
'บิ๊กตู่'ชี้'ปู'ไปนอกขึ้นกับศาล
28 ม.ค. 2558
'นายกฯ' เสียใจ 'สหรัฐ' ยังไม่เข้าใจไทย ชี้ ขึ้นอยู่กับศาลให้ 'ยิ่งลักษณ์' ไปตปท.หรือไม่ บอกให้เกียรติอดีตนายกฯ ตลอด ย้ำ ชาวสวนยางชุมนุมไม่ได้
28 ม.ค. 58 เมื่อเวลา 12.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีท่าทีของทางการสหรัฐยังคงโจมตีประเทศไทย ว่า ตนได้บอกผ่านทางกระทรวงการต่างประเทศไปแล้ว ว่าเราเองก็มีความเสียใจที่การพูดจาของผู้แทนสหรัฐเป็นไปในทางที่ไม่เข้าใจ การทำงานของเราก็รู้สึกเสียใจ เพราะสหรัฐเป็นมิตรประเทศกับเรามายาวนานร้อยกว่าปี ถือว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดที่สุด และที่ผ่านมา เราก็ไม่เคยไปตอบโต้อะไรเขาเลย ดังนั้นทางการกระทรวงการต่างประเทศก็ต้องชี้แจงให้สหรัฐเข้าใจว่าการแก้ไขปัญหาของไทยมีขั้นตอน สำหรับปัญหาเรื่องคดีความ หรือเรื่องการถอดถอนที่มีการดำเนินการของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นั้น ก็เป็นวิธีการตามปกติไม่ได้ไล่ล่าตระกูลใคร
"การดำเนินการในเรื่องการถอดถอนไม่ใช่เป็นการไล่ล่าตระกูลโน้นตระกูลนี้ ถ้ามีประเด็นแห่งความผิดทุกตระกูลก็ต้องโดนทั้งหมด ปัญหาอยู่ที่ว่าเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้วหรือไม่ ซึ่งวันนี้ผมก็ได้สั่งการไปให้เอาคดีความต่างๆ ที่เกี่ยวข้องหลายๆ คดีที่มีความสำคัญเอาเข้ามา เช่น คดีการทุจริตในทุกๆ เรื่อง ทั้งสหกรณ์ และเรื่องต่างๆ จะเห็นได้ว่า วันนี้พยายามทำทุกอย่างให้เคลียร์ให้ได้ และให้เกิดความเข้าใจว่าเรานำทุกเรื่องเข้าสู่กระบวนการ ซึ่งในวันนี้ก็เหมือนกับกระบวนการปกติ โดย สนช.ทำหน้าที่เหมือนกับสภาฯ ถ้ามั่นใจในการทำงานของรัฐสภาแล้วจะไม่มั่นใจหรือ ทำไมวันนี้ต้องไปทำงาน สนช.แล้วบอกว่าเป็นการรัฐประหาร ทุกอย่างขัดแย้งกันไปหมด ขอร้องว่าให้เอาเหตุและผลมาหักล้างกัน วันนี้เราพยายามนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว หากมีความผิดทางอาญา ก็ไปสู้กันในชั้นศาล โดยเอาหลักฐานมาต่อสู้กัน ซึ่งตนไม่สามารถไปก้าวล่วงการตัดสินดังกล่าวได้ ไม่เช่นนั้นกระบวนการยุติธรรมจะล้มเหลว เพียงแต่วันนี้เราอำนวยความสะดวกในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่บังเอิญว่าวันนี้คนทำผิดมันโยงใยกันไปมาเลยดูเหมือนว่าเป็นการดำเนินการเพียงข้างเดียว แต่ยืนยันว่าไม่ใช่ อย่าไปมองเช่นนั้น ไม่เช่นนั้นผมทำปฏิวัติมาก็เสียของเปล่า"
ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าพร้อมที่จะดำเนินการกับทั้งสองฝ่ายใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ต้องถามว่า วันนี้เรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมหรือเปล่า "ซึ่งผมก็เห็นว่าทั้ง 28 คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็เข้ามามอบตัวทั้งหมดแล้ว อีกฝ่ายก็เข้ามามอบตัวบ้างสิ ถ้าคิดว่าตัวเองถูกก็เข้ามามอบตัวเรื่องมันก็จบหนีกันไปทำไม ถ้าเข้ามาต่อสู้กันในกระบวนยุติธรรมก็ดำเนินการไปตามขั้นตอน แล้วก็ประกันตัวกันออกไป แล้วก็สู้คดีกันมาประเทศเราต้องเป็นแบบนี้"
เมื่อถามว่า ส่วนใหญ่กลุ่มคนที่หนีไปต่างประเทศคือพวกที่ไม่ยอมรับในกระบวนการยุติธรรมใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า "แล้วสื่อจะไปช่วยประชาสัมพันธ์ให้เขาทำไม ในเมื่อมันมีความผิด ไม่เช่นนั้นอีกหน่อยคนทำความผิดไม่ว่าจะเป็นคดีอาญา หรือคดีอื่นๆ ก็คงหนีไปต่างประเทศกันหมดแล้วก็กลับมาด่าประเทศตัวเอง อยากถามว่าแล้วประเทศไทยจะอยู่อย่างไรแล้วคนเหล่านี้จะไม่กลับมาประเทศไทยอีกแล้วหรือ ถ้าไม่กลับก็ไม่ต้องกลับ"
