
ดอนไม่ทราบเลขาฯทูตมะกันขอพบแดงอีสาน
ดอนไม่รู้เลขาฯทูตมะกันขอพบแดงอีสาน แนะควรรู้จักมารยาท-กลับไปทบทวนตัวเองว่าคนไทยมีความรู้สึกอย่างไร
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 15.45น. วันที่ 30 ม.ค.2558 นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เลขาเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย ลงพื้นที่เพื่อพบแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงในภาคอีสานว่า ตนไม่ทราบเรื่องเหล่านี้ เพราะถือว่าเรื่องของสหรัฐฯเราต้องก้าวข้ามเพราะทุกวันเรามีเรื่องใหม่มาเสมอ เราไม่สามารถอยู่กับเรื่องเก่าๆได้ ส่วนจะปล่อยให้สหรัฐฯมีท่าทีต่อไปโดยที่ฝ่ายทางการไทยไม่ทำอะไรเลยหรือไม่นั้นอันนี้ถือว่าในบ้านเราถือว่าผู้ที่มีมารยาทโดยทั่วไปที่อยากจะเห็นเพื่อนของเราเหมือนเวลาเราไปอยู่ประเทศอื่นคือ ไม่ไปยุ่งเรื่องราวเกี่ยวกับบ้านเมืองของเรา เพราะเรามีงานอื่นทำเยอะแยะไปหมด เพราะฉะนั้นเรื่องเหล่านี้เอาไว้วันหลังค่อยคุยกันดีกว่า
เมื่อถามว่าการลงพื้นที่พบแกนนำคนเสื้อแดงของฝ่ายสหรัฐฯแบบนี้ทำได้หรือไม่ นายดอนพยายามที่จะเลี่ยงตอบคำถาม โดยระบุว่าตนมีนัดจะต้องรีบไป เมื่อถามว่าเห็นข้อความที่นายแพทริค เมอร์ฟีย์ อุปทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย โพสต์ผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวหรือยังที่ยืนยันจะกระตุ้นให้ไทยกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยถือว่ายังเป็นท่าทีเดิมๆหรือไม่ รมช.ต่างประเทศ กล่าวว่า อย่าไปคิดว่าเราจะเปลี่ยนทันควัน ก็เหมือนเรื่องของการค้ามนุษย์ที่มีการแก้ไขมานานแล้ว ไม่ใช่ว่านายดอนพูดอะไรแล้วเขาจะต้องเปลี่ยน ดังนั้นเขาอาจจะแค่รับเรื่องไปแล้วก็ไปครุ่นคิด
เมื่อถามว่าสหรัฐฯอาจจะห่วงใยเราก็ได้เพราะไม่อยากให้เราสะดุดอยู่นานๆ นายดอน อุทานว่า “โอ้!” แล้วกล่าวว่า “นี่ผมถามตัวเองนะ ว่าปกติเราเป็นคนทำงานเพื่อชาติมา40ปี ในใจที่รับงานนี้มาเพราะรู้เลยว่างานนี้เป็นการมาทำงาเพื่อชาติ และทุกคนในครม.ทำงานเพื่อชาติ ถ้านั่งในครม.จะรู้ว่าทุกคนตั้งตั้งใจอย่างยิ่งและไม่เคยเห็นที่ไหนเอาจริงเอาจังถึงขนาดนี้ ซึ่งผมยังบอกพรรคพวกเวลาที่เขาถามคำถามนี้ว่าผมเห็นใจนายกรัฐมนตรีมาก เพราะนั่งอยู่ตรงนั้นเครียด งานมหาศาล เอาจริงเอาจังกับทุกเรื่องที่ประชุม เวลามาพูดถึงแต่ละเรื่องเครียดมาก และพยายามขอให้ทุกคนไปดำเนินการให้ได้ผลโดยเร็วที่สุด นี่จึงเป็นสิ่งที่ผมมีความรู้สึกว่าหนักอกสำหรับคนที่ดูแลทั้งประเทศ เราเองดูไม่กี่เรื่อง เรายังรู้สึกว่ามันเต็มมือ แต่คนที่ดูทั้งประเทศมันน่าหนักใจ ในความรู้สึกเราไม่เคยนั่งในรัฐบาลไม่เคยนั่งในภาวะใดๆนอกจากไปประชุมกับหัวหน้ารัฐบาลหรือผู้นำรัฐบาลอื่นๆ แต่ไม่เคยเห็นภาวการณ์เอาจริงเอาจริงอย่างยุคนี้ นี่คือประสบการณ์ส่วนตัว”
เมื่อถามว่าคิดว่าสหรัฐฯเข้าใจบาดแผลในใจของคนไทยหรือไม่ นายดอนยิ้มแล้วกล่าวว่า “ช่วยหาคำตอบให้ด้วย” เมื่อถามว่าเกิดเหตุแบบนี้แล้วความปรองดองจะเกิดขึ้นได้อย่างไร นายดอน กล่าวว่า ตนคิดว่าสิ่งที่สำคัญคือการปฏิรูปที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.)กำลังพิจารณาทุกด้าน ก็หวังว่าสิ่งที่ปฏิรูปคือการปรับปรุงทุกด้านให้ดีขึ้น รวมถึงประสิทธิภาพความโปร่งใสและขจัดปัญหาทั้งปวงที่ยืดเยื้อหมักหมม แต่ได้แค่ไหนก็อยู่ที่ความร่วมมือในการช่วยกันผลักดันของประชาชน ถ้าเราผลักกันไม่เต็มที่มันก็ไม่ได้ผล แต่ถ้าช่วยกันผลักดันเต็มที่ประเทศไทยก็จะสง่าผ่าเผย
