
บิ๊กตู่เตือนพูดยั่วยุอาจเข้าข่ายก่อการร้าย
บิ๊กตู่เตือนพูดยั่วยุอาจเข้าข่ายก่อการร้าย ชี้ไม่ได้ปิดกั้นเสรีภาพ-ดำเนินการอย่างระวัง ระบุรับฟังความเห็นต่างประเทศแต่จะให้ความสำคัญแค่ไหนจะใคร่ครวญเอง
30ม.ค.2558 พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยว่า การกระทำทุจริตผิดกฎหมาย ยาเสพติด อาญา อาชญากรรมร้ายแรงต่าง ๆ ทุกเรื่อง รัฐบาลก็จะพยายามเร่งรัดคดีที่มีผลเสียหายร้ายแรง ต้องเข้าใจว่าอะไรที่จะมีผลเสียหายร้ายแรงต่อประเทศชาติ กระทบต่อชื่อเสียง ก็ต้องให้ชัดเจนขึ้น ให้เกิดความสงบสุขของประชาชน และมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินอย่างโปร่งใส เป็นธรรมตามกระบวนการยุติธรรม คดีความอื่น ๆ ระยะต่อไปคงจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคดีใด ๆ ที่มีความร้ายแรง รุนแรง ผลกระทบต่อสังคมเหล่านี้ แต่ตนก็ไม่ได้ไปใช้อำนาจเข้าไปก้าวก่ายในกระบวนการพิจารณาคดี เป็นเรื่องของศาล อัยการ ผู้พิพากษา ก็ว่าไป ทุกคนสามารถต่อสู้คดีได้ตามกฎหมายอยู่แล้ว มีทนายต่าง ๆ อะไรก็ว่ามา
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่าขอให้เป็นไปตามหลักฐานที่พิสูจน์ได้ ทุกคดี ถ้าพิสูจน์ได้ ไม่มีการบิดเบือนก็ดำเนินคดีได้หมด เพียงแต่ว่าต้องเข้าใจกัน ต้องยอมรับในกติกา ถ้าเราไม่เคารพกติกาของกฎหมาย กระบวนยุติธรรมเลยแล้วจะทำอย่างไร ประเทศชาติต้องอยู่ด้วยกฎหมาย ท่านจะบอกว่าเรื่องนี้ไม่น่าเชื่อถือ ไม่น่าเชื่อมั่นเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นจะทำให้อยู่กันยากขึ้นกันไปเรื่อย ๆ กรุณาอย่ามาพูดอะไรต่าง ๆ ที่กระทบต่อกระบวนการยุติธรรมของเรา และก็ประเทศชาติของเรา ตนคงไม่คิดว่าจะมีใครที่อยากจะให้ใช้อำนาจของนอกประเทศ หรือคนอื่น ๆ มา ดำเนินการกับคนไทยของเรา ในประเทศของเรา ถ้าอย่างนั้นตนว่าไม่ใช่คนไทย เพราะฉะนั้นคิดว่าเจ้าหน้าที่รัฐในวันนี้ ทั้งทุกฝ่ายก็ต้องดำเนินการด้วยความเป็นธรรมไม่เลือกข้างใดข้างหนึ่ง ตนยืนยันว่าไม่มีข้างก็ผู้ที่ตัดสินก็คือมีแค่ถูกกับผิดโดยศาล โดยกระบวยุติธรรมเท่านั้น