เมื่อถามว่า คนที่หลบหนีมีความคืบหน้าในการติดตามตัวแล้วหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อยู่ระหว่างการติดตามตัวตามขั้นตอนของกระทรวงการต่างประเทศและฝ่ายกฎหมาย ถ้าประเทศใดที่กฎหมายการส่งผู้ร้ายข้ามแดนก็อยู่ที่ว่าประเทศนั้นจะพิจารณาส่งหรือไม่ส่ง แต่ปัญหาวันนี้คือมีการไปสร้างความรับรู้และความเข้าใจที่ผิดๆ หาว่ามีการไปทำร้าย ละเมิดสิทธิ์ ยืนยันว่า ไม่มีการไปดำเนินการเช่นนั้น "มีการไประบุว่ามีการไปนำตัวมาแล้วไปซ้อม คนอย่างผมจะทำหรือ ไม่ทำ มีแต่สั่งว่าอย่าไปทำอะไรเขานะ เรียกมาพูดคุยหาอาหารให้กินกันดีๆ ระดับผู้ใหญ่ อดีตนายกฯ ขอห้องแอร์ผมก็หาห้องแอร์ให้นอน นี่แหละคือผม แล้วไปพูดอะไรกันคนละเรื่อง หาว่าเอาถุงดำครอบหัว โธ่ นั่นมันในหนัง ใครจะไปทำ"
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากวันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ต้องคดีอาญา คสช.จะยอมปล่อยออกนอกประเทศ เหมือนที่ผ่านมาหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องการยอมปล่อย หรือไม่ยอมปล่อย แต่เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการพิจาณาของศาล ว่าจะอนุญาตให้ออกนอกประเทศได้หรือไม่ ซึ่งวันนี้ตนก็ได้สั่งให้ คสช.ไปพิจารณา และศึกษาดูว่า หากมีคดี หรือศาลตัดสินคดีแล้ว จะสามารถเดินทางไปต่างประเทศได้หรือไม่ เพราะวันนี้การเดินทางเข้าออกนอกประเทศโดยคสช. มีการเสนอขึ้นมาโดยผ่านการกลั่นกรองว่าจะไปที่ไหนบ้าง ไปกี่วัน มีกี่ประเทศ มีตั๋วเดินทางชัดเจน ตนก็อนุมัติ แต่ถ้าศาลระบุว่าเมื่อตัดสินเป็นอย่างนี้แล้วห้ามเดินทางออกนอกประเทศก็จะไม่ให้ออก ก็แค่นี้เอง อีกทั้งวันนี้ตนได้สั่งการให้มีการเรียกคนที่ออกมาพูดในลักษณะข่มขู่ว่าเดี๋ยวจะเกิดความรุนแรงเหมือนกับภาคใต้มาชี้แจง เพราะจะพูดเช่นนี้ไม่ได้ การออกมาขู่รัฐบาลเช่นนี้ถือว่าผิดกฎหมาย เดี๋ยวให้เรียกมาเพื่อพูดคุยกันและถ้ายังพูดอีกต่อไปตนก็จะใช้อำนาจของตนระงับการเดินทางและห้ามออกนอกประเทศ และจะต้องมีการตรวจสอบบัญชีการใช้จ่ายเงินทองต่างๆ เรื่องนี้มีมาตรการจากเบาไปหาหนัก
เมื่อถามว่า วันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังไม่ได้ติดต่อมาเพื่อขออนุญาตเดินทางออกนอกประเทศใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่มีการติดต่อเข้ามา ยังไม่มีการขออนุญาต ถ้ามีการขอมา ตนก็จะส่งเรื่องไปถามศาลว่าจะให้ไปหรือเปล่า ถ้าศาลบอกว่าไปได้ก็ไปได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ความเข้าใจของสหรัฐต่อไทย จะส่งผลกระทบอะไรหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามว่า จะมีผลกระทบในเรื่องอะไร เพราะขณะนี้ความสัมพันธ์ก็ยังดีอยู่ การค้าขายการลงทุนความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน และธุรกิจต่างๆ ก็มีการค้าขายกันอยู่ ผู้แทนทั้งสหรัฐและยุโรป ก็ยังมีความมั่นใจในการทำงานของรัฐบาลที่ได้มีการแถลงยุทธศาสตร์ไปแล้ว ที่ผ่านมารัฐบาลดูแลและอำนวยความสะดวกให้กับเขามากกว่าภาวะปกติด้วยซ้ำ เพราะทุกอย่างมีความชัดเจนมากขึ้น อย่างไรก็ตามสำหรับท่าทีของสหรัฐในวันนี้ ตนไม่ขอวิจารณ์ และยังมั่นใจว่าสหรัฐยังสามารถแยกแยะได้ว่าอะไรคือเรื่องการเมือง และอะไรคือเรื่องการค้าเศรษฐกิจ ซึ่งการเมืองสหรัฐก็เหมือนการเมืองบ้านเรา ก็คงไม่สามารถที่จะพูดอย่างอื่นได้ เขาก็คิดถึงประชาธิปไตยแบบตะวันตก ว่าควรเป็นแบบนั้น แต่อย่าลืมว่าคนของเรา วิถีชีวิตของเรา หรือผู้นำทางการเมืองของเราในอดีตมันไม่เหมือนของเขา นี่คือความแตกต่าง ซึ่งทางสหรัฐต้องฟังบริบทเหล่านี้ด้วยว่าแตกต่างกันอย่างไร และที่ผ่านมา เมื่อผู้แทนเขาต้องการฟังอีกทางหนึ่ง เราก็ให้อิสระโดยไม่ห้าม แต่เขาต้องมาถามว่าสิ่งที่ฟังมานั้นใช่หรือไม่ จะไปฟังความข้างเดียวไม่ได้ แต่สุดท้ายต้องมองว่า รัฐบาลเดินหน้าประเทศอย่างไร การปราบปรามการทุจริต การดำเนินคดีเราทำทุกเรื่องเพื่อคนไทยทุกคน
เมื่อถามว่า การที่สหรัฐมีท่าทีเช่นนี้จะทำให้เป็นแหล่งหลบหนีของผู้กระทำผิด นายกฯ กล่าวว่า ก็ต้องดูว่าวันนี้มีการหลบหนีเข้าไปหรือยัง สื่อมวลชนก็ต้องช่วยกันอธิบายว่าไม่ใช่ทุกเรื่องจะเป็นคดีทางการเมืองทั้งหมด ยืนยันว่าตนในฐานะนายกฯ จะไม่ยอมให้ประเทศใดเข้ามาแทรกแซงบ้านเรา ทุกประเทศมีศักดิ์ศรี ประเทศไทยก็ต้องมีศักดิ์ศรีประเทศไทยความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเราให้เกียรติกับทุกๆ ประเทศ ตนไม่เคยไปต่อต้านใคร "แต่ผมเสียใจได้ในการแสดงความคิดเห็นบางอย่างที่มันไม่ใช่ ไปฟังข้างนี้แล้วออกมาพูดแบบนี้มันไม่ใช่ ผมก็เสียใจที่เราเป็นมิตรกันมายาวนาน แต่ผมไม่ใช่ศัตรูของเขา อนาคตวันหน้าเราก็ต้องเดินหน้าต่อไป และบางครั้งที่ผมไม่พูดอะไรก็เพราะอาย ส่วนอีกฝ่ายที่พยายามพูด สื่อก็ต้องไปตำหนิว่าไม่ถูกต้องและต้องให้ความรู้กับประชาชน การทำงานของรัฐบาลถ้าทำไม่ดีก็ให้ว่ามา แต่ถ้าอะไรดีก็ช่วยไปขยายความให้ประชาชนเข้าใจไม่ใช่ให้ประชาชนมาตี"
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายสุรพงษ์ โตจักษณ์ชัยกุล ออกมาแสดงความเห็นต่อสถานการณ์การเมืองของไทยจะดำเนินการอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า "เดี๋ยวผมจะให้ คสช.เรียกมา ผมพูดไปแล้วไม่ว่าใครออกมาพูดก็จะเรียกมาให้หมดทุกคน วันนี้ขอร้องว่าถ้ามองผมเป็นความหวังที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ ก็ขอร้องว่าอย่าทำลายความหวังของท่านตรงนี้ ถ้าเห็นว่าผมเป็นความหวังเดียว เพราะที่ผ่านมามันไม่มีใครทำ และที่ผมมีอารมณ์โมโหก็เป็นแบบนี้คนสูงวัยและผมก็ถอดหินสีออกไปแล้ว และได้บอกกับลูกสาวซึ่งเขาก็เข้าใจดีซึ่งเขารู้ว่าอะไรก็เอาไม่อยู่ อย่างไรก็ตามปกติผมเป็นคนอารมณ์ดี เป็นคนโรแมนติกอยู่เหมือนกัน และทั้งวันผมก็ไม่ได้คิดเรื่องอื่นคิดแต่เรื่องการแก้ปัญหาตั้งแต่เช้ายันเย็นจนกลับบ้าน นั่งดูทีวีดูข่าวอ่านหนังสือพิมพ์แล้วก็นั่งเขียนว่าพรุ่งนี้ว่าจะทำอะไร พอเช้าขึ้นมาก็มีคณะทำงานเข้ามาพบ มีการสั่งงานเซ็นหนังสือ และประชุม ชีวิตทุกวันนี้มีอยู่เท่านี้ จึงขอร้องว่าท่านอย่าทำลายความหวังเดียวของท่านถ้าคิดว่าผมเป็นความหวังของท่าน ฝากสำหรับทุกคนด้วยเพราะถ้าเราไม่ทำวันนี้ก็จะสายเกินไป อย่าให้ใครมากดดันรัฐบาล เราเป็นคนไทยมีเกียรติยศและศักดิ์ศรีของความเป็นไทยและเราต้องภูมิใจในความเป็นไทยทำให้เห็นว่าคนไทยรักกัน แต่ถ้าคนไทยไม่ต้องการแบบนี้ก็จะนำไปกลับไปสู่ความขัดแย้งอีก อย่างไรก็ไปไม่ได้เพราะจะเกิดความขัดแย้ง การเลือกตั้งถ้าทำได้ก็ทำไปแต่ถ้าเลือกไม่ได้จะให้ทำอย่างไร ใครแก้ได้ก็มาทำไปหรือจะลากใครเข้ามาแก้ก็ยกประเทศไทยให้เขาไปทั้งหมด "
