ข่าว

การบวชสองครั้งของ... นพ.พิชัย ตั้งสิน

การบวชสองครั้งของ... นพ.พิชัย ตั้งสิน

01 ก.พ. 2558

คุยนอกกรอบ : การบวชสองครั้งของ... นพ.พิชัย ตั้งสิน กับความสุขในการบุกเบิกห้องสมุดชุมชน : โดยน...มนสิกุล โอวาทเภสัชช์

 
                           "ไปถึงสวนโมกข์ เป็นโลกที่เราไม่เคยเห็น ไม่เคยเจอ เป็นโลกแห่งสมณเพศ บรรพชิต เป็นสิ่งแปลกใหม่ ทำให้ไร้กังวลจริงๆ ไม่ต้องคิดเลยว่า พรุ่งนี้จะใส่เสื้อสีอะไร มีแค่ผ้า 3 ผืน ก็ใส่อย่างนั้นไป"
 
 
                           เราพบกับ นพ.พิชัย ตั้งสิน กรรมการบริหารโรงแรมแม่น้ำ รามาดา พลาซ่า ครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน ที่ห้องสมุดสวนหนังสือเจริญกรุง กรุงเทพฯ ครั้งนั้นห้องสมุดยังอยู่ทำเลทองของชุมชน ที่เจ้าของโรงแรมตั้งใจพลิกฟื้นลมหายใจแห่งปัญญาในการอยู่ร่วมกันอย่างมีมิตรไมตรีให้แก่ชุมชนย่านนั้นได้มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ปะทะสังสรรค์ทางความคิด เปิดมิติใหม่ของห้องสมุดให้มีกิจกรรมหลากหลาย ตั้งแต่การออกกำลังกายทางความคิด ออกกำลังร่างกายให้แข็งแรง และออกกำลังใจโดยการนิมนต์พระมาแสดงธรรม อีกทั้งมีกิจกรรมชวนกันไปปฏิบัติธรรมที่วัดด้วย 
 
                           วันนี้ห้องสมุดสวนหนังสือเจริญกรุงย้ายมาอยู่หน้าโรงแรมแม่น้ำแล้ว ซึ่งจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคม 2558 เป็นเดือนล้ออายุของท่านพุทธทาสภิกขุ ซึ่งเป็นครูบาอาจารย์ของคุณหมอพิชัย ที่เคยไปบวชเรียน หลังจากคุณพ่อสิ้นเมื่อประมาณ 27 ปีก่อน 
 
                           และในปี 2556 เกือบ 2 ปีที่ผ่านมา คุณหมอพิชัยก็เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์อีกครั้งหนึ่ง 
 
                           "ครั้งแรกบวชที่กรุงเทพฯ แล้วไปจำพรรษาที่สวนโมกข์อยู่เดือนกว่า บวชครั้งที่ 2 ที่วัดราชสิงขร ติดกับโรงแรมแม่น้ำนี่เอง ตอนอายุ 49 ปี คือก็คิดว่า ถ้าจะอยู่ถึง 100 ปี ชีวิตก็อยู่มาได้ครึ่งอายุแล้วนะ ก็อยากจะศึกษาพระธรรม ได้มีเวลาพักทางโลกบ้าง ก็ไปบวชอยู่ 50 วัน  ถ้าจะเปรียบเทียบการบวช 2 ครั้ง ก็เหมือนการฟังเพลง ฟังเพลงครั้งแรกจะเพราะกว่าฟังครั้งที่ 2"
 
                           "การบวชครั้งแรกทำให้ได้สัมผัสกับความสงบ ท่านพุทธทาสก็บอกว่า ธรรมะก็คือธรรมชาตินี่แหละ เราก็ได้พบกับธรรมชาติภายในตัวเราที่สงบ จากการที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ พระพุทธเจ้า ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพานก็ท่ามกลางธรรมชาตินี้แหละ"
 
 
เหตุผลของการบวชครั้งที่สอง?
 
