากั้นเอาไว้ เช่นเดียวกับช่วงทางเชื่อมของห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้าง ยังคงนำแผงเหล็กมาปิดกั้นทางเชื่อมเข้าห้างไว้ แต่ยืนยันว่า ทางห้างยังเปิดให้บริการตามปกติ อย่างไรก็ตาม ในจุดที่เกิดเหตุทางห้างได้เพิ่มเจ้าหน้ารักษาความปลอดภัยมาประจำจุดดังกล่าวมากกว่าปกติ
 




โฆษกตร.เผยระเบิดหน้าสยามไม่ใช่ชนิดร้ายแรง บาดเจ็บ 2 ราย 
 
 
          เมื่อเวลา 11.00 น. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ. โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุระเบิดบริเวณด้านชุดทางเชื่อมรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีสยาม หน้าห้างสรรพสินค้าสยามพารากอนเมื่อคืนวันที่ 1 .ก.พ. ที่ผ่านมาว่า  จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องชนิดไปป์บอม ดินระเบิดแรงดันต่ำ ไม่ใช่ชนิดร้ายแรง โดยมีผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวจำนวน 2 ราย รายแรกเป็นชาย อายุ 26 ปี ได้รับบาดเจ็บจากของมีคม  รายที่สองเป็นหญิง อายุ 56 ปี ตกใจเสียงระเบิด จนวิ่งหกล้ม 
    
          พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่าจุดดังกล่าวไม่มีกล้องวงจรปิด แต่จะต้องวิเคราะห์จากกล้องวงจรปิดที่อยู่ใกล้เคียงเพื่อเชื่อมโยงหาตัวคนร้าย ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าเป็นกลุ่มใด หรือมีความเกี่ยวโยงกับเหตุระเบิดในอดีตทางการชุมนุมทางการเมืองหรือไม่จะต้องรอตรวจสอบ ทั้งนี้ทางพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในทุกพื้นที่ที่มีประชาชนสัญจรไปมาอย่างหนาแน่น ให้เพิ่มความระมัดระวังมาตรการในการตรวจสอบ และการหาข่าว พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนให้แจ้งเบาะแสหากพบวัตถุต้องสงสัย