เมื่อถามว่า คิดว่าจะฝ่ากลุ่มที่ดิสเครดิตและต่อต้านรัฐบาลในขณะนี้ได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องฝ่าไปได้แต่ต้องทำได้ด้วยการสร้างความเข้าใจไม่ใช่ด้วยการใช่อำนาจ แม้แต่การเรียกตัวมาก็จะใช้ความเข้าใจพูดกับเขาดีๆ เขาก็เงียบและเข้าใจแต่เขาก็บอกว่าเขาจำเป็นต้องแสดงความเห็นทางการเมือง แต่วันนี้มันไม่ใช่เวลาตรงนั้นก็ขอว่าอย่าไปพูดอะไรที่ทำให้เกิดความเสียหายกับประเทศ
เมื่อถามว่า เรียกนายสุรพงษ์ มาปรับทัศนคติแล้ว จะเรียก น.ส.ยิ่งลักษณ์ มาด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้อนถามว่า "ใครพูดบ้างล่ะ สำหรับคุณยิ่งลักษณ์ ผมให้เกียรติเขาตลอดมา ก็ต้องให้เกียรติกับเขาบ้าง ผมให้เกียรติกับเขามาตลอดในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรี"
ประชุมพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเป็นทางการครั้งแรก
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งใช้เวลาการประชุมนานประมาณ 2 ชั่วโมง
ต่อมาเวลา 12.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า วันนี้ถือเป็นการประชุมครั้งแรกในการจัดตั้งกระบวนการพูดคุยสันติสุขอย่างเป็นทางการ ซึ่งเราได้มีการปรับปรุงแนวทางการแก้ไขปัญหาภายหลังวันที่ 22 พ.ค. 57 เป็นต้นมา เพื่อให้กระบวนการพูดคุยเป็นไปตามขั้นตอนหรือหลักการสากล ซึ่งเราจำเป็นต้องสร้างความรับรู้กับต่างประเทศให้เห็นถึงการแก้ไขปัญหา และปัญหานี้เป็นปัญหาภายในของเราเอง เป็นความเห็นต่างของประชาชนในประเทศของเรากันเอง โดยเฉพาะเป็นประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธและศาสนาอิสลาม ดังนั้นอาจจะมีความละเอียดอ่อนมากพอสมควร ในการแก้ปัญหาเหล่านี้ แต่หลังจากวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา เราได้มีการจัดระเบียบแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแก้ปัญหาภาคใต้ โดยแก้ที่ พ.ร.บ. 2 ฉบับ จาก พ.ร.บ.ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และ พ.ร.บ.กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เป็นการปรับกระบวนการแก้ไขปัญหาภาคใต้ใหม่ มีการขับเคลื่อนโดยคณะกรรมการขับเคลื่อน และในส่วนของรัฐบาลจะดำเนินการระดับนโยบายให้ชัดเจนขึ้น โดยนำยุทธศาสตร์เดิมข้อหนึ่งมาแสวงหาทางออกอย่างสันติวิธี จึงจำเป็นต้องมีการพูดคุยหารือเพื่อสร้างความรับรู้ต่างประเทศ ว่าเราแก้ปัญหาอย่างไร ไม่ได้มีการใช้กำลังทหารในการปราบปราม แต่เป็นการใช้กฎหมายกับผู้ใช้ความรุนแรงและผู้ที่ทำร้ายประชาชนที่บริสุทธิ์ ไม่เช่นนั้นเราจะไม่ได้รับความเข้าใจจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรความร่วมมืออิสลาม (โอไอซี) หรือองค์กรต่างๆ และที่ผ่านมาหลังจากมีการปรับรูปแบบในการอำนวยการแก้ไขปัญหาภาคใต้ ทั้ง ศอ.บต.และ กอ.รมน. มาร่วมกันทำงานภายใต้รัฐบาล และเอาแผนงานโครงการต่างๆ การบังคับใช้กฎหมาย การพัฒนา มาร่วมกันบริหาร และลงไปทางเดียวกัน ทำให้การแก้ปัญหาไปสู่รูปแบบที่ชัดเจนขึ้น ที่ผ่านมาอาจจะแยกกันทำ ซึ่งรัฐบาลที่แล้วเน้นหนักเรื่องการพัฒนา ส่วนเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมอบให้ทางทหาร ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ฉะนั้นวันนี้ทั้งสองส่วนจะต้องมาทำงานด้วยกัน
