ข่าว

เผยพระราชวงศ์ซาอุฯไม่จับมือกับ'มิเชล โอบามา'

เผยพระราชวงศ์ซาอุฯไม่จับมือกับ'มิเชล โอบามา'

29 ม.ค. 2558

สื่อหลายสำนักเผย พระราชวงศ์ซาอุดิอาระเบียหลายพระองค์ไม่จับมือกับสุภาพสตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐ

               29มกราคม 2558 สื่อหลายสำนักต่างรายงานเรื่องที่นางมิเชล โอบามา สุภาพสตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐ ถูกสื่อมวลชนและโลกสังคมออนไลน์ของซาอุดิอาระเบียตำหนิอย่างรุนแรง ในประเด็นที่เธอไม่สวมอีญ้าป หรือผ้าคลุมศีรษะ ในระหว่างติดตามประธานาธิบดีบารัค โอบามา ไปร่วมพิธีไว้อาลัยกษัตริย์อับดุลลาห์แห่งซาอุดิอาระเบีย และยังมีการเผยแพร่ภาพที่เธอจ้องเขม็งไปยังเจ้าหน้าที่ทางการซาอุดิอาระเบีย ที่ไม่ยอมจับมือกับเธอด้วย

               ผู้นำสหรัฐและภรรยา ได้ตัดลดการเยือนอินเดีย เพื่อปลีกเวลาไปเข้าเฝ้าสมาชิกพระราชวงศ์ซาอุฯ หลังการสิ้นพระชนม์ของกษัตริย์อับดุลลาห์ และนางมิเชลถูกจับจ้องว่าแสดงสีหน้าไม่สู้ดีนักในระหว่างการเยือนกรุงริยาร์ด เพื่อเข้าเฝ้ากษัตริย์ซัลมานพระประมุของค์ใหม่ ซึ่งในระหว่างการพบปะบรรดาบุคคลสำคัญของพระราชวงศ์ พบว่า มีหลายพระองค์ไม่ยอมจับมือกับเธอ และได้แต่เพียงพยักหน้าให้เท่านั้น ซึ่งแม้นางมิเชลจะสวมเครื่องแต่งกายที่มิดชิด ในระหว่างการเยือนเป็นเวลา 5 ชั่วโมง แต่เธอก็ไม่ได้สวมอิญ้าป ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเรื่องที่เข้มงวดตามจารีตประเพณีของประเทศที่ได้ชื่อว่าอนุรักษ์นิยมแห่งนี้

               ก่อนหน้านี้ อดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐ 2 คน คือ นางฮิลลารี คลินตัน และนางลอราบุช ก็ไม่ได้สวมอีญ้าป ตอนที่ไปเยือนซาอุดิอาระเบีย แต่ทั้งสองคนไม่เคยถูกตำหนิแต่อย่างใด

               ครอบครัวโอบามาเดินทางกลับถึงกรุงวอชิงตัน ดีซีตั้งแต่เช้าวันพุธ และต่างก็มีสภาพอิดโรยจากการเดินทางข้ามประเทศ ทั้งคู่ดูเหนื่อยล้า ขณะก้าวลงจากเครื่องบินประจำตำแหน่ง "แอร์ ฟอร์ซ วัน" แต่ประธานาธิบดีโอบามาก็ยังยิ้มและโบกมือทักทาย ส่วนนางมิเชลจับมือข้างหนึ่งของสามีและสายตาจับจ้องไปที่พื้น ตอนที่ทั้งคู่เดินตรงไปที่ทำเนียบขาวย เมื่อเวลา 03.30 น.ประธานาธิบดีโอบามา จับมือภรรยาเป็นการให้กำลังใจ หลังจากพบว่า เจ้าหน้าที่ทางการของซาอุดิอาระเบียหลายคนไม่ยอมจับมือกับเธอ

               ก่อนหน้านี้ นางมิเชลถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากผู้ใช้ทวิตเตอร์ในซาอุดิอาระเบีย ที่เธอไม่สวมอิญ้าป ซึ่งเป็นที่ทราบดีกว่า เป็นประเทศที่ผู้หญิงแทบไม่มีสิทธิ์มีเสียงและยังมีปัญหาเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน หนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ รายงานว่า นางมิเชลวัย 51 ปี ได้เปลี่ยนชุดจากกระโปรงลายดอกมาเป็นชุดที่มิดชิด รวมทั้งกางกางขายาวและเสื้อคลุมตัวยาวตั้งแต่อยู่บนเครื่องบิน แต่ก็ยังไม่อาจยับยั้งผู้ใช้ทวิตเตอร์กว่า 1,500 คน ในซาอุดิอาระเบีย ที่ระดมทวี้ตข้อความตำหนิเธอ

               นอกจากนี้ ยังมีหัวข้อที่ดูเหมือนจะถูกใจชาวโซเชียล มีเดีย ของซาอุดิอาระเบียมากที่สุด คือกษัตริย์พระองค์ใหม่ ทรงทิ้งผู้นำสหรัฐไปทำละหมาด ซึ่งปรากฎว่าสามารถดึงดูดข้อความได้มากกว่า 170,000 ข้อความ ซึ่งมีข้อความหนึ่งโพสต์ว่า นี่คือบุรุษผู้ละทิ้งผู้นำของประเทศที่มีความสำคัญที่สุดในโลกไปทำละหมาด

               ใต้ขนบธรรมเนียมอันเข้มงวดของซาอุดิอาระเบีย ผู้หญิงจะต้องสวมอีญ้าปและสวมชุดสีดำมิดชิดเวลาอยู่ในที่สาธารณะ ซึ่งส่วนใหญ่จะคลุมผมและปิดหน้า แต่ไม่ได้เจาะจงและเข้มงวดกับชาวต่างชาติ และผู้หญิงตะวันตกส่วนใหญ่มักจะใช้ผ้าโพกศีรษะเวลาอยู่ในซาอุดิอาระเบีย ส่วนนางมิเชลเคยสวมผ้าคลุมศีรษะตอนเข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาและไปเยือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวมุสลิมในกรุงจาการ์ตา

               ด้านผู้สื่อข่าวที่เดินทางไปกับประธานาธิบดีและสุภาพสตรีหมายเลข 1 ได้เปิดเผยต่อ ABC นิวส์ ว่า นางมิเชลประหม่าในความแตกต่างทางวัฒนธรรม และได้แต่ยืนอยู่ด้านหลังสามีถ้ามีคนมาขอจับมือ เธอก็จะน้อมรับ แต่ส่วนใหญ่เธอจะยืนอยู่เบื้องหลังและส่งยิ้มให้เวลาที่คนเหล่านั้นผ่านไป