"ในเรื่องของการประท้วงของเกษตรกร ผมเข้าใจดีทราบถึงความเดือดร้อนแล้วก็อีกอันก็คือการพูดของอดีตนักการเมือง ที่มีคดีบ้างหรือว่าอยู่ในพรรคการเมืองบ้างก็จะขู่ว่าจะใช้การชุมนุม ขู่กับรัฐบาล ข่มขู่เจ้าหน้าที่รัฐ ว่าจะใช้ความรุนแรง ว่าจะปรองดองไม่ได้หรือว่าจะทำให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงเหมือนภาคใต้อันนี้อันตราย ผมถือว่าเป็นการพูดในเชิงเหมือนกับลักษณะการก่อการร้าย ถ้าพูดแบบนี้ เพราะฉะนั้น พวกนี้ถูกบันทึกไว้หมดแล้วจะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายโดยทันที"พล.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า นี่ไม่ใช่การปิดกั้นเสรีภาพ เป็นการพูดที่ทำให้เกิดความผลกระทบที่ทำให้เกิดความมั่นคง ถูกหรือไม่ ถ้าพูดแบบนี้ กฎหมายเขามีไว้ เจ้าหน้าที่เขาก็ต้องทำงาน แล้วมาพูดข่มขู่เจ้าหน้าที่ ประเทศไหนเขาก็รับไม่ได้ แล้วก็อ้างเป็นเรื่องของการเมือง ไม่ใช่เลยเพราะท่านพูดผิด ท่านทำผิดกฎหมายแล้วท่านบอกการเมืองได้อย่างไร เพราะผมไม่ใช่การเมือง ผมแก้ปัญหาของประเทศชาติอยู่ในขณะนี้
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่าตนได้สั่งการไปแล้วสำหรับบุคคลเหล่านั้น ทุกคนทราบดีว่าใครพูดอะไรอย่างไร ก็จะให้ คสช. ได้ประเมินแล้วก็ดำเนินการอย่างระมัดระวังโดยทันทีกับผู้ที่มีการกระทำดังกล่าว ก็ไม่อยากให้ใครเดือดร้อนโดยเฉพาะครอบครัว ลูกเมียต้องเดือดร้อนทุกคน เสร็จแล้วก็โวยวายว่า เป็นเรื่องของการเมือง เรื่องของการที่จะต้องการทำลายใคร ตนจะต้องการทำลายใคร ถ้าท่านไม่พูดอะไรผิดหรือทำอะไรที่ผิดกฎหมาย แล้วใครจะทำอะไรท่านได้ แสดงว่าท่านผิด เมื่อท่านผิดก็ต้องดำเนินการ หรือจะปล่อยให้เป็นแบบที่ผ่านมาหรือไม่ต้องดำเนินการอะไร ใครจะยิงกัน ใครจะผิด ใครจะนำอาวุธสงครามออกมาก็ไม่ต้องไปดำเนินการจับกุมดำเนินคดี หรือแม้กระทั่งว่าไปทำเห็นบ้าง ไม่เห็นบ้างอะไรเหล่านี้ ไม่ได้ เพราะฉะนั้น อยากให้ทุกคนได้รับฟังข้อเท็จ รักประเทศชาติกันบ้างเถอะครับ ทุกคนก็มีความยากลำบาก รายได้น้อยเหมือนกัน ทุกคนก็อยากมีความสุข ไม่ใช่กลุ่มหนึ่งกลุ่มใดเดือดร้อนแต่กลุ่มเดียว ไม่ใช่เดือดร้อนทุกคน ตนก็เดือดร้อนผมไม่ได้มีความสุขมากนักอยู่แล้ว ในการทำงานในวันนี้
ระบุรับฟังความเห็นต่างประเทศแต่จะให้ความสำคัญแค่ไหนจะใคร่ครวญเอง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับความคิดเห็นของผู้แทนมิตรประเทศต่าง ๆ ตนคิดว่าตนก็ฟังได้หมดทุกคน แต่จะให้ความสำคัญแค่ไหนอย่างไรเป็นเรื่องที่ตนจะต้องใคร่ครวญเอง ตนไม่เคยไปขัดแย้งกับใคร รัฐบาลนี้เข้ามาอย่างไร ไม่เคยไปปฏิเสธ ที่ไปที่มา เพียงแต่ว่าต้องเข้าใจว่าตนต้องการให้ทุกคนเข้าใจว่าเราทำเพื่อจะต้องการดูแลประเทศของเรา ประเทศไทยเป็นที่รักยิ่งของพวกเราทุกคนนี้ ประชาชนคนไทยของเรานี้ไม่ให้เกิดปัญหา ไม่มีการบาดเจ็บล้มตาย แล้วก็ไม่เป็นภาระกับมิตรประเทศถ้าหากว่าเราวันนี้ดูแลกันไม้ได้ แก้ปัญหาไม่ได้ ให้ชาติอื่นเขามาดูแลเราหรือครับ เราเป็นอิสระไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใครมาเป็นกี่ร้อยปีแล้ว วันนี้เราทำไมจะต้องให้คนอื่นเขามาเที่ยวไปฟ้องร้องใครคนโน่นคนนี้ให้เขาช่วยมาแก้ปัญหาให้เรา
"ผมว่าน่าอายๆ เราทำไมถึงต้องดึงประเทศเราให้ไปเป็นเหมือนกับหลาย ๆ ประเทศที่เขามีปัญหาอยู่เวลานี้ ผมก็ไม่แน่ใจ ไม่ทราบเหมือนกันว่าเขาคิดอย่างไร ?เพราะฉะนั้นผมให้โอกาสทุกคนเสมอมา เราก็ร่วมมือกับทุกประเทศในการปฏิบัติเพื่อสันติภาพ Peace Keeping มาตลอดใช้เวลาหลาย 10 ปีมาแล้ว หลายร้อยภารกิจ ใช้กำลังทหาร พลเรือนหลายหมื่นคนไปทั่วโลก ที่ผ่านมาเมื่อเร็ว ๆ นี้ก็เพิ่งกลับมา ทางเรือก็มี ทางบกก็มีเป็นผลดีทั้งสิ้น ผมก็บอกทุกคนในสังคมโลกว่า ผมขอเวลารัฐบาลนี้ ตัวผมเองขอเวลาทำให้กับคนไทยบ้างได้หรือไม่ ทำให้ประเทศไทยของเราซึ่งมีปัญหาอยู่นี้ ในเมื่อเราไปทำที่อื่นมามากมายแล้ว แล้ววันนี้เราก็ไม่อยากให้ใครต้องมาช่วยเรา ให้เราเข็มแข็ง แล้วเราก็จะทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด โดยใช้กฎกติการะเบียบต่าง ๆ เหมือนปกติ เหมือนสากลไม่ได้ใช้อำนาจอะไรมากมาย จำเป็นต้องมีอยู่บ้างเท่านั้นเอง ใครจะคิดอย่างไรก็แล้วแต่ ผมคิดว่าผมไม่ไปทะเลาะเบาะแว้งด้วย ก็ขอให้ถามคนไทยทั่วประเทศด้วยแล้วกันว่าเขาต้องการอะไร ไม่ใช่ถามกลุ่มนี้ กลุ่มนั้นมา แล้วก็สรุปเอาเอง ก็ให้ความเป็นธรรมกับคนไทย ประเทศไทย ให้ความเป็นธรรมกับผมบ้าง ในฐานะเป็นผู้นำรัฐบาล แม้กระทั่งตัวผมเอง ผมก็ไม่ค่อยสบายใจ แต่จำเป็น ปล่อยไม่ได้"พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า วันนี้ก็เห็นอยู่ ยังไม่หยุดยังจะต่อสู้กันไปอะไรนักหนา ตนไม่รู้ ไม่แน่ใจ ทุกเรื่องมีปัญหาไปหมดจะปฏิรูป จะออกกฎหมายอะไรก็ไม่ได้ทั้งที่มันก็ยังไม่เกิดขึ้น ตนไม่เข้าใจว่าจะเดือดร้อนอะไรกันนักหนา เดือดร้อนแต่เพียงว่า วันหน้าจะเข้ามาใช้อำนาจไม่ได้ ใช้ไม่สะดวกโกงกินไม่ได้หรือป่าว อันนี้ไม่อยากจะเปิดศึก แต่ต้องพูด ไม่อยากนั้นตนถูกพูดอยู่ข้างเดียว เพราะตนเป็นสุภาพบุรุษผมไม่อยากไปกล่าวว่าใคร ไม่อยากไปพูดประเทศไทยเสียหายอย่างไรมาไปโทษคนนั้นคนนี้ ท่านไม่อายเขาหรือไง ท่านเที่ยวไปร้องแรกแหกกระเชอกับต่างประเทศเขาทั่วไปหมด ต้องเลิกแล้วนะ
