
สะใภ้อินเตอร์:นักเทนนิสหญิง แกร่ง หัวใจเหล็ก
29 ม.ค. 2558
นักเทนนิสหญิง แกร่ง หัวใจเหล็ก : คอลัมน์ เขยฝรั่ง... สะใภ้อินเตอร์ เรื่อง.. กวินทรา ใจซื่อ เรียบเรียง... เสาวลักษ์ คงภัคพูน
หากใครชื่นชอบการเล่นกีฬาเทนนิส ชื่อ "มาริสสา นิโรจน์" หรือ เจี๊ยบ อดีตนักเทนนิสทีมชาติไทย คงจะเป็นนักกีฬาในดวงใจของหลายคน ช่วงวัยเด็กอยู่ที่ จ.นครราชสีมา ติดตามพ่อไปเล่นเทนนิส จนรักกีฬาชนิดนี้ จนอายุ 7 ขวบครอบครัวย้ายมาอยู่กรุงเทพมหานคร เติบโตและฝึกฝนเป็นนักกีฬาเทนนิสมาตั้งแต่นั้น ทำให้มาริสสาก้าวเข้าสู่วงการเทนนิสอาชีพ จนได้รับคัดเลือกเป็นนักกีฬาทีมชาติไทยเข้าร่วมแข่งขันในระดับเยาวชนและเป็นตัวแทนของประเทศ ในการแข่งขันหลายรายการใหญ่ ติดอันดับ 1 ใน 30 ของโลกในรุ่นเยาวชน
ระยะหลังมาริสสาหายไปจากวงการกีฬาเพื่อไปศึกษาต่อปริญญาโท ปัจจุบันเรียนจบด้านกฎหมายยุโรป จากมหาวิทยาลัยกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ หลังจากเรียนจบได้เพียง 1 เดือน เข้าทำงานที่ธนาคารสกอตแลนด์ จนได้พบรักกับ "เฮนดริก โครน" หนุ่มในที่ทำงานเดียวกัน และทั้งคู่กำลังจะได้เริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยกันในปีนี้
ก่อนชีวิตจะประสบความสำเร็จ มาริสสาต้องผ่านมรสุมมากมาย ชีวิตหักเหเมื่อการแข่งขันเทนนิสอาชีพเมื่อกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ทำให้มาริสสาได้รับบาดเจ็บ จนต้องพักการแข่งขัน จากคนที่เคยได้แชมป์มาตลอด กลับมีคนดูถูกว่าเป็นนักเทนนิสหมดอนาคต ในครั้งนั้นถือเป็นช่วงชีวิตที่ย่ำแย่ที่สุดกับคำพูดที่ได้ยิน แรงกดดันที่ได้รับมาริสสาใช้เป็นแรงผลักสร้างกำลังใจให้ตัวเอง
“ได้แชมป์มาตั้งแต่สมัยเด็กๆ แต่คิดเสมอว่ามีคนเก่งกว่าเรา การแข่งขันทุกอย่างย่อมมีแพ้มีชนะ เหมือนชีวิตคนเรามีขึ้นก็มีลง ช่วงที่บาดเจ็บโดนหลายเรื่องทั้งนอกและในสนาม กลับมาเล่นอีกครั้งก็ไม่ดี ช่วงนั้นมาคิดว่าเราต้องไม่เป็นอย่างที่เขาพูด และการเรียนต่อปริญญาโทในต่างประเทศ เป็นความใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก และอยากทำสิ่งใหม่ๆ นอกเหนือจากการเล่นเทนนิส เพราะคิดว่าชีวิตคนเรา ถ้าอยากทำอะไร ก็ควรลงมือทำ ก่อนที่จะสาย เมื่อตัดสินใจแล้วก็เดินหน้า โชคดีที่คุณพ่อมีเพื่อนอยู่ที่เนเธอร์แลนด์ เขาช่วยเราหลายเรื่องทั้งเรื่องที่อยู่ เงินค่าเล่าเรียน รับรองเรื่อง"
ช่วงชีวิตที่เรียนต่อจากที่คิดว่าจะเรียนอย่างเดียวก็ไม่เป็นอย่างที่ตั้งใจไว้ การเรียนที่ว่าหนักแล้วยังต้องพบกับความลำบากอีกครั้งเมื่อเพื่อนพ่อยื่นคำขาดว่าต้องแต่งงานกับลูกชายของเขา พร้อมกับบอกว่าหากไม่แต่งงานจะไม่รับรองวีซ่าเรื่องการเดินทางเข้ามาศึกษาต่อ มาริสสาตัดสินใจปฏิเสธทันที พร้อมกับออกจากบ้านมาใช้ชีวิตตามลำพัง โดนไม่สนใจคำพูดดูถูกว่าจะเอาชีวิตไม่รอด