                           คือเราเดินทางมาครึ่งชีวิตแล้ว กับภารกิจที่มากมาย เพราะทำหลายอย่าง ควรจะให้เวลากับจิตใจบ้าง มาศึกษาพระพุทธศาสนาด้านปริยัติบ้าง มาอ่านพระไตรปิฎกได้เยอะ พระสูตรนี้อ่านเกือบจบแล้ว เนื่องจากเป็นวัดในเมือง ก็ได้ปฏิบัติศาสนกิจมากขึ้น รับกิจนิมนต์ไปสวดอะไรอย่างนี้ การบวชครั้งแรกไปอยู่สวนโมกข์ เป็นวัดป่าก็ไม่ได้ไปไหน ไม่ได้เจอคนเยอะแยะ แต่ที่ในเมืองบิณฑบาตเจอคนเยอะไปหมด แล้วพออายุเยอะก็เห็นโลกอีกแบบหนึ่ง
 
                           การบวชใกล้บ้าน ใกล้โรงแรมที่ทำงาน ก็ดีไปอย่าง เพราะบางทีมีเอกสารที่ต้องเซ็น ต้องลงนามก็ยังทำได้ แล้วที่วัดนี้มีสอนภาษาบาลีด้วย ก็ได้เรียนบาลี ได้ท่องศัพท์ ก็สนุกสนาน ได้ความรู้เยอะเลย 
 
 
ย้อนกลับไปในวัยเยาว์ ทำไมจึงสนใจพระพุทธศาสนา?
 
                           บ้านเกิดผมเช่าวัดสระเกศ วัดภูเขาทองนั่นแหละครับ เรียกว่าเช่าธรณีสงฆ์ สมัยก่อนวัดกับบ้านมีอะไรก็ช่วยกัน คุณพ่อผมก็ใกล้ชิดกับวัดมากเลย สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) กับคุณแม่ผม ก็เกิดปีเดียวกัน เวลาสมัยก่อนท่านเจอกัน ท่านก็จะทักแม่ผมว่า แข็งแรงกว่าเยอะเลย
 
 
เหตุที่บวชครั้งแรก แล้วทำไมจึงเลือกไปจำพรรษาที่สวนโมกข์  
 
                           ตอนที่บวชคุณพ่อผมเสียไปปีหนึ่งแล้ว ตอนนั้นก็อ่านงานท่านพุทธทาส งานท่านเป็นวิทยาศาสตร์มาก อ่านแล้วตรงกับจริต เพื่อนนักเรียนแพทย์ด้วยกันก็เป็นหลานท่านพุทธทาส เป็นหลานท่านธรรมทาส ผมเลยคิดว่า บวชแล้วจะไปศึกษาธรรมที่สวนโมกข์ ตอนนั้นรับราชการเป็นแพทย์อยู่ที่ จ.อุบลราชธานี ผมก็กลับมาดูแลคุณพ่อ จนคุณพ่อเสีย เป็นมะเร็งปอด เพราะสูบบุหรี่เยอะ ผมก็เสียดาย คุณพ่อทำงานหนักมาตลอดชีวิต น่าจะได้มามีความสุขกับผลงานที่ตัวเองสร้างไว้ ก็มาเสียซะก่อน 
 
                           ผมเองรับราชการอยู่ตอนนั้น ก็ลาบวชที่วัดสระเกศ บวชแล้วก็ไปอยู่สวนโมกข์เดือนกว่าๆ ได้อ่านบันทึกการภาวนาของท่านพุทธทาสก็ประทับใจ จริงๆ ลาบวชได้ถึง 120 วัน แต่ด้วยความที่เราเป็นแพทย์ ทำงานกับรุ่นพี่ ขนาดเขาไปต่างประเทศครั้งหนึ่งสองสามอาทิตย์เหลือเราคนเดียวยังเกือบแย่เลย ถ้าต้องดูแลคนเดียว ก็นึกถึงใจเขาใจเรา เลยบวชตามเวลาอันสมควร 
 
