
'ระบบการเมือง...หัวใจการปฏิรูป'
'ระบบการเมือง...หัวใจการปฏิรูป' : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยสำนักข่าวเนชั่น
"การออกแบบการเมืองเป็นเรื่องสำคัญในการปฏิรูป เพราะเป็นเหมือนหัวรถจักรที่จะนำพาประเทศไป" บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเคยพูดไว้
แน่นอนทุกฝ่ายย่อมเห็นตรงกัน และเห็นว่า สาเหตุสำคัญของปัญหาวิกฤติที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง ก็มีสาเหตุมาจาก "ฝ่ายการเมือง"
ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญคงจะได้เริ่มพิจารณาหมวดที่เกี่ยวกับระบบการเมือง การเข้าสู่อำนาจของฝ่ายบริหาร ส.ส. และ ส.ว. รวมถึงเรื่องอำนาจหน้าที่ต่างๆ
เนื้อหาในหมวดนี้ น่าจะเรียกได้ว่า เป็นหัวใจ และเป็นเรื่องที่จะทำให้เห็นอนาคตของการเมืองไทย ทั้งเรื่องการเข้าสู่อำนาจ เลยไปถึงเรื่องการสร้างความปรองดองที่แต่ละฝ่ายพยายามพูดกันอยู่นี้ ว่า จะมีโอกาสเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ อย่างไร
หมวดนี้มีประเด็นที่ทำให้เกิดการถกเถียงกันมากที่สุด นับตั้งแต่คณะกรรมาธิการมีมติไปในเบื้องต้น ก่อนจะให้คณะอนุกรรมาธิการไปยกร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมาธิการ
ประเด็นสำคัญที่สุดคือ เรื่องระบบการเลือกตั้ง โดยเป็นเรื่องฮือฮาขึ้นมาครั้งแรกเมื่อคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมืองของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่มี ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เป็นประธาน ได้เสนอให้มีการเลือกตั้งนายกฯ และคณะรัฐมนตรีโดยตรง เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบคนที่จะมาบริหารประเทศได้ตั้งแต่ต้น
ประเด็นนี้สร้างข้อถกเถียงที่เผ็ดร้อนขึ้นมาทันที โดยฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยบอกว่า จะทำให้เห็นได้เลยตั้งแต่ต้นว่า ใคร พรรคไหน จะได้เข้ามาบริหารประเทศ เพราะพรรคที่จะชนะได้ต้องเป็นพรรคที่มีทุนมหาศาล การเลือกตั้งระบบนี้จะไม่สามารถแก้ปัญหาการซื้อเสียงได้
และคนที่ออกมาคัดค้านเสียงดังที่สุดคนหนึ่งคือ "บวรศักดิ์ อุวรรณโณ" ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ นั่นเอง ที่บอกว่า การเลือกตั้งระบบนี้จะทำให้นายกฯ มีอำนาจเป็น "ซูเปอร์ประธานาธิบดี"
จากนั้นเมื่อประเด็นนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ คณะกรรมาธิการก็ไม่ได้เลือกการเลือกตั้งนายกฯ และ ครม.โดยตรง ตามข้อเสนอของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง แต่เลือกให้เป็นการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม หรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่า ระบบเยอรมัน
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะเคาะประเด็นนี้ไปเรียบร้อยแล้ว และวางจำนวน ส.ส.ไว้เบื้องต้นว่า ให้มีจำนวน 450 คน คือ ระบบบัญชีรายชื่อ 200 คน และระบบเขต 250 คน แต่ก็ยังไม่มีรายละเอียดออกมาชัดๆ ว่า ในระบบบัญชีรายชื่อจะแบ่งอย่างไร ใช้ประเทศเป็นเขต หรือจะแบ่งโซนเหมือนเมื่อปี 2550 หรือ ส.ส.ระบบเขตจะมีการแบ่งเขตอย่างไร
ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะพิจารณาเรื่องนี้อีกครั้ง คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมืองของ ดร.สมบัติ ได้เชิญ "ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์" ตัวแทนของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญมาหารืออีกครั้ง ในวันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อชี้ให้เห็นข้อเสียของการเลือกตั้งระบบสัดส่วนผสม ที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมืองได้ไปศึกษามา
อย่างไรก็ตาม เกิดคำถามขึ้นมาว่า ทำไมคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมืองเลือกที่จะเชิญ "ดร.เอนก" มาพูดคุย ทั้งที่ ดร.เอนก ไม่ได้รับผิดชอบในหมวดนี้โดยตรง ทำไมไม่เชิญกรรมาธิการที่ดูแลเรื่องนี้โดยตรง อย่างเช่น ดร.สุจิต บุญบงการ, ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ หรือ ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ
ต้องบอกว่า เรื่องระบบการเลือกตั้งยังเป็นหนังเรื่องยาวที่ต้องติดตามต่อไป ตราบใดที่การยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ยังไม่เสร็จสิ้น!