นายกฯ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมในครั้งนี้ได้มีการหารือ 3 ขั้นตอน โดยขั้นตอนที่ 1. เป็นเรื่องเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องมีการพูดคุย เพื่อให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ ทั้งในส่วนของสมช. แนวทางของ คสช.และรัฐบาลในปัจจุบัน ต้องแก้ปัญหาให้ยุติโดยเร็ว เพราะเราต้องเตรียมการไปสู่ประชาคมอาเซียน และเป็นความเดือดร้อน สูญเสียชีวิต และทรัพย์สิน สร้างความตื่นตระหนกต่อประชาชนคนไทยโดยรวม มีผลเสียต่อการบริหารประเทศชาติเป็นอย่างมาก และถือเป็นวาระแห่งชาติ ฉะนั้นการพูดคุยของ สมช.ในวันนี้ ได้กำหนดการพูดคุย ไว้เป็น 3 ระดับ 1. ระดับนโยบาย นายกฯ เป็นหัวหน้า เลขาฯ สมช.เป็นเลขาฯ ของคณะใหญ่ระดับนโยบาย 2. คณะขับเคลื่อน พล.อ.อักษรา เกิดผล เป็นหัวหน้าทีมพูดคุย ซึ่งส่วนนี้จะประกอบไปด้วยเรื่องของกฎหมาย การพัฒนา และ กอ.รมน. ซึ่งจะมีรายชื่อชัดเจนออกมาอีกที และ 3. เป็นส่วนของพื้นที่ให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า โดยแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นคนขับเคลื่อน โดยทั้งหมดจะต้องเดินตามกรอบนโยบายที่สั่งการลงไป
"การพูดคุยจะต้องสร้างความไว้วางใจ โดยให้ทางมาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการหากลุ่มต่างๆ ที่เห็นต่าง อย่าไปเรียกชื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไม่ได้ คนที่มาทำอะไรนี้เป็นคนไทยทั้งนั้น ฉะนั้นขอให้ใช้คำว่าผู้เห็นต่างหลายกลุ่มแล้วกัน อย่าไปให้เครดิตใครทั้งสิ้น มันเป็นเรื่องของภายในประเทศ อย่าไปเอาคนอื่นมาเกี่ยวข้อง ซึ่งตรงนี้เป็นการสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ต้องหาคนที่ต้องการจะยุติความรุนแรงให้ได้อย่างแท้จริง หมายความว่ากลุ่มไหนก็ตามต้องมา จะแยกพวกกันไม่ได้ จะแยกเป็นฝ่ายทหาร ฝ่ายการเมืองไม่ได้ ต้องไปรวมกันให้ได้ อันนี้เป็นหน้าที่ของทางมาเลเซีย ซึ่งเขาก็รับปากว่าจะดำเนินการเรื่องนี้ให้ เมื่อหามาได้แล้วก็ต้องพูดคุยกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ จะลดความรุนแรงตรงนั้นตรงนี้ได้ก่อนไหม เอาเล็กๆไปก่อน หยุดการใช้ระเบิดได้ไหม เพื่อให้ชัดเจนว่าใช่หรือไม่ ถ้าจะพูดเหมารวมไปทั้งหมดอย่างที่ผ่านมาคงไม่ได้ เขาก็ใช้ความรุนแรงมากดดันเราอยู่เรื่อยๆ ฉะนั้นตรงนี้ที่อยู่ในขั้นตอนที่หนึ่งต้องรีบทำ"
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เมื่อชัดเจนว่ามาครบทุกพวกทุกกลุ่มแล้ว และทุกคนมีความเห็นชอบร่วมกันว่าจะยุติความรุนแรงที่เกิดขึ้น และนำปัญหาต่างๆ มาแก้ไขในระยะต่อไปก็เข้าไปสู่ขั้นที่ 2 ของการพูดคุย คือ การลงสัตยาบัน เป็นการลงสัตยาบันธรรมดา ที่เป็นลักษณะของข้อตกลงว่าจะยุติความรุนแรง แสวงหาทางออกร่วมกันด้วยสันติวิธี กำหนดโรดแม็พการดำเนินการในแต่ละเรื่อง ซึ่งครั้งที่แล้วสองส่วนไปทำทีเดียว มีการเซ็นลงนามมันไม่ใช่ มันทำไม่ได้ เพราะทุกฝ่ายไม่ได้เห็นร่วมกัน ทั้งนี้เมื่อเริ่มลงสัตยาบันได้ ก็จะเข้าสู่ขั้นที่ 3 คือการเดินตามโรดแม็พ ซึ่งกำหนดขั้นต้นไว้ คือ 1. ยุติความรุนแรงและจะดูแลคนเหล่านี้อย่างไร 2. เรื่องกฎหมายกระบวนการยุติธรรม ที่มีการเรียกร้องต่างๆ ซึ่งเราก็รับฟังมาก่อน และจะนำมาหารืออีกที 3. เรื่องการพัฒนาลดความเหลื่อมล้ำ และ 4. เรื่องของอัตลักษณ์ ประเพณี วัฒนธรรม ที่ต้องมาพูดคุยกัน นอกจากนี้ยังมีเรื่องอื่นๆ อีกที่ไม่ได้กล่าวถึง ซึ่งอาจจะมีหลายปัญหา รวมถึงเรื่องกฎหมายอิสลาม ตนได้รวบมาทั้งหมดเพื่อตั้งเป็นหัวข้อ เพื่อเดินตามโรดแม็พเป็นเรื่องๆ