เมื่อถามว่าการที่ยังมีปัญหากับสหรัฐฯจะทำให้การทำงานประสานงานกับสหรัฐฯสะดุดหรือไม่ รมช.ต่างประเทศ กล่าวว่า ไม่สะดุด เพราะเราแยกส่วนกันซึ่งสหรัฐฯมีความเข้าใจดีว่าด้านความร่วมมือที่ดำเนินการกันอยู่ก็ว่ากันไป ไม่ได้หมายความว่าถ้าเราเห็นต่าง คิดต่างแล้วกระทบทุกเรื่องที่เคยดำเนินการอยู่ อย่าลืมว่าเรากับสหรัฐฯหรือหลายประเทศมีความสัมพันธ์อันยาวนาน โดยเฉพาะสหรัฐฯ 182 ปี ไม่ใช่ระยะเวลาสั้นเลยนะ เมื่อไม่ได้สั้นต้องเข้าใจเราให้ลึก
“มีเพื่อนผมหลังจากวันที่ผมแถลงเขาถามว่ามีอะไรที่ทำให้คนไทยที่เป็นมิตรของสหรัฐฯที่เป็นมิตรซื่อๆและเป็นมิตรที่ดีเปลี่ยนทัศนคติได้มากมายขนาดนี้ในทางที่ไม่เห็นด้วยกับท่าทีสหรัฐฯ มันเป็นโจทย์ที่เพื่อนของเราต้องเอาไปคิดว่าคนไทยที่เป็นชนชาติที่ง่ายๆเข้าอกเข้าใจคนอื่นได้ง่าย ไม่เอาเรื่องเอาราวคนอื่นแต่ตอนนี้ทำไมระบาดไปทั่วทั้งในเฟซบุ๊ก ทำไมเขาเกิดความรู้สึกเช่นนั้นได้ มันต้องมีอะไรสักอย่างที่สหรัฐฯต้องเอาไปคิด”นายดอน กล่าว
ตัวแทนสถานทูตสหรัฐฯขอพบคนเสื้อแดง
ทั้งนี้มีรายงานข่าวจากจังหวัดอุดรธานีแจ้งว่า เมื่อวันที่ 29 ม.ค. คณะเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยประกอบด้วย Mr.Timothy Trengle เลขานุการเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ,Mrs.jennifer Green และ นายรชฏ อุทัยจันทร์ เจ้าหน้าที่ประสานงานการเมือง สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ได้เดินทางมาที่ จ.อุดรธานี และแสดงความประสงค์ผ่านผู้ประสานงาน ที่จะขอพบนายขวัญชัย ไพรพนา นายวิชัย สามิตร และนางเกสร บุดดา อดีตแกนนำคนเสื้อแดงของ จ.หนองบัวลำภู และหลังจากนั้นในช่วงบ่ายได้เดินทางมาพบนางอาภรณ์ สาราคำ ภรรยาของนายขวัญชัยอีก แต่ไม่ได้เข้าพบ เนื่องจากนายขวัญชัยและนางอาภรณ์ได้เดินทางไปพบแพทย์และขึ้นศาลที่กรุงเทพฯ หลังจากนั้นนายขวัญชัยฯ ได้เดินทางไปพักผ่อนต่อยังจังหวัดชายทะเล ภาคตะวันออก
สื่ออุบลฯรวมพลังปฏิรูปประเทศไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดอุบลราชธานีว่า ในวันนี้ (30 มค.2558) ที่ห้องประชุมบุษยรัตน์ คณะมนุษย์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี นายคันฉัตร ตันเสถียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานพิธีเปิดโครงการสัมมนาสื่อมวลชนอุบลราชธานีรวมพลังปฏิรูปประเทศไทย ซึ่งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอุบลราชธานี สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานีและคณะอนุกรรมาธิการการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน จังหวัดอุบลราชธานี ได้จัดขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สื่อมวลชนนำเสนอข่าวสารที่ถูกต้องชัดเจน ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง นำไปสู่สังคมที่ปราศจากความขัดแย้ง
