
รองผบช.ภ.7สั่งปูพรมตรวจพื้นที่เสี่ยงนครชัยศรี
30 ม.ค. 2558
รองผบช.ภ.7 สนธิกำลังตำรวจสภ.นครชัยศรี ออกตรวจสถานที่มั่วสุมแก๊งโจ๋ป้องกันเหตุอาชญากรรม ระบุพบหญิงชราอยู่บ้านเพียงลำพัง 90 แห่ง กำชับเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 29 ม.ค.58 ที่สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม พล.ต.ต.สุรชัย ควรเตชะคุปต์ รอง.ผบช.ภ.7 พร้อมด้วย พล.ต.ต.พจน์ บุญมาภาคย์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.อนุพันธ์ จันทร์พฤกษ์ รองผบก.ภ.จว.นครปฐม รักษาการ.ผกก.สภ.นครชัยศรี ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.นครชัยศรี หน่วยฯอินทรี 7 สืบสวนฯจังหวัดนครปฐม ทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอนครชัยศรี ทหารจากค่ายกรมการสัตว์ทหารบก จำนวนกว่า 200 นาย ระดมกำลังรวมพลบริเวณหน้าโรงพัก ตั้งแต่ช่วงเวลา 22.00 น. ก่อนเรียกนายตำรวจระดับบริหารรวมทั้งชุดสืบสวนฯจังหวัดนครปฐมเข้าร่วมประชุมเร่งด่วนเพื่อวางแผนเข้าตรวจค้นตามสถานบริการ ร้านเกมส์ โต๊ะสนุ๊กฯและแหล่งมั่วสุมวัยรุ่นทุกแห่ง เพื่อเป็นการกวาดล้างกลุ่มวัยรุ่นที่อาจจะสร้างปัญหาให้กับผู้อื่นและเป็นการป้องปรามไม่ให้กลุ่มวัยรุ่นมีความฮึกเหิมไปร่วมกันก่ออาชญากรรม
จนกระทั่งเวลา 00.10 น.วันนี้ (30 ม.ค.58) กำลังเจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้ลงพื้นที่เข้าตรวจตามเป้าหมายที่ได้รับมอบหมายในพื้นที่อำเภอนครชัยศรี จำนวนหลายสิบแห่ง จนสามารถจับกุมได้ทั้งผู้ต้องหาครอบครองยาเสพติด เสพยาเสพติด พกพาอาวุธปืน นำตัวมาดำเนินคดีหลายราย และกำลังอีกส่วนหนึ่งได้ตั้งด่านตรวจสกัด 2 แห่ง คือบริเวณหน้าโรงเรียนภัทรญาณ ถนนสายนครชัยศรี - ห้วยพลู และบริเวณหน้าร้านที่เกิดเหตุยิงแม่ค้าก๋วยเตี๋ยว
หลังเสร็จภารกิจแรก กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมดได้เริ่มภารกิจที่สอง คือการการตรวจพื้นที่เสี่ยงทั่วพื้นที่แบบปูพรม เพื่อป้องกันเหตุคนร้ายที่อาจจะก่อเหตุข่มขืนหญิงสูงวัย ตามจุดเสี่ยงต่าง ๆ ซึ่งจากการสำรวจพบว่า มีหญิงสูงวัยที่อาศัยอยู่ในบ้านเพียงลำพังมากถึง 90 แห่ง นับว่าเป็นพื้นที่ที่ต้องมีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
พล.ต.ต.สุรชัย ควรเตชะคุปต์ รองผบช.ภ.7 กล่าวว่า จากเหตุการณ์กลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุอุกฉกรรจ์ยิงแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวจนถึงแก่ความตาย ทำให้ทางตำรวจภูธรภาค 7 และภูธรจังหวัดนครปฐม ต้องเร่งแก้ไขปัญหา และหาทางป้องกันไม่ให้กลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่รวมกลุ่มเข้ามาก่อเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการออกตรวจตามแหล่งมั่วสุมตามสถานที่ต่างๆทุกคืน หากพบกลุ่มวัยรุ่นจะต้องทำการตรวจสอบ และบางรายอาจจะต้องนำมาทำประวัติ เป็นมาตรการป้องกันและปราบปรามแก๊งโจ๋ไม่ให้สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่นและป้องกันการเกิดเหตุอุกฉกรรจ์ต่างๆ
นอกจากนี้หลังจบภารกิจแรกเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายจะต้องปฎิบัติหน้าที่ต่อในการเข้าตรวจตามพื้นที่จุดเสี่ยงบ้านหญิงสูงวัยที่อยู่ตามลำพัง เพื่อเป็นการดูแลทุกข์สุข ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย อีกก้านหนึ่งยังเป็นการออกหาจ้อมูล หาข่าวในแต่ละพื้นที่ซึ่งอาจจะทำให้ได้เบาะแสของคนร้ายอีกทางหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกคนจะต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ ต้องเสียสละ เป็นตำรวจที่มีจิตอาสา ซึ่งจะต้องออกปฎิบัติการเช่นนี้ตลอดทุกคืน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกปฎิบัติหน้าที่ในค่ำคืนที่ผ่านมา พล.ต.ต.พจน์ บุญมาภาคย์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม ได้นำตัวผู้ต้องหาที่สามารถจับกุมได้ขณะเข้าตรวจค้นมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ซึ่งมีด้วยทั้งหมด 7 ราย ประกอบด้วยคดีครอบครองยาเสพติด เสพยาเสพติด และพ.ร.บ.อาวุธปืน ก่อนส่งตัวดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป



