
สนช.ซัดมะกันมั่วนำถอดถอนปนอัยการศึก
29 ม.ค. 2558
'สนช.' ฉุน 'สหรัฐ' มั่วนำ 'ถอดถอน' ปน 'อัยการศึก' ปัดไล่ล่า ชี้ อำนาจกระบวนการตาม ก.ม.-รธน. จี้ เลิกจุ้นแทรกแซงกิจการภายในของไทย
29 ม.ค. 58 นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แถลงถึงกรณีที่นายแดเนียล รัชเซล ผู้ช่วยรัฐูมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐฯ แทรกแซงกิจการการเมืองไทย ว่า ตนไม่รู้สึกแปลกใจที่ผู้แทนสหรัฐฯ เข้ามาพบประเทศไทยในเชิงไม่ถูกต้องด้วยระเบียบวิธีทางการทูต ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ทำเป็นประจำ แต่ก็ดีกว่าการส่งสปายสายลับซีไอเอเข้ามาแทรกแซงกิจการของประเทศต่างๆ ที่เขาใช้นโยบายนี้ เพราะถือว่าเขาเป็นประเทศมหาอำนาจ
ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กล่าวว่า แม้ว่ากระบวนการแต่งตั้ง สนช.จะเกิดขึ้นจากการรัฐประหาร โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อให้ประเทศไทยปกครองในระบบนิติรัฐ โดยใช้กฎหมายดูแลประเทศ โดยยึดกฎหมายเป็นหลักทั้งกฎหมายรัฐธรรมนูญ และกฎหมายทั่วไป ซึ่งหลังการรัฐประหาร คสช.ก็ได้เปลี่ยนถ่ายอำนาจ โดย สนช.และ ครม. เป็นโรดแม็พในการเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตยที่ยั่งยืน ซึ่งอาจมีมุมมองที่ไม่เหมือนกันในบางเรื่อง โดยสหรัฐฯ ได้เข้าไปในตะวันออกกลาง เอเชีย และมองว่าประชาธิปไตย คือ การเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว ขอให้มีการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว เขาก็พอใจแล้ว ไม่สนใจบริบทอื่นว่าประเทศจะเป็นอย่างไร
นายพรเพชร กล่าวว่า สำหรับ คสช.มองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง โดยเฉพาะช่วง 6 เดือนก่อนรัฐประหาร ผู้คนแบ่งฝักแบ่งฝ่ายใช้อาวุธสงคราม คสช.จึงเข้ามาปัดกวาดบ้านเมือง เพื่อปูพรมไปสู่ประชาธิปไตยที่ยั่งยืน ตามขนบธรรมเนียมประเพณีของไทย และมีจุดมุ่งหมายเดียว คือ การเลือกตั้งสู่ประชาธิปไตยที่ยั่งยืน มีพระมหากษัติย์ทรงเป็นประมุข และที่ตนเข้ามาทำงานกับ คสช.เพราะเรามีอุดมการณ์เดียวกัน มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ ประชาธิปไตยที่ยั่งยืนในบริบทของประเทศไทย และนำไปสู่การเลือกตั้งตามความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง
"ส่วนกระบวนการถอดถอนของ สนช. เป็นการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ้าจะพูดว่าเป็นเรื่องของการเมือง ก็คงใช่ แต่ก็เป็นไปตามหลักกฎหมายรัฐธรรมนูญ และยึดตามหลักนิติธรรมด้วย ยืนยันว่า กระบวนการถอดถอนเป็นกระบวนการส่วนใหญ่ในรัฐสภา สหรัฐฯ เองเคยมีการถอดถอนมาเช่นกัน ดังนั้นความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ก็ยังยืนอยู่บนความร่วมมือในทุกมิติ ไม่ว่าการเมือง เศรษฐกิจ สังคม แต่สิ่งที่นายแดเนียลไปสรุปเอาเรื่องถอดถอนไปปนกับกฎอัยการศึก ซึ่งต่างกันโดยสิ้นเชิง"
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายแดเนียล มองว่า การถอดถอนครั้งนี้เป็นการไล่ล่านักการเมืองฝ่ายตรงข้าม นายพรเพชร กล่าวว่า ข้อกล่าวหาว่าไล่ล่า ไม่ใช่คำพูดที่อยู่ในบริบทของตน ตนไม่ใช้คำนี้ แต่ใครจะไปขยายความอย่างไรตนไม่ทราบ สำหรับตนเห็นว่าเป็นบริบทของสื่อ แต่ สนช.ไม่ได้เกิดขึ้นมาเพื่อไล่ล่าใคร
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะต้องชี้แจงไปยังรัฐสภาสหรัฐฯ หรือไม่ นายพรเพชร กล่าวว่า ไม่ต้องทำหนังสือถึงสภาสหรัฐฯ เพราะสภาสหรัฐฯ ไม่ได้ก้าวล่วงอะไร ซึ่งเราก็มีเวทีสมัชชาสหภาพรัฐสภา หรือไอพียู สามารถชี้แจงได้
อัด 'สหรัฐฯ' แทรกแซงกิจการภายในของไทย