นายกฯ กล่าวต่อว่า ทั้งหมดจะต้องมาตกลงโดยรัฐบาล ซึ่งคณะกรรมการขับเคลื่อนจะเป็นผู้เก็บรายละเอียดเหล่านั้นมา เพื่อกำหนดโรดแม็พแต่ละเรื่องว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่ เริ่มพื้นที่ไหน เหมือนอย่างที่ต่างประเทศทำกัน โดยแต่ละขั้นตอนจะพยายามเร่งทำให้เร็วที่สุด เพราะเวลาไม่รอท่า ความสูญเสียมีมากขึ้นหรือลดลงซึ่งเป็นไปตามสถานการณ์ เราอย่าเอากระบวนการสันติสุขมาบีบรัดตัวเอง มันไม่ใช่ แต่ต้องเอากระบวนการสันติสุขมาสร้างการรับรู้ และลดแรงกดดันกับเจ้าหน้าที่รัฐลงให้ได้ หากไม่มีการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้นก็จะถอนกำลังทหารได้ เหลือเฉพาะทหาร อาสาสมัคร และตำรวจในพื้นที่ ไม่ต้องเอาตำรวจ ทหารลงไปเพิ่มอีก วันนี้กลับต้องไปดูทุกพื้นที่ เพราะเขาใช้ความรุนแรงมาเป็นตัวกำหนด หากไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้นจะเอาทหารลงไปให้เปลืองเบี้ยเลี้ยง เปลืองกำลังพลทำไม เพราะทหารก็มีงานอยู่แล้ว ฉะนั้นขั้นตอนที่ 1 ถึง 3 ต้องใช้เวลา แต่ขั้นตอนที่ 1 จะเร็วก็ต้องหาให้ได้ว่าใครจะมาพูดคุยและเห็นชอบร่วมกันหรือไม่ ไม่ใช่ฝ่ายการเมืองเห็นชอบ แต่ฝ่ายการทหารบอกไม่ใช่ ฝ่ายเขาก็มีการแย่งชิงการนำกันอยู่เหมือนกัน ทุกคนก็อยากเป็นใหญ่ เป็นหัวหน้า มีบทบาทในการต่อรองพูดคุย ถ้าทุกคนคิดว่ามันไม่เกิดประโยชน์แล้ว ทำต่อไปก็ไม่สำเร็จ เหมือนกับการต่อสู้ทางการเมืองถ้าใช้ความรุนแรงเกิดขึ้นมันก็ไปไม่ได้ ยังไงมันก็ไม่มีใครคุยด้วย หรือใครอยากจะคุยกับคนที่ผิดกฎหมายมันก็ไม่ได้ ฉะนั้นต้องให้กระบวนการนี้หาข้อสรุปมาให้ได้ รัฐบาลก็จะมาหารือสรุปเอาเข้า ครม. ว่าอันไหนทำได้ทำไม่ได้ จะมีกฎหมายพิเศษออกมาหรือไม่ เช่น มาตรา 21 พ.ร.บ.ความมั่นคง ในปัจจุบันได้ผลหรือไม่ ต้องปรับรูปแบบ เป็นลักษณะคำสั่ง 66/23 ได้หรือไม่ แต่ตนได้ให้ข้อห่วงใยไปว่า คำสั่ง 66/23 เป็นเรื่องการเห็นต่างทางการเมืองการปกครองของระบอบคอมมิวนิสต์ หรือระบอบสังคมนิยมหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องการต่อสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐ แต่เรื่องนี้เป็นอาชญากรรมที่มีการฆ่าคนตายก็ต้องไปหาทางออก ซึ่งฝ่ายกฎหมายก็รับไป
นายกฯ กล่าวต่อว่า วันนี้การทำงานไม่ได้ใช้กำลังทหารอย่างเดียว การทำงานทั้งหมดทุกภาคส่วนร่วมกัน ทั้งพลเรือนและทหาร ภายใต้นโยบายและการสั่งการเดียวกัน และทุกคนกำลังเดินหน้าแบบนั้น ถ้าเอากำลังทหารไปปราบปรามคงจะบานปลายไปกว่านั้นเยอะ วันนี้จับกุมเฉพาะผู้ที่มีคดีตามหมายจับ เพียงแต่ใช้กฎหมายพิเศษอำนวยความสะดวกในการดำเนินคดี แต่ถ้าหลักฐานไม่พอก็ต้องปล่อย ทั้งๆ ที่ชาวบ้านชี้ชัดเจนว่าเกี่ยวข้อง ซึ่งต้องใช้นิติวิทยาศาสตร์เข้าไปร่วมตรวจสอบติดตาม
"ฉะนั้นขอร้องอย่าเอาเรื่องนี้มากดดันเจ้าหน้าที่หรือกดดันรัฐ นั่นแหละจะทำให้เราเสียเปรียบโดยทันที เราต้องแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอน ใช้การเมืองนำการทหาร โดยรัฐบาลเป็นผู้กำหนดนโยบาย ขั้นตอนการดำเนินการทั้งหมด ทั้งฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจ และการใช้กำลังทั้งหมด ซึ่งรัฐบาลต้องมั่นคงและแสดงความจริงใจในการที่จะทำให้สันติสุขเกิดขึ้นให้ได้ อย่าไปใช้คำว่าสันติภาพ เพราะเราไม่ได้มีการสู้รบกัน เป็นเรื่องการกระทำผิดกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย ถ้าสู้รบคือสองฝ่าย อย่างในต่างประเทศเวลานี้ที่มีการใช้กองกำลังยึดเมืองสู้กัน อย่างนั้นคือ Peace talking การพูดคุยสันติภาพ เอากำลังที่โน่นที่นี่เข้ามาปราบปราม หยุดความรุนแรงที่เกิดขึ้น แต่ผมไม่อยากให้ไปถึงตรงนั้น เราไม่ต้องการให้ต่างชาติเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง วันนี้ได้อธิบาย โอไอซีก็เข้าใจเราแล้ว ในระดับหนึ่ง เขาก็ไม่มายุ่งเกี่ยว เพราะเขาเห็นแผนเห็นการปฏิบัติ ซึ่งก็ดีขึ้นตามลำดับ วันนี้พวกเห็นต่างยังมีเยอะ ฉะนั้นผู้ที่เห็นต่าง นอกจากผู้ที่ก่อเหตุรุนแรง เรายังเอากลุ่มนักวิชาการต่างๆ มาเป็นคณะที่ปรึกษา เพื่อหาข้อสรุป และนำมาสู่การพิจารณาของคณะนโยบาย เพื่อขับเคลื่อน ฉะนั้นอย่าเอามาพันกัน"