                           ใจผมไม่สนใจเรื่องพิธีกรรม แต่อยากไปเรียนรู้ที่สวนโมกข์ พอบวชแล้ว เจ้าอาวาสที่วัดพระบรมธาตุไชยา ซึ่งท่านเคยอยู่ที่วัดสระเกศมาก่อนก็เขียนจดหมายไปฝากให้ พอบิณฑบาตเป็น ครองผ้าเป็น ก็ลงไปสวนโมกข์เลย ก็มีพระพี่เลี้ยงไปส่ง เราก็เป็นพระนวกะไป 
 
                           ไปถึงสวนโมกข์ เป็นโลกที่เราไม่เคยเห็น ไม่เคยเจอ เป็นโลกแห่งสมณเพศ บรรพชิต เป็นสิ่งแปลกใหม่ ทำให้ไร้กังวลจริงๆ มันไม่ต้องคิดเลยว่า พรุ่งนี้จะใส่เสื้อสีอะไร จะเอาอะไรมาคู่กับอะไร ไม่ต้องคิด มีแค่ผ้า 3 ผืน ก็ใส่อย่างนั้นไป ของกินก็กินตามที่เขาเอามาให้ อย่างไหนกินได้ก็กินมาก อย่างไหนกินไม่ได้ก็กินน้อยหน่อย 
 
                           คุณพ่อเสียปี 2532 ผมไปปี 2533 ท่านพุทธทาสยังแข็งแรงอยู่ ท่านเทศน์เช้าอาทิตย์ที่สามของเดือนนี่แหละ ท่านเทศน์เดือนละหน เพราะในเดือนหนึ่งๆ ท่านจะหมุนเวียนกับพระเทศน์วันอาทิตย์ พระที่เทศน์มีอยู่ 4 รูป เวลาท่านเทศน์ก็มีรายการวิทยุไปถ่ายทอดสด ออกอากาศเลย 
 
 
ครั้งแรกที่ได้เจอท่านพุทธทาส สนทนากับท่านเรื่องอะไรบ้าง
 
                           ตอนผมไปเป็นพระนวกะ ผมก็ไปกราบท่าน ท่านบอกว่า เป็นหมอนะ ก็เห็นหมด ในสังสารวัฏ เกิด แก่ เจ็บ ตาย เข้าใจได้ไม่ยาก แล้วท่านก็บอกว่า ดูให้มาก ฟังให้มาก พูดให้น้อย เราก็ได้ฟังเทป ฟังที่ท่านเทศน์ สวนโมกข์มีการจัดเสวนาอยู่เรื่อยๆ บางครั้งก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับพุทธศาสนากับโลกในอนาคต มีอาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ไปพูด ผมก็ได้ฟังอยู่ 
 
 
เป็นพระนวกะอยู่เดือนกว่าในสวนโมกข์ ได้เรียนรู้อย่างไร
 
                           ท่านพุทธทาสให้อิสระมาก ใครจะฝึกธุดงควัตรฉันมื้อเดียว ท่านก็ไม่ว่า ใครจะฉัน 2 มื้อ ท่านก็ไม่ว่า การปกครองในสวนโมกข์ไม่เหมือนวัดในเมือง วัดในเมืองแบ่งเป็นคณะนั้น คณะนี้ แต่ที่นั่นก็อยู่กุฏิเล็ก ภาวนา นั่งสมาธิ เดินจงกรม แล้วก็มาฟังท่านอาจารย์ ส่วนหนึ่งคือ ได้เพื่อน ได้รู้ว่า อ๋อ พระเขาคิดอย่างนี้นะ
 
                           ผมรู้สึกว่า ท่านพุทธทาสเป็นปราชญ์ ท่านรู้ทุกเรื่องจริงๆ เวลาที่เรานึกอะไรแล้วก็อยากถามว่า ท่านคิดอย่างไรท่านก็ตอบได้ลึกซึ้งมาก  
 