นางพิไลพรรณ สมบัติศิริ ประธานคณะกรรมาธิการ การต่างประเทศ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พร้อมด้วยตัวแทนกรรมาธิการการต่างประเทศ แถลงตอบโต้นายแดเนียล รัชเซล ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ว่า กรรมาธิการได้ติดตามข่าวการมาเยือนของนายแดเนียลในประเทศไทย รู้สึกผิดหวัง และห่วงกังวลกับท่าทีของนายแดเนียล ที่ได้แสดงออกหลายประเด็น ทั้งนี้กรรมาธิการให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์และความร่วมมือกับสหรัฐฯ ซึ่งเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์กันมายาวนานถึง 180 ปี และถือเป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญของไทย ที่มีความสัมพันธ์อย่างรอบด้าน เราจึงคาดหวังว่าสหรัฐฯ จะมีความเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และความจำเป็นในการดำเนินการต่างๆ ของไทยในปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาพิเศษที่จะปฏิรูปประเทศไปสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ตามโรดแม็พที่ได้ประกาศไว้
นางพิไลพรรณ กล่าวว่า กรรมาธิการรู้สึกไม่สบายใจ ผิดหวัง และกังวลที่นายแดเนียลได้แสดงความเห็นที่ไม่เข้าใจในกระบวนการถอดถอนกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ผ่านมา และกล่าวถึงกระบวนการดำเนินคดีในความผิด ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในโครงการรับจำนำข้าว เป็น 2 เรื่องที่เป็นแรงจูงใจในทางการเมือง ขอย้ำว่า กระบวนการถอดถอนนักการเมือง อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ สนช.ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวกำหนดไว้ โดยรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งสอดคล้องกับหลักสากล ซึ่งสหรัฐฯ เองก็ยึดถือ ทั้งนี้โครงการรับจำนำข้าวมีหลักฐานที่ชัดเจน มีความเสียหายเกิดขึ้นมูลค่าหลายแสนล้านบาท กระบวนการถอดถอนเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้น ตามอำนาจของกฎหมายและมีมานานและทุกรัฐบาลก็ให้ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง
"ข้อวิจารณ์เกี่ยวกับมาตรการต่างๆ ในประเทศไทย รวมทั้งกฎอัยการศึก และกระบวนการยุติธรรมนั้น ซึ่งนายแดเนียลน่าจะมีความรู้เพียงพอว่าไทยมีเหตุความจำเป็นว่าเพื่อธำรงไว้ซึ่งความสงบเรียบร้อยของประเทศและประชาชนโดยทั่วไป ถือเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการภายในของประเทศ ซึ่งตามกฎบัตรสหประชาชาติก็ได้ยอมรับไว้อย่างชัดแจ้งว่าประเทศที่เป็นสมาชิกของสหประชาชาติ ไม่อาจแทรกแซงเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการภายในของประเทศโดยแท้ ดังนั้นกรรมาธิการจึงหวังว่าทุกฝ่ายจะเข้าใจในสถานการณ์และนโยบายของประเทศไทย ที่ได้ดำเนินการเพื่อก้าวไปสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ทั้งนี้กรรมาธิการจะเชิญอุปทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย เข้ามาพูดคุยและชี้แจงถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยืนยันไม่มีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ"
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรที่ องค์กรฟรีดอมเฮ้าส์ระบุผลวิจัยว่า ประเทศไทยเป็น 1 ใน 61 ประเทศ ที่ไม่มีเสรีภาพเนื่องจากการทำงานของรัฐสภา นางพิไลพรรณ กล่าวว่า จะบอกว่าประเทศไทยไม่มีเสรีภาพและประชาธิปไตยคงไม่ได้ เพราะขณะนี้ประเทศไทยมีความสงบ และประชาชนก็มีความสุข และการดำเนินชีวิตปกติทุกประการ ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่คนไทย ทุกอย่างอยู่ที่คนไทยจะคิด อย่าให้โลกภายนอกมาแทรกแซงความคิดจนเกินไป
ด้านนายกิตติ วะสีนนท์ กรรมาธิการ การต่างประเทศ สนช. กล่าวถึงการแสดงความเห็นของนายแดเนียลถือเป็นการทำผิดมารยาทหรือไม่ว่า เป็นเรื่องละเอียดอ่อนทางการฑูต ซึ่งเรื่องพิธีทางการทูตอาจจะมีความแตกต่างระหว่างประเทศตะวันตกกับบ้านเรา แต่บางเรื่องเป็นเรื่องของมิตรที่ควรให้ความเคารพซึ่งกันและกัน ในทางปฏิบัติมิตรประเทศต้องอาศัยความเข้าใจกัน อยากเห็นสหรัฐฯ เข้าใจ และพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา ไม่นำประเด็นอื่นมาเป็นปัญหาเชิงการเมือง