“อีกครั้งที่เกือบตัดสินใจกลับบ้าน แต่ก็คิดว่าต้องลองสู้ให้ถึงที่สุดก่อน จึงเริ่มหางานพิเศษ ทำงานสุจริตทุกอย่าง เช่น สอนเทนนิสกลางแจ้ง ทำงานร้านอาหาร และเป็นไกด์พาคนไทยเที่ยว เพราะต้องหาเงินเป็นค่าเทอม ค่ากินอยู่ ต้องทำงานหนักมาก เพื่อหาค่าเรียนคืนเขา 10,000 ยูโร ทำงานทุกอย่าง และต้องเรียนด้วย ชีวิตในเมืองนอกไม่ได้สบายอย่างที่คิด เป็นอีกช่วงหนึ่งที่ต้องฝ่าฟัน พ่อเคยบอกว่าถ้าไม่ไหวให้กลับบ้าน แต่ก็เลือกที่จะเดินหน้าลุยต่อ จนผ่านอุปสรรคมาได้ เมื่อผ่านมาได้ก็ถือว่าเป็นกำไรชีวิต เราต้องพึ่งตัวเองก่อนที่จะพึ่งพาคนอื่น ไม่กลัวกับความลำบาก”
กว่า 8 ปีที่เรียนและเริ่มต้นชีวิตการทำงานที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ เทนนิสยังคงเป็นกีฬาที่เล่นอยู่เป็นประจำ และเป็นสื่อที่ทำให้มาริสสาพบกับหนุ่มในฝันที่กำลังจะเริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยกัน ทำงานที่เดียวกันที่ธนาคารสกอตแลนด์ คนละแผนก แต่สายงานต้องพบปะกัน ครั้งแรกที่เจอกันก็เป็นการพูดคุยในฐานะเพื่อนร่วมงาน ช่วงแรกคิดว่าเขาคงมีครอบครัวแล้ว เพราะเป็นผู้ชายสมบูรณ์แบบ เหล้าไม่กิน บุหรี่ไม่สูบ เป็นสุภาพบุรุษมาก จึงไม่ได้สนใจ จนมีโอกาสไปแข่งเทนนิสในระดับท้องถิ่น ไปเจอเขาแข่งอยู่สนามติดกัน เราทั้งคู่ชอบเล่นเทนนิสเหมือนกัน ในครั้งนั้นทำให้เราทั้งคู่คุยกันมากขึ้น เลยรู้ว่ายังโสดอยู่ ความสัมพันธ์จึงเริ่มก่อตัว
"ชีวิตเขาต้องพบเจอปัญหาอุปสรรคมามาก ทำให้เห็นเขาเป็นผู้หญิงเก่ง แกร่ง และจิตใจดี คนที่จะอยู่ที่นี่ได้ต้องมีความรู้ ความสามารถ เรียนจนจบมีงานทำที่ดี ซึ่งเขาทำได้ดีและน้อยคนที่จะทำได้ จึงตัดสินใจเลือกคุณเจี๊ยบเป็นคู่ชีวิต วันที่ขอแต่งงานก็รับประทานอาหารด้วยกัน แล้วก็บอกเขาว่าอยากใช้ชีวิตร่วมกับคุณตลอดไป เรามีแผนจะแต่งงานที่เมืองไทยในปีนี้ด้วย”
บุพเพสันนิวาสที่ทำให้ทั้งคู่มาพบเจอกัน เพราะหากมาริสสาตกลงใจแต่งงานกับลูกของเพื่อนพ่อ อาจจะทำให้ไม่ได้มาเจอคู่แท้ ความรักห่วงใย เสมอต้นเสมอปลาย เป็นสุภาพบุรุษ และรักครอบครัว เป็นคุณสมบัติที่ทำให้มัดใจสาวไทยคนนี้
“การรักษาเกียรติและคุณค่าในตัวเองสำคัญที่สุด เราไม่สามารถแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก แต่งงานเพราะเงินไม่ได้ เหมือนเป็นการหลอกเขา และหลอกตัวเองด้วย คนเราต้องมีศรัทธาในตัวเอง กว่าชีวิตจะลงตัวและจบอย่างสวยงาม ต้องต่อสู้มาตลอด”
การใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศไม่ใช่ทุกคนจะได้งานทำดีๆ บางคนต้องดิ้นรนทำมาหากิน เหนื่อยกว่าอยู่เมืองไทย แต่ความยากลำบาก ความอดทน และไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ทำให้ชีวิตของมาริสสา อดีตนักเทนนิสทีมชาติไทยในวันนี้เหมือนโรยด้วยกลีบกุหลาบ มีทั้งเพื่อน ครอบครัว และสังคมที่ดี ในอนาคตทั้งคู่จึงตัดสินใจใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายปักหลักอยู่ต่างประเทศ สำคัญที่สุด อยู่ที่ไหนแล้วมีความสุขก็ให้อยู่ที่นั่น เป็นคำตอบของมาริสสาในวันนี้
.......................................
(หมายเหตุ ‘นักเทนนิสหญิง แกร่ง หัวใจเหล็ก’ : คอลัมน์ เขยฝรั่ง... สะใภ้อินเตอร์ เรื่อง.. กวินทรา ใจซื่อ เรียบเรียง... เสาวลักษ์ คงภัคพูน)



