
รวบ2โจ๋รุมแทงช่างเดินไฟดับตร.ตามไล่ล่าอีก1
29 ม.ค. 2558
รวบ2โจ๋รุมแทงช่างเดินไฟดับ ขณะเดินกลับบ้านย่านจรัญฯเจอกลุ่มวัยรุ่นเดินสวนพูดทัก เจ้าตัวตอบกลับ เกิดไม่พอใจพาพวกรุมแทง ฮึดสู้ปีนรั้วหนีตายหน้าห้อง ตร.ไล่ล่าอีก1
เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 29 มกราคม พ.ต.ต.เศกสิทธิ์ แพลอย พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ สน.บางขุนนท์ รับแจ้งเหตุคนถูกแทงเสียชีวิตภายในบ้านเลขที่ 121/190 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 25 แยก 10 แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กทม. จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.เมธี รักพันธุ์ รอง ผบก.น.7 พ.ต.อ.สุกิจ อรุณฤกษ์ถวิล ผกก.บางขุนนนท์ ร.ต.อ.เกียรติศักดิ์ จันจะนะ สว.กก.สส.น.7 เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บางขุนนนท์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.7 เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) แพทย์เวร รพ.ศิริราช และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปลูกครึ่งปูนครึ้งไม้สูง 2 ชั้น เนื้อที่ประมาณ 25 ตร.วา มีรั้วรอบขอบชิด ภายในตัวบ้านใกล้กำแพงพบศพนายมาโนช หรือหมู เมฆคำ อายุ 34 ปี นอนหงายจมกองเลือดสวมเสื้อยืดคอกลมแขนยาวสีเลือดหมู นุ่งกางเกงขาสั้นลายดอกสีดำ พบบาดแผลฉกรรจ์ถูกแทงด้วยของมีคมเข้าที่บริเวณลำคอฝั่งซ้าย 1 แผล ใกล้กันพบกองเลือดขนาดใหญ่ตลอดทั้งแนวกำแพงบ้าน บริเวณโต๊ะบูชาศาลพระภูมิด้านนอกบ้านพบกองเลือดตกอยู่ ตลอดจนตามเส้นทางเดินในซอยทางเข้าบ้านระหว่างซอยจรัญสนิทวงศ์ 23 และ ซอยจรัญสนิทวงศ์ 25 ระยะทางประมาณ 200 เมตร ยังมีกองเลือดตกตามทาง เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนรีบนำศพส่งชันสูตรพลิกศพ รพ.ศิริราช
จากการสอบสวน น.ส.ฉัตรพร ใจกล้า อายุ 24 ปี ให้การว่า ตนคบหากับผู้ตายมาระยะเวลา 5-6 ปี ที่บ้านหลังนี้จนมีลูกชายวัย 1 ขวบ 5 เดือน 1 คน ปัจจุบันสามีทำงานรับจ้างเดินสายไฟ ก่อนเกิดเหตุเพิ่งพากันไปกินข้าวย่านปิ่นเกล้ากับญาติๆ ที่พักในชุมชนตรอกไผ่ ซอยจรัญสนิทวงศ์ 23 โดยฝากลูกไว้ให้หลานช่วยกันเลี้ยงพอนั่งรถแท็กซี่กลับมาพร้อมญาติมาลงที่ซอยจรัญสนิทวงศ์ 23 จากนั้นตนและสามีจึงพากันเดินกลับบ้านพักในซอยจรัญสนิทวงศ์ 25 ที่ห่างไม่ไกล ประมาณ 400 เมตร แต่พอเดินผ่านมาถึงครึ่งทางกลับ จู่ๆมีคนร้ายวัยรุ่น จำนวน 3 คน อายุประมาณ 19-25 ปี ที่บริเวณใกล้ทางลัดเชื่อมต่อระหว่างซอยดังซอยจรัญสนิทวงศ์ 23 กับซอยจรัญสนิทวงศ์ 25 เข้ามาตะโกนเรียกสามีว่า "เป็นคนที่ไหนทำไมหน้าตาคุ้นๆวะ" ด้วยความที่ผู้ตายเห็นว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่กว่าและฝ่ายตรงข้ามมีสภาพคล้ายคนเมา จึงตอบกลับไปห้วนๆว่า "ถ้าอยากรู้จักให้ไปถามชาวบ้านในชุมชนประชารวมใจ ซอยจรัญสนิทวงศ์ 25 เอาเองรับรองรู้จักทุกคน"
“พอได้ฟังคำตอบคนร้ายทั้ง 3 รายก็เดินหายไปทางท้ายซอยจรัญสนิทวงศ์ 23 พอเวลาผ่านไปประมาณ 15 นาทีก่อนที่จะพากันขับขี่และซ้อนท้าย รถ จยย.ฮอนด้า รุ่นซูเมอร์เอ็กซ์ สีขาว ทะเบียน 1กว-1034 กรุงเทพมหานคร ย้อนกลับมาหาตนและสามีอีกทีทั้งที่จะถึงบ้านอยู่แล้ว จากนั้นคนร้ายก็ลงจากรถมารุมชกต่อยสามีฉันแบบสามรุมหนึ่ง โดยหนึ่งในกลุ่มใช้ของแหลมไม่ทราบชนิดแทงเข้าที่ลำคอสามี 1 ครั้ง ตอนนั้นฉันจะเข้าช่วยเหลือแต่ถูกคนร้ายผลักออก เมื่อรู้ตัวว่าถูกแทงสามีพยายามใช้แรงฮึดเฮือกสุดท้ายวิ่งหนีปีนกำลังเข้าไปหลบในบ้านกระทั่งทนพิษบาดแผลไม่ไหวสิ้นใจตายหน้าห้องโถงโดยที่ไม่ได้เห็นหน้าลูกชายเป็นครั้งสุดท้าย” น.ส.ฉัตรพร กล่าวทั้งน้ำตา
ต่อมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและสายตรวจ สน.บางขุนนนท์ ช่วยกันแกะรอยหาตัวฆาตกรจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ภายในชุมชนประชารวมใจ พบภาพหลักฐานสำคัญขณะที่คนร้ายทั้ง 3 ราย ก่อเหตุกับผู้ตายไว้ได้อย่างชัดเจน ซึ่งจากแนวทางการสืบสวนทราบว่าเป็นบุคคลที่พักอาศัยในชุมชนตรอกไผ่ทั้งสิ้นจึงรีบติดตามไปจับกุมตัวไว้ได้ก่อนหลบหนี จำนวน 2 คน ชื่อ นายพิสาร หรือ “พุฒ” พูลสมบัติ อายุ 24 ปี และ นายอภิชาติ หรือ “อินทร์” เทียนมณี อายุ 21 ปี จากนั้นได้นำตัวไปสอบสวนที่ สน.บางขุนนนท์ โดยทั้งคู่ยังอยู่ในสภาพมึนเมาไม่ยอมรับสารภาพว่าใครเป็นผู้ลงมือแทงผู้ตาย ส่วนอีกรายทราบเพียงชื่อเล่นว่า “ไอ้โก๊ะ” อยู่ระหว่างหลบหนีซึ่งจะติดตามตัวมาดำเนินคดีด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ต้องทำการสอบปากคำอย่างละเอียด พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่หาข่าว และตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามคนร้ายที่ยังหลบหนีอีกรายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