"รัฐบาลที่มาจากเลือกตั้งทั้งหมดต้องรับฟังเสียงส่วนใหญ่ แล้วก็ดูแลบริหารแผ่นดินให้ถูกต้องแล้วก็ดูแล้วต้องดูด้วยว่า รัฐบาลที่มานั้นมาด้วยระบบที่โปร่งใสหรือเปล่า มีธรรมาธิบาลในการบริหารราชการแผ่นดินหรือไม่ เสียงส่วนน้อยเขาว่าอย่างไร ถ้าเสียงส่วนน้อยเขาคัดค้าน เขาไม่เห็นด้วยก็ต้องยอมรับสภาพมิใช่ว่าตัวเองจะทำถูกทั้งหมด หรือผิดทั้งหมด ก็อธิบายและแก้ปัญหาให้ได้ไม่เช่นนั้นความขัดแย้งก็เกิดขึ้นก็บานปลายไปสู่ความรุนแรง ความขัดแย้ง แล้วเมื่อมีการใช้อาวุธสงคราม ซึ่งทุกประเทศในโลกเขาไม่มีแบบนี้ ประชาชนมาสู้กันเอง มันไม่มี ไม่ใช่แบบนี้ก็แล้วกัน" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า เพราะฉะนั้น เมื่อรัฐบาลเลือกตั้งบริหารประเทศก็ไม่ได้ การใช้แล้วการอาวุธสงครามก็หาตัวไม่ได้ เพราะฉะนั้น รัฐบาลเลือกตั้งเมื่อแก้ปัญหาไม่ได้แล้วจะทำอย่างไร ประเทศชาติความสงบสุขของประชาชนจะอยู่ที่ไหน แหละนี่คือเหตุผลอันหนึ่งที่ตนต้องเข้ามา ก็เท่านั้นเอง แล้วก็พยายามจะทำต่อไปให้ดีที่สุด แล้วก็ท่านต้องช่วยกัน ต้องมีความหวัง อยากให้ทุกคนมีความหวังกับอนาคตของประเทศไทยเหมือนกับที่ผมมีความหวังกับอนาคตกับประเทศไทย เพราะฉะนั้นความหวังทั้งสองความหวังนี้ของรัฐบาลของประชาชนต้องไปในความฝันอันเดียวกันว่า หวังจะมีรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล หวังที่ประเทศชาติมีความสุขสงบ หวังระบบเศรษฐกิจเข้มแข็ง หวังที่จะมีการทำมาค้าขาย การลงทุนมากขึ้น แล้วทำให้อาเซียนเข้มแข็งขึ้น
"วันหน้าเราก็มีเงินทุนในการพัฒนาประเทศมากขึ้น ลูกหลานเราสำคัญที่สุด ไม่ใช่การต่อสู้ทางการเมืองอย่างเดียว เราต้องต่อสู้ทางการเมืองเพื่อจะทำสิ่งที่ดีที่สุดให้กับประชาชน นั่นแหละคือสิ่งที่ผมอยากจะฝากนักการเมืองในอดีตและในอนาคตไว้ด้วย ต้องตั้งใจและแถลงให้ได้ว่า เข้ามาแล้วจะทำอะไรให้ละเอียดชัดเจน ถ้าจะให้แต่เพียงอย่างเดียวก็ต้องตอบให้ได้ว่านำเงินมาจากไหน เพราะฉะนั้น ในเมื่อวันนี้รายได้ประเทศก็มีอยู่เท่านี้ ผมไม่เห็นจะมากขึ้นกว่าเดิมเท่าไรเลย เพราะไม่มีช่องทาง การส่งออกก็แย่ลง ๆ ทำอย่างไร วันนี้เรากำลังสร้างตรงนี้ให้ท่านอยู่แล้ว ท่านมาขัดแย้งเราวันนี้ วันหน้าท่านเข้ามา ท่านก็เป็นแบบนี้แย่กว่าเดิมอีก เพราะว่าการยอมรับก็ไม่ได้อีก เพราะหลายพวกหลายฝ่ายเหลือเกิน ต้องแก้ให้ได้ทุกคนขอความร่วมมือ ผมไม่ใช่ศัตรูกับใครทั้งสิ้น"พล.อ.ประยุทธ์กล่าว