 
เป็นหมอแล้วมาบริหารกิจการโรงแรม และยังทำกิจกรรมห้องสมุดเพื่อสังคมด้วย มองเห็นการเชื่อมโยงของสังคมอย่างไร
 
                           การที่เราได้ทุนไปเรียนปริญญาโทในต่างประเทศที่เยอรมันมาก่อน ตอนนั้นผมเด็กที่สุดเลย ผมไปเรียนการวางแผนทางด้านสาธารณสุข เป็นทุนที่ดีมาก ไม่ต้องใช้จ่ายเงินตัวเองเลย แล้วก็ไม่มีเงื่อนไขในการใช้ทุนคืน ผมไปเรียน ตอนนั้นอายุ 28-29 ปี มีเพื่อนเรียนที่อายุเยอะกว่ามากๆ หลายคนในชั้นเรียน การเรียนการสอนในชั้นเวลาที่ถกกัน บางทีผมก็โดนเพื่อนที่อายุแก่มากกว่าประมาณ 10 ปี ถามในสิ่งที่ผมนำเสนอ เขาบอกว่า สิ่งที่ผมทำเป็นไปไม่ได้ ผมก็ตกใจ แต่พอหมดชั่วโมง อาจารย์ชวนผมไปนั่งกินกาแฟกันต่อ เพื่อคุยกันในเรื่องนี้ ผมไม่เคยเห็นบรรยากาศแบบนี้ในเมืองไทย ผมรู้สึกว่า บรรยากาศการเรียนอย่างนี้แหละใช่เลย ผมอยากให้บ้านเราเกิดกระแสของการพูดคุย สนทนา เราถกกันเรื่องความคิด ผมอาจไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่คุณทำ แต่มันไม่ใช่เรื่องผิดเรื่องถูก 
 
 
------------------------
 
 
"ผมอยากเห็นความเป็นชุมชนกลับมา"  
 
 
 
การบวชสองครั้งของ... นพ.พิชัย ตั้งสิน
 
 
 
                           "เพราะสมัยนี้ชุมชนมันหายไปเกือบหมดแล้ว สังคมมันเปลี่ยนไป ผมก็อยากเปิดโอกาสให้คนอ่านหนังสือ ให้ชุมชนได้พบกัน มีมิตรภาพ ใครจะใช้ก็มาพบปะกัน  ยิ่งคนรวย ไม่มีชุมชน ยิ่งรวยมาก ยิ่งไม่มีชุมชน เพราะคนยิ่งรวยก็ยิ่งสร้างรั้วบ้านให้สูง แล้วธุรกิจของคนรวยกลับบ้านบ้าง ไม่กลับบ้าง เพราะฉะนั้นความเป็นชุมชนจะไม่มี ผมก็อยากเห็นความเป็นชุมชนกลับมา"
 
                           นพ.พิชัย ตั้งสิน กล่าวกับคมชัดลึก 
 
                           ห้องสมุดสวนหนังสือเจริญกรุง กรุงเทพฯ ก่อตั้งขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 100 ปีชาตกาลของท่านพุทธทาส ในปี 2549 และได้เปิดให้บริการในเดือนสิงหาคมปีนั้น โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมการรักการอ่านให้แก่เยาวชนและประชาชน ภายใต้ความเชื่อของ นพ.พิชัยว่า การรักการเรียนรู้ เป็นปัจจัยพื้นฐานในการพัฒนาคุณภาพทรัพยากรมนุษย์ เป็นองค์ประกอบหลักในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ
 
 
------------------------
 
(คุยนอกกรอบ : การบวชสองครั้งของ... นพ.พิชัย ตั้งสิน กับความสุขในการบุกเบิกห้องสมุดชุมชน : โดยน...มนสิกุล โอวาทเภสัชช์)