นายกฯ กล่าวย้ำว่า วันนี้เราจัดระเบียบและทำตามขั้นตอนตามหลักสากล ซึ่งได้มีการส่งคนไปร่วมการชี้แจงอบรมของ Peace talking , Peace Dialogve มาแล้ว ขั้นตอนต่างๆตนก็ถอดมาจากตรงนั้น และดูตัวอย่างจากประเทศเพื่อนบ้าน วันนี้จะเห็นว่าประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนมีการสูญเสียไปกว่า 40 กว่าศพ ซึ่งเป็นที่น่าเสียใจด้วย การพูดคุยถ้าคนหนึ่งเห็นชอบและเดินโรดแม็พไปแล้ว แต่อีกกลุ่มแตกตัวไป ไม่เห็นด้วย นี่แหละคือปัญหา ทำอย่างไรคนเหล่านี้จะรวมตัวกันได้ เราต้องพูดให้ครอบคลุมทุกมิติ ซึ่งต้องใช้เวลา
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการวางแผนหรือไม่ว่าขั้นตอนที่ 1 ต้องใช้เวลาเท่าไหร่ นายกฯ กล่าวว่า กำหนดไม่ได้ขึ้นอยู่กับทางมาเลเซียจะไปรวบรวมกลุ่มที่จะมาพูดคุยได้มากน้อยแค่ไหน และถ้ากลุ่มที่ไม่มาจะทำอย่างไร เราจะไปบังคับเขาไม่ได้ ซึ่งกลุ่มเหล่านี้เขาต้องมีความมั่นใจ เขาถึงจะมาร่วมพูดคุยคิดว่าจะได้ประโยชน์อะไรบ้างในการพูดคุย เราต้องตั้งหลักให้ถูกไม่ใช่เขาเรียกร้องอะไรมา และใช้ความรุนแรงมากำหนด แล้วเราก็มากดดันกันเองต้องเขาใจว่าเราไม่ได้เป็นริเริ่มความรุนแรงก็ต้องมาทบทวนดู
เมื่อถามว่ามีสัญญาณจากทางมาเลเซียส่งมาบ้างหรือยัง นายกฯ กล่าวว่า เขาคุยกันมาตลอด ตนก็คุยกับนายกรัฐมนตรีมาหลายครั้งแล้ว ซึ่งเขาก็รับปากว่าจะไปดูให้ ครั้งที่ 2 ได้คุยกันอีก โดยมี พล.อ.อักษรา เกิดผล หัวหน้าทีมพูดคุยดับไฟใต้ ร่วมพูดคุยด้วย ซึ่งทางนายกฯ มาเลเซีย ก็รับปาก และมีการพูดคุยในเบื้องต้น ครั้งที่ 3 นายกฯ มาเลเซีย มาประเทศไทยตอนช่วงปีใหม่ นายกฯ ก็ยืนยันอีกครั้งว่าเร่งเรื่องนี้ โดยได้สั่งการไปแล้วกำลังรวบรวมกลุ่มอยู่
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางนายกฯ มาเลเซีย จะมีการร่วมพูดคุยอีกไหม นายกฯ กล่าวว่า พูดคุยกันหมด ทุกระดับมีการพูดคุยกัน รัฐบาลต่อรัฐบาล เพราะถือว่าเป็นนโยบายที่ผ่านมาตนคุยกันนายกฯ ว่าปัญหานี้คุยกันมาหลายรัฐบาลแล้ว โดยเฉพาะปัญหา 2 สัญชาติ ซึ่งได้สั่งการไปที่กระทรวงมหาดไทยให้ไปดูเรื่องนี้ว่าจะแก้ปัญหากันอย่างไร ซึ่งปัญหา 2 สัญชาติเป็นเรื่องสำคัญทำอย่างไรจะไม่ให้กระทบทั่ง 2 ประเทศ เมื่อถามว่าทั้ง 3 ขั้นตอน รัฐบาลไหนเข้ามาสามารถดำเนินการต่อได้เลยใช่ไหม นายกฯ กล่าวว่า ก็ต้องดำเนินการต่อ แต่ถ้าจะไม่เดินตามนี้ต้องมีแนวทางที่ดีกว่านี้ ไปหามาว่ามีอะไรดีกว่านี้ไหม
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป้าหมายการลงสัตยาบันอยากทำให้ได้ในปีนี้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เรากำหนดเอง ไม่ขึ้นอยู่กับเขาจะคุยกับเราหรือเปล่า ถามต่อว่า เมื่อขั้นตอนที่ 1 ไม่เกิด 2 และ 3 จะเกิดไม่ได้ใช่ไหม นายกฯ กล่าวว่า ก็เกิดไงอย่างน้อย ถ้าสมมติว่ามีซัก 90 เปอร์เซ็นต์ คนเหล่านี้ก็ร่วมกับเรา แล้วเขาก็จะไปกดดันพวกนั้นให้เข้ามา ซึ่งเขาก็ต้องช่วยเราด้วย สัญญาณโดยรวมก็น่าจะดีขึ้น
