ข่าว

ป.ป.ช.คงอำนาจปราบทุจริตถ่วงดุล-ถูกตรวจสอบได้

ป.ป.ช.คงอำนาจปราบทุจริตถ่วงดุล-ถูกตรวจสอบได้

30 ม.ค. 2558

ป.ป.ช.คงอำนาจปราบทุจริตถ่วงดุล-ถูกตรวจสอบได้ : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ

              แม้ว่าองค์กรอิสระหลายองค์กร ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ถูกลดอำนาจ เช่น ไม่สามารถให้ใบเหลือง-ใบแดง ในการเลือกตั้ง ส.ส. และริบอำนาจจัดการเลือกตั้ง หรือ ผู้ตรวจการแผ่นดินและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่มีแนวโน้มจะถูก "ควบรวม" เข้าด้วยกัน

              แต่สำหรับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นอกจากองค์กรยังคงดำรงอยู่แล้ว โครงสร้างก็ยังเหมือนเดิม อำนาจที่มีอยู่ในมือก็ไม่ได้ลดน้อยถอยลง

              "โครงสร้าง" ที่ว่านี้ ก็คือ การที่มีกรรมการ ป.ป.ช. จำนวน 9 คน มีวาระ 9 ปี และเป็นได้ครั้งเดียว
 
              ส่วน "อำนาจ" ที่ว่านี้ ก็คือ การคงอำนาจของกรรมการ ป.ป.ช. ในการไต่สวนและสรุปสำนวนส่ง "รัฐสภา" เพื่อดำเนินการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. หรือบุคคลที่ดำรงตำแหน่งสำคัญ เช่น ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานศาลรัฐธรรมนูญ อัยการสูงสุด ในกรณีที่กระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือ ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

              รวมทั้งการคงอำนาจในการไต่สวนดำเนินคดีอาญา ฐานกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือทุจริตต่อหน้าที่และคดีร่ำรวยผิดปกติกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. เพื่อส่งให้อัยการสูงสุดยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

              สรุปว่า อำนาจหลักยังอยู่ครบ แสดงว่าผลงานของกรรมการ ป.ป.ช. ที่ผ่านมา เข้าตา "คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ" ที่ผ่านมาก็สดๆ ร้อนๆ กับการที่ประสบผลสำเร็จในคดีถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในเรื่องโครงการรับจำนำข้าว รวมทั้งคดีอาญาที่อัยการสูงสุดสั่งฟ้อง

              อีกทั้งรัฐบาลนี้ ก็ได้ให้ความสำคัญกับการปราบปรามการทุจริตและคอร์รัปชั่นอย่างมาก ถึงกับยกเป็น "วาระแห่งชาติ" ดังนั้น "ป.ป.ช." ที่ "เหล่านักการเมือง" ได้ยินชื่อนี้ก็ถึงกับสะดุ้งผวา จึงจำเป็นต้องดำรงอยู่และคง "เขี้ยวเล็บ" ไว้อย่างเดิม   

              อย่างไรก็ตาม ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องการให้ "องค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ" มีความโปร่งใส จึงกำหนดให้ "องค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ" ทุกองค์กร รวมทั้ง ป.ป.ช.ต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินหนี้สินและเปิดเผยต่อสาธารณชนด้วย

              ขณะเดียวกัน มีกลไกตรวจสอบ ป.ป.ช. เช่น ส.ส. หรือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เข้าชื่อกันร้องต่อวุฒิสภา ว่า กรรมการ ป.ป.ช.ขาดความเที่ยงธรรม ฝ่าฝืนกฎหมาย เพื่อให้ถอดถอนออกจากตำแหน่ง หรือ ส.ส. ส.ว.เข้าชื่อกันร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่า กรรมการ ป.ป.ช.ทุจริตต่อหน้าที่

              เมื่อมีอำนาจมาก...ก็ต้องถูกตรวจสอบได้เช่นกัน !