ข่าว

สหรัฐกดดัน-ลดระดับคอบร้าโกลด์?

สหรัฐกดดัน-ลดระดับคอบร้าโกลด์?

30 ม.ค. 2558

สหรัฐกดดัน-ลดระดับคอบร้าโกลด์? : ทีมข่าวความมั่นคง

              การฝึกคอบร้าโกลด์ เริ่มแรกเป็นการฝึกร่วมระหว่างไทยกับสหรัฐและมิตรประเทศในช่วงสงครามเย็น จนถึงวันนี้ก็ร่วม 30 กว่าปีแล้ว

              เป็นการฝึกร่วมที่สำคัญต่อเสถียรภาพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในการสร้างความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงอย่างสร้างสรรค์ ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ กระทั่งมีการส่งกำลังไปรักษาสันติภาพในพื้นที่ต่างๆ

              จริงๆ แล้วระหว่างไทยกับสหรัฐเกื้อกูลกันในด้านการทหารมาตลอด โดยเฉพาะช่วงสงครามเย็น โดยมาเริ่มมีการฝึกร่วมระหว่างกองทัพเรือไทยกับกองทัพเรือและกองกำลังนาวิกโยธินสหรัฐ ฝึกยกพลขึ้นบก เอาเมื่อปี 2499

              จากนั้นปี 2525 ถึงได้มีการเพิ่มหน่วยรบพิเศษมาร่วมฝึกด้วย และในปี 2526 ก็มีกำลังพลจากทุกเหล่าเข้าร่วมฝึกเป็นครั้งแรก โดยการฝึกนั้นหมุนเวียนไปตามกองทัพภาคต่างๆ ของประเทศไทย

              อย่างไรก็ตาม เมื่อฝึกไประยะหนึ่งแล้ว มีการประเมินกันว่า เมื่อสถานการณ์โลกได้เปลี่ยนแปลงไป แนวโน้มการเกิดสงครามขนาดใหญ่เป็นไปได้น้อย หรือเกิดขึ้นได้ยาก ทำให้แนวทางการฝึกปรับเน้นไปที่การฝึกทำให้เกิดความร่วมมือในการปฏิบัติการเพื่อสันติภาพ เพื่อขจัดความขัดแย้งและภัยพิบัติธรรมชาติมากขึ้น

              อย่างกรณีการปะทะกันระหว่างกองทัพไทยกับกัมพูชาที่ใกล้ปราสาทพระวิหาร มีมุกตลกในมวลหมู่ทหารว่า ถ้าปล่อยให้ยิงกันไปอีก 7 วัน ก็ไม่รู้ว่าใครจะชนะ เพราะกระสุนปืนใหญ่น่าจะหมดคลังเสียก่อน

              การเปลี่ยนแปลงสำคัญของการฝึกคอบร้าโกลด์เกิดขึ้นในปี 2543 เรียกการฝึกครั้งนั้นว่า "คอบร้าโกลด์ 2000"

              มีการเพิ่มกองทัพจากประเทศสิงคโปร์มาร่วมฝึก ซึ่งเป็นการฝึกแบบ "กองทัพน้อย" เพื่อรักษาสันติภาพภายใต้กรอบของสหประชาชาติ

              แต่การฝึกที่ว่านั้น ก็เริ่มสร้างความหวาดระแวงให้แก่ประเทศอื่นๆ ก็เลยมีการเชิญเข้าร่วมการฝึกคอบร้าโกลด์รวมแล้วอีก 5 ประเทศ ทำการฝึกโดยใช้แผนที่ฝึกเป็นภูมิภาคสมมุติ "แปซิฟิก" ภายใต้การพัฒนาของสหรัฐ ในส่วนของไทย กองบัญชาการทหารสูงสุด หรือ กองบัญชาการกองทัพไทย ในวันนี้ เป็นแม่งาน

              คอบร้าโกลด์ครั้งที่ 13 มีการเชิญกองทัพจากประเทศอื่นมาเพิ่มมากขึ้น โดยนอกจาก สหรัฐ ไทย สิงคโปร์ แล้ว ยังมี อินโดนีเซีย มาเลเซีย เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ร่วมฝึก โดยมีประเทศอื่นๆ ได้รับเชิญเข้าร่วมสังเกตการณ์

              ครั้งนั้นการฝึกได้สมมุติให้เป็นสถานการณ์สงครามล้างเผ่าพันธุ์ระหว่างกองกำลังรัฐบาลกับชนกลุ่มน้อยในประเทศสมมุติ กองกำลังนานาชาติ multinational forced : MNF บีบบังคับให้เกิดสันติภาพ

              และในปีนี้ การฝึกคอบร้าโกลด์ จะมีขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ และจะมีทหารจากกองทัพจากสาธารณรัฐประชาชนจีนจะเข้าร่วมฝึกด้วย

              นั่นก็ทำให้การฝึกคอบร้าโกลด์กลายเป็นการฝึกร่วมของเหล่าทัพจากนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก

              ใหญ่มากพอที่จะทำให้สหรัฐไม่อาจใช้ "คอบร้าโกลด์" มาเป็นประเด็นการเมืองกับไทย

              แต่นั่นก็จะขัดกับ "มาตรฐาน" ของสหรัฐที่เป็นกฎหมายระบุว่า จะต้องลดระดับความสัมพันธ์กับประเทศที่มีการทำรัฐประหาร

              ทว่าถ้อยแถลงของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐ กลับพูดได้เพียงแค่ว่า "จะลดระดับการฝึกเหลือเพียงการช่วยเหลือมนุษยชน สันติภาพ และภัยพิบัติเท่านั้น"

              ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วคอบร้าโกลด์ ก็ฝึกภายใต้พื้นฐานนี้มาตั้งแต่ประเมินกันเมื่อหลายปีก่อนแล้วว่า สถานการณ์โลกจะไม่ไปถึงการใช้กองกำลังขนาดใหญ่เข้าห้ำหั่นกัน จึงได้เน้นไปที่ฝึกเพื่อรักษาสันติภาพ ช่วยเหลือภัยพิบัติ ดังเช่นการฝึกคอบร้าโกลด์ครั้งที่ 13 ในการส่งกองกำลังนานาชาติไปบังคับให้เกิดสันติภาพ

              เว้นแต่ว่าสหรัฐจะทำให้เห็นชัดเจนว่าลดระดับ คืออะไร ลดแบบไหน !

              แต่เท่าที่ฟังถ้อยแถลงของสหรัฐในวันนี้ น่าจะเป็นเพียงความพยายามรักษาหน้าตาของผู้นำประชาธิปไตยของโลกเท่านั้น