ข่าว

เชื่อเถอะครับ

เชื่อเถอะครับ

30 ม.ค. 2558

เชื่อเถอะครับ : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์กับ ประภัสสร เสวิกุล

              มีความเชื่อเกี่ยวกับวันพรุ่งนี้อยู่ 2 ประการ ประการแรกคือเชื่อว่า "พรุ่งนี้ต้องดีกว่าวันนี้" กับ "พรุ่งนี้ไม่มีอะไรแน่นอน" ซึ่งต่างกันคนละขั้วความคิด

              พวกที่เชื่อว่า "พรุ่งนี้ต้องดีกว่าวันนี้" มีอยู่ 2 ประเภท ประเภทที่ 1 คือพวกที่มองโลกในแง่ดี เห็นว่า โลกนี้ยังมีความหวัง มีความงดงามสดใสรอคอยอยู่ข้างหน้า มีความตั้งใจที่จะก้าวข้ามวันนี้ไปสู่สิ่งใหม่ๆ และความหวังใหม่ๆ ในวันหน้า กับพวกที่เคยผิดหวัง แต่ยังไม่ยอมสิ้นหวัง และยังคงยืนหยัดอยู่ต่อไป

              พวกที่เชื่อว่า “พรุ่งนี้ไม่มีอะไรแน่นอน” มีอยู่ 2 ประเภท เช่นกัน ประเภทแรกเป็นพวกไม่ยึดติด มองเห็นถึงความไม่จีรัง ความไม่เที่ยงต่างๆ และก็มีสติคอยเตือนตนเอง ไม่ให้หลงระเริงไปกับสิ่งที่น่าพึงพอใจที่ตนเองมีอยู่ในขณะนี้ หรือไม่เช่นนั้น ก็เจอะเจอกับความไม่สมหวัง การไม่เป็นไปตามความคาดหวังมาแล้วมากมาย จนเกิดความซาบซึ้งถึงสัจธรรม และปลงตก

              ถ้าถามว่า ความเชื่อ 2 ประการนี้ อย่างไหนจะดีกว่ากัน ผมเป็นเองพวกเดิน “สายกาง” คือกางขาเดินทั้ง “พรุ่งนี้ย่อมจะดีกว่าวันนี้” และ “พรุ่งนี้ไม่มีอะไรแน่นอน” - ความเชื่อว่า “พรุ่งนี้ย่อมจะดีกว่าวันนี้” เป็นทั้งกำลังใจ และความหวัง ความฝัน รวมทั้งพลังผลักดันให้ชีวิตก้าวเดินไปข้างหน้า ขณะเดียวกัน หากพรุ่งนี้ไม่ดีจริง ความเชื่อที่ว่า “พรุ่งนี้ไม่มีอะไรแน่นอน” ก็จะช่วยพยุงจิตใจให้มีเรี่ยวแรงต่อไป เพราะอย่างน้อย เราก็ได้เตือนตัวเองไว้ล่วงหน้าแล้ว (แต่อยากไม่เชื่อเอง-สมน้ำหน้า)

              โลกไม่สามารถเป็นไปดังใจปรารถนาของเราได้ ก็เพราะทุกคนบนโลกใบนี้ต่างก็มีความปรารถนาในสิ่งที่ไม่ตรงกัน และแต่ละคนต่างก็มีความปรารถนาในหลายสิ่งหลายอย่าง จึงเป็นการยากที่ทุกคนจะสมหวัง และแน่นอนว่าจำนวนของคนที่ผิดหวังย่อมจะต้องมากกว่า ดังนั้น เมื่อเราไม่สมหวังสมปรารถนาก็ขอให้ทำใจว่าเรายืนอยู่กับคนส่วนใหญ่ของโลก และเคียงคู่ผู้ทุกข์เข็ญ ก็จะช่วยให้หัวใจพองโตขึ้นเป็นกอง

              เมื่อผิดหวังเรื่องใดแล้ว คนเราก็มักจะมีถ้อยคำที่ให้กำลังใจ เช่น “ลูกผู้ชายล้มได้ ลุกได้” “แพ้ร้อยครั้งใช่ว่าจะแพ้ทุกครั้งตลอดไป” ฯ คำพูดเหล่านี้บางคำอาจฟังดูเชยๆ แต่นั่นเป็นเพราะเรายังไม่ได้เจอะเจอความผิดหวังอย่างจังๆ เช่นเดียวกับคนที่คิดสรรหาคำพูดเหล่านี้ ที่อาจจะกลั่นออกมาจากบาดแผลในหัวใจ อย่างไรก็ตาม ขอให้ถือว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นประสบการณ์ทางตรงที่คนที่เคยผจญมาแล้ว นำมาบอกเล่าต่อ จงฟังหูไว้หูก็ได้ครับ แต่อย่าปิดสองหูเสียทั้งหมด

              นอกจากความเชื่อสองประเภทที่กล่าวถึงแล้ว มีความเชื่ออีกประการหนึ่ง ซึ่งน่าจะตั้งอยู่บนความไม่ประมาท ตระหนักถึงความไม่แน่นอนของโลกและชีวิต ซึ่งน่าที่เราท่านควรนำจะมาพิจารณาและยึดถือปฏิบัติ นั่นก็คือความเชื่อที่ว่า “ทำวันนี้ให้ดีที่สุด”

              ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร มีตำแหน่งหน้าที่การงานอย่างไร รับภาระหนักเบาแค่ไหน ขอให้คุณใช้โอกาสและเวลาที่มีอยู่ในขณะนี้อย่างเต็มที่ และดีที่สุด ด้วยความเที่ยงธรรม และคำนึงประโยชน์สุขของคนส่วนใหญ่ ไม่ต้องคำนึงหรอกครับว่าการกระทำในสิ่งที่ถูกต้องของคุณ จะสร้างความขุ่นเคืองหรือความผิดหวังให้แก่คนกลุ่มน้อยที่กระทำผิด

              แต่จงภูมิใจ และเชื่อเถอะครับว่า วันนี้ “คุณได้ทำในสิ่งที่ดีที่สุด” และ “ถูกต้องที่สุดแล้ว”