
ลูกเขยโหดยิงแม่ยาย-พ่อตา-เมียก่อนยิงตัวตาย
30 ม.ค. 2558
ลูกเขยโหด ยิงแม่ยาย-พ่อตาและเมีย ก่อนยิงตัวตายคาที่
วันที่ 30 ม.ค.58 เมื่อเวลา 01.00น. พ.ต.ต.โสภณวิชญ์ มิตรพระพันธ์ สารวัตรเวรสภ.ศรีราชา ได้รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บสาหัส 3 ราย ทางญาติและหน่วยกู้ภัยสว่างประทีปศรีราชาได้นำส่งโรงพยาบาลไปแล้ว โดยเหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 211/36 หมู่2 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา ให้ไปสอบสวน หลังทราบเหตุจึงรายงานให้ พ.ต.อ.ภพพล จักกะพาก ผกก.สภ.ศรีราชา พ.ต.ท.คงศักดิ์ บุญสื่อสุวรรณ รองผกก.(สส.) พ.ต.ท.ศิระกราน ต้นสงวน รองผกก.(ป.)พ.ต.ท.สุวิจักขณ์ เรืองนวมดี สวป. พ.ต.ต.เดชชาติ อาสว่าง สว.สส.ทราบ ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นทราบ ก่อนร่วมเดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว ที่ประตูหน้าบ้านพบศพนายชยพล นึกหมาย อายุ 47 ปี นอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้นปูนหน้าบ้านไม่สวมเสื้อและมีกองเลือดกองอยู่ โดยขาทั้ง 2 ข้างอยู่ในบ้านและพบอาวุธปืนขนาด 11มม.ตกอยู่ที่ปลายเท้า 1 กระบอกโดยมีกระสุนค้างอยู่ในรังเพลิง 1 นัด และใกล้กับจุดเกิดเหตุ ยังพบปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม. ตกอยู่ 2 ปลอก และหัวกระสุนตกอยู่ 2 หัว โดยพบว่า ผู้ตายใช้อาวุธปืนกระบอกดังกล่าว ยิงตัวเองเสียชีวิต หลังจากที่ได้ใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิง นางสงบ กันเกตุ อายุ 74 ปี แม่ยาย นายฉลอม สิทธิโชค อายุ 76 ปี พ่อตา และนางธนิกา จารุกุลรภัส อายุ 35 ปี จนบาดเจ็บสาหัสและทางญาติและหน่วยกู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลไปก่อนหน้านี้แล้ว
โดยทาง พล.ต.ต.นิติพงศ์ เนียมน้อยผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ซึ่งได้รับแจ้งจากทางศูนย์วิทยุภูธรจังหวัดชลบุรีว่า มีเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ จึงได้เดินทางมาตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุในครั้งนี้ พร้อมกับร.ต.อ.ญ.กิตติยา ปิยาภิรมภ์ นักวิทยาศาสตร์(สบ.1) ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน2 ชลบุรี ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า นายชยพลได้ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองที่ขมับขวา 1 นัดกระสุนฝังใน โดยมีเขม่าดินปืนติดอยู่ที่มือขวา