รวมทั้งเพื่อเป็นการสร้างและพัฒนาเครือข่ายสื่อมวลชนได้มีบทบาทและมีส่วนร่วมในการดำเนินการสร้างความปรองดองเพื่อการปฏิรูปและเพื่อเป็นการสนับสนุนการดำเนินงานของคณะอนุกรรมาธิการการมีส่วนร่วม และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนจังหวัดอุบลราชธานี ในการดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ตามประเด็นการปฏิรูปในด้านต่างๆในระดับพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ทั้งนี้ โดยมีสื่อมวลชนทุกแขนงและวิทยุชมชนกว่า 80 แห่งเข้าร่วมโครงการ
นายคันฉัตร ตันเสถียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า ทางจังหวัดพร้อมสนับสนุนการดำเนินการจัดเวทีปฏิรูปประเทศไทยในส่วนของอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นจังหวัดอุบลราชธานี ที่มีแผนดำเนินงานเพียง 10 เวทีอำเภอเท่านั้น โดยจะได้ประสานงานกับอำเภอและหน่วยงานท้องถิ่นร่วมจัดเวทีปฏิรูปเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในระดับพื้นที่อำเภอ เพิ่มเติมรวม 15 อำเภอรวม 25 เวทีระดับอำเภอทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนในทุกพื้นที่ได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อการปฏิรูปประเทศไทยในครั้งนี้
ด้านนายนิมิต สิทธิไตรย์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.)จังหวัดอุบลราชธานี และกรรมาธิการวิสามัญการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน สภาปฏิรูปแห่งชาติ กล่าวว่า ในเบื้องต้นคณะอนุกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นประชาชนระดับจังหวัด ได้กำหนดจัดเวทีเพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อประเด็นการปฏิรูปด้านต่างๆทั้ง 18 ด้าน รวม 10 อำเภอโดยในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 จะจัดเวทีปฏิรูประดับอำเภอขึ้นที่อำเภอม่วงสามสิบ และวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558 จะจัดขึ้นที่อำเภอน้ำยืน
โดยจะเชิญทุกภาคส่วนมาร่วมแสดงความคิดเห็นกันอย่างเต็มที นอกจากนั้น ยังได้ประสานงานกับจังหวัดอุบลราชธานีเพื่อจัดขึ้นเวทีรับฟังความคิดเห็นให้ครบทั้ง 25 อำเภอส่วนระดับตำบล ได้ประสานงาน กับ กอ.รมน.จังหวัดที่มีแผนจัดเวทีปรองดองเพื่อการปฏิรูปในระดับชุมชน จำนวน 120 เวทีด้วย
“สปช.อุบลราชธานีได้ริเริ่มที่ส่งเสริมบทบาทของสื่อมวลชนในพื้นที่ได้เข้ามีส่วนร่วมและขับเคลื่อนการดำเนินการปฏิรูปประเทศไทย ที่จะเป็นต้นแบบการดำเนินการ ซึ่งในวันนี้จัดขึ้นเป็นเวทีสื่อครั้งแรก จากเป้าหมายดำเนินการรวม 5 ครั้ง ทั้งนี้ สปช.อุบลราชธานี ได้รับความร่วมมือจาก สวท.อุบลราชธานี เป็นสถานีหลักในการดำเนินการและจะมีการเชื่อมโยงไปยังหอกระจายข่าวประจำหมู่บ้านในรายการข่าวบ้านเฮา ทุกเช้า และผลิตรายการเสียงประชาชนชาวอุบลราชธานี ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา15.30 - 16.00 น. ที่จะมีเครือข่ายวิทยุชุมชนได้ร่วมเชื่อมโยงรายการและร่วมผลิตรายการกับเจ้าหน้าที่ของสวท.อุบลราชธานีเพื่อให้เข้าถึงและเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความคิดเห็นในการปฏิรูปได้อย่างเท่าเทียมกัน”นายนิมิตสิทธิไตรย์ สปช.อุบลราชธานี กล่าว