"ผมได้สั่งแม่ทัพภาคที่ 4 ไปแล้วว่า ถ้าเขาเสนอหรือเรียกร้องอะไรมา เราไม่ต้องไปตอบโต้อะไรทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหน เสนออะไรมาเราก็รับ แล้วค่อยเอาไปพูดในคณะพูดคุย ถ้ามาตอบโต้กันทางสื่อก็จะมีความรุนแรง ก็จะกดดันเราอยู่แบบนี้ มันไม่ได้เราอย่าไปขยายความให้เขา อย่าไปเปิดพื้นที่ข่าวให้เขา ถ้าไปเปิดพื้นที่ข่าว เขาก็จะประสบความสำเร็จ ถ้าเรายกเลิกกฎอัยการศึกถอนทหารออกไป ผมขอถามว่าใครจะรับผิดชอบหากมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น"
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในภาคใต้มีทั้งหมดกี่กลุ่ม นายกฯ กล่าวว่า มีหลายกลุ่ม หลายพวกเป็นกลุ่มที่เคยเคลื่อนไหวมานานแล้ว และหมดสมรรถภาพลงไปบ้าง และยังมีคนเหล่านี้อยู่บ้าง มีอาวุธอยู่ 10 - 20 คน มันก็ยังมีบ้าง ตั้งแต่สมัยโจรจีนมาลายา ซึ่งมีมานานแล้ว ซึ่งเขามักจะเอาเหตุการณ์ประวัติศาสตร์มาอ้าง เราก็ต้องเอาส่วนนี้มาเป็นบทเรียนในการแก้ไขปัญหาอย่าให้เกิดขึ้นมาอีก ทั้งนี้กลุ่มคนเหล่านี้ยังคงอยู่ในประเทศไทย และอาจจะมีข้ามไปข้ามมาบ้าง เราก็ต้องขอความร่วมมือจากเขามาเลเซีย เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่ากลุ่มเหล่านี้จะก่อเหตุในพื้นที่จำกัดไม่ขยายขึ้นมาถึงกรุงเทพฯ นายกฯ กล่าวว่า ก็อยากให้เขาขยายความหรือเปล่า เมื่อถามต่อว่า กลุ่มไหนที่ยังไม่ร่วมหารือด้วย นายกฯ กล่าวว่า กลุ่มเหล่านี้มีทั้งกลุ่มการเมืองที่อายุมากและกลุ่มทหารที่หนุ่มๆ และอยากขึ้นมาเป็นหัวหน้าจึงมีทั้งคนที่ยอมและไม่ยอม ซึ่งทางมาเลเซียก็ต้องไปช่วยจัดดูว่าจะให้ใครเป็นผู้มาคุย
"อย่างไรก็ตามเราก็จะคุยกับกลุ่มผู้ที่มาร่วม ส่วนผู้ที่ไม่มาเราก็ทำอะไรไม่ได้ ส่วนกลุ่มพูโลที่มีการเรียกร้องให้ปล่อยนักโทษนั้น เราก็คงจะทำตามข้อเรียกร้องไม่ได้ เพราะก็ต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย ต้องหาความชัดเจนก่อนว่าใครทำผิดอะไร ถ้ารับกันตรงนี้ไม่ได้ปัญหามันก็จะอยู่แบบนี้ สู้กันอยู่แบบนี้ อายเขานะ"
ย้ำ ชาวสวนยางชุมนุมไม่ได้
พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเครือข่ายชาวสวนยางภาคใต้ เตรียมนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 30 ม.ค. โดยระบุว่าได้รับความเดือดร้อนจากราคายางตกต่ำ ว่า ชุมนุมไม่ได้ ตอนนี้ได้สั่ง คสช. ให้ไปดูแล้วว่าเป็นอย่างไรกันแน่ มีปัญหาตรงไหนซึ่งก่อนหน้านี้ราคายางแผ่นกิโลกรัมละไม่ถึง 80 บาท ก็จะขอให้ได้ 80 บาท ตอนนี้ทำให้ยางแผ่นได้ที่ 60 บาทก็จะขอให้ขึ้นราคาน้ำยางเป็น 80 บาทมันได้หรือไม่ขอแบบนี้ ขอต่อไปเรื่อยอย่างนี้ไม่ได้ ตอนนี้เรากำลังแก้ไขทั้งระบบด้วยการนำยางมาใช้ในประเทศ ทั้งการทำถนน โดยให้กรมทางหลวงไปดูว่าจะต้องใช้ยางเท่าไหร่ โดยจะเอายางในคลังไปทำ ยางส่วนอื่นก็จะให้ไปค้าขายแข่งขันข้างนอก ลานกีฬา ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ซึ่งต้องใช้เวลาทั้งนั้น
เมื่อถามว่า จะต้องให้คณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไปคุยด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอย่างมีน้ำเสียงดุดัน ว่า เขาคุยกันมาทุกคณะ ทั้งรัฐมนตรี และรองนายกฯ หมดแล้ว เกษตรกรชาวสวนยางต้องไปรวมกลุ่มกันมาพูดคุย ถ้า 10 คนมาฟัง แล้วอีก 1 กลุ่มไปพูดกับสื่อมันได้หรือไม่ รู้หรือไม่ว่าวันนี้มีเกษตรกรสวนยางกี่กลุ่ม และกลุ่มไหนมาบ้างและไม่มาบ้าง อย่างนี้จะแก้ไขปัญหาได้หรือไม่ วันนี้รัฐบาลทำทุกอย่างแม้กระทั่งการทำนา 5 ไร่ 10 ไร่ ใช้ต้นทุนการผลิ