หลังจากนั้น ทางตำรวจได้รับแจ้งจากทางโรงพยาบาลพญาไทศรีราชาว่า นางสงบ แม่ยาย ซึ่งทางญาติได้นำส่งโรงพยาบาลนั้น ได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาล โดยถูกกระสุนปืนที่ด้านหลัง 4 นัด ทะลุหน้าท้อง และที่ลำคอ 1 นัด นอกจากนั้น ทางโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ได้แจ้งว่า นายฉลอม พ่อตา ซึ่งทางหน่วยกู้ภัยสว่างประทีปศรีราชา ได้นำส่งเข้ารักษา ได้เสียชีวิตโดยถูกกระสุนปืนที่หน้าท้องด้านซ้ายทะลุหลัง 1 นัด ซึ่งถูกอวัยวะสำคัญภายใน ส่วนนางธนิกาผู้เป็นภรรยานั้น ถูกกระสุนปืนยิงเข้าที่กกหูซ้าย 1 นัด อาการสาหัส ทางแพทย์กำลังช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน เนื่องจากกระสุนฝังในและถูกอวัยวะสำคัญ
ทางตำรวจได้สอบสวนลูกสาวของผู้เสียชีวิต ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ ให้การว่า พ่อได้ดื่มเบียร์ไป 2 ขวด แล้วได้ทะเลาะกับแม่เลี้ยงในบ้าน หลังจากนั้นแม่เลี้ยงได้เดินไปบอกยาย ซึ่งบ้านอยู่ตรงข้ามกัน ยายก็ได้เดินมาโดยถือไม้เบสบอลเข้าไปในบ้านของพ่อด้วย และได้ว่ากล่าวลูกเขยด้วยอารมณ์โมโห แต่ลูกเขยได้โต้เถียงและบอกว่าเป็นเรื่องในครอบครัวคนอื่นไม่เกี่ยว
หลังจากนั้น นายชยพล ผู้เป็นพ่อ ก็ได้ชักอาวุธปืนยิงใส่ยาย 5 นัด จนล้มลงที่หน้าห้องนอน หลังจากนั้นก็ใช้ปืนยิงตาที่ยืนอยู่หน้าบ้าน 1 นัด จนล้มลงหัวฟาดกับกระถางต้นไม้จนแตก ซึ่งเมื่อเห็นเหตุการณ์เช่นนั้น จึงอุ้มน้องชายอายุ 3 ปี วิ่งออกไปทางหลังบ้าน เพื่อไปตามญาติมาช่วยเหลือ เมื่อกลับมาอีกทีก็พบว่า แม่เลี้ยงนั้นถูกยิงนอนอยู่ในห้องนอน หายใจรวยระริน ส่วนพ่อนั้นได้เสียชีวิตแล้ว ซึ่งพ่อยิงยายกะตา แล้วคงไปยิงแม่แล้ว มายิงตัวเองจนเสียชีวิตคาที่อย่างแน่นอน
ขณะที่ทางญาติของผู้เสียชีวิต บอกว่า นายชยพล ซึ่งเป็นลูกเขยของบ้านนี้ มีนิสัยเป็นอันธพาล พกปืนติดตัวอยู่ตลอดเวลา เมาหรือทะเลาะกับเมีย ก็จะยิงปืนในบ้านจนหลังคาทะลุเป็นประจำ และยังชอบมีปัญหากับทางญาติฝ่ายเมียเป็นประจำ จนญาตินั้นเอือมระอา ไม่มีใครอยากมายุ่งเกี่ยวด้วย และเวลาเมาก็จะชอบหาเรื่องเมียเป็นประจำ
ซึ่งทางตำรวจ คาดว่า นายชยพลคงเมาแล้วทะเลาะกับเมีย เมื่อเห็นแม่ยายเดินถือไม้เบสบอลเข้าไปหา และว่ากล่าวคงเกิดบันดาลโทษะ จึงใช้อาวุธปืนยิงแม่ยายและพ่อตารวมถึงเมียจนบาดเจ็บสาหัส และอาจกลัวความผิด จึงใช้อาวุธปืนยิงตัวเองจนเสียชีวิตดังกล่าว หลังจากนั้นทางตำรวจได้ให้หน่วยกู้ภัยสว่างประทีปศรีราชา นำศพผู้เสียชีวิต ส่งโรงพยาบาลแหลมฉบัง เพื่อให้แพทย์ชันสูตรอีกครั้ง
................................
(หมายเหตุ ภาพประกอบข่าว)
ล่าสุด ทาง พ.ต.ต.โสภณวิชญ์ มิตรพระพันธ์ สารวัตรเวร สภ.ศรีราชา ได้รับแจ้งจาก ทางโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ว่าและนางธนิกา จารุกุลรภัส อายุ 35 ปี ซึ่งถูกกระสุนปืนยิงที่กกหูซ้าย 1 นัดอาการสาหัส ได้เสียชีวิตลงแล้ว เนื่องจากกระสุนปืนถูกจุดที่สำคัญ และกระสุนฝังอยู่ในศีรษะ ซึ่งเป็นเหตุทำให้เสียชีวิต เป็นศพที่ 4 แล้ว หมดทั้งครอบครัว
................................
(หมายเหตุ ภาพประกอบข่าว)



