ข่าว

‘ตู่’รอดนอนคุกยื่น2แสนศาลให้ประกัน

‘ตู่’รอดนอนคุกยื่น2แสนศาลให้ประกัน

28 ม.ค. 2558

‘ตู่’รอดนอนคุกยื่น2แสนศาลให้ประกัน คดีหมิ่น‘มาร์ค’สั่งฆ่าปชช.ลงโทษจำ2ปีไม่รอลงอาญา

                28ม.ค.2558  ที่ห้องพิจารณา 907 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก  ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.4176/2552 ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 กรณีเมื่อวันที่ 11 ต.ค.52 จำเลยได้ขึ้นปราศรัยเวทีนปช.ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน ที่ได้กล่าวถึงนายอภิสิทธิ์ โจทก์ ทำนองว่าประวิงเวลาในการทำความเห็นเพื่อเสนอสำนักราชเลขาธิการ พิจารณาผู้ที่ร่วมลงรายชื่อถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ เมื่อวันที่ 17 ต.ค.52 จำเลยยังได้ขึ้นเวทีปราศรัยของกลุ่ม นปช.ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ที่กล่าวหานายอภิสิทธิ์ ขณะเป็นนายกรัฐมนตรี ทำนองว่าเป็นอาชญากรและฆาตกรสั่งฆ่าประชาชน โดยได้มีการเผยแพร่คำปราศรัยผ่านสถานีโทรทัศน์พีเพิล แชลแนล โดยชั้นพิจารณาจำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้คดี
    
                ขณะที่ศาล พิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์และจำเลยนำสืบแล้ว เห็นว่า การปราศรัยเมื่อวันที่ 11 ต.ค.52 ที่จำเลยกล่าวพาดพิงถึงโจทก์ทำนองว่า ประวิงเวลา ทำให้การเสนอความเห็นขอพระราชทานอภัยโทษให้พ.ต.ท.ทักษิณ ล่าช้านั้น ในประเด็นนี้โจทก์ได้เบิกความถึงขั้นตอนการทำความเห็นว่าก็จะต้องมีการตรวจสอบความถูกต้องของผู้ที่ร่วมลงรายชื่อ ซึ่งมีมากถึง 3.5 ล้านรายชื่อ และเมื่อตรวจสอบแล้วก็จะต้องเสนอความเห็นตามขั้นตอนที่จะต้องผ่านกรมราชทัณฑ์ , รมว.ยุติธรรม และนายกรัฐมนตรีตามลำดับ ก่อนที่จะเสนอไปยังสำนักราชเลขาธิการต่อไป แม้จำเลยจะกล่าวอ้างว่าโจทก์ให้สัมภาษณ์ว่าจะดำเนินการดังกล่าวให้เสร็จภายใน 60 วันที่จะครบกำหนดในวันที่ 17 ต.ค.52 แต่ก็ปรากฎว่าจำเลยได้ขึ้นเวทีปราศรัยทวงถามถึงกรณีดังกล่าวในวันที่ 11 ต.ค.52 ซึ่งก่อนจะครบกำหนด 60 วัน ทั้งที่ในการติดตามเรื่องการพิจารณาทำความเห็นนั้นสามารถที่จะติดตามจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องได้ ตามช่องทางที่เหมาะสม นอกจากนี้ในการนำสืบจำเลยก็ไม่มีพยานอื่นมาเบิกความประกอบว่าโจทก์เจตนาที่จะประวิงเวลาดำเนินการดังกล่าวให้ล่าช้าออกไปอีกทั้งจำเลยก็เป็นอดีตนักการเมืองย่อมถึงขั้นตอนดำเนินการ แต่กลับกล่าวปราศรัยถึงโจทก์ในลักษณะที่ได้ปิดบังขั้นตอนดำเนินการทำให้ประชาชนทั่วไป เข้าใจผิดเชื่อว่าโจทก์ทำการยึดพระราชอำนาจทั้งที่ไม่มีบุคคลใดที่จะกระทำเช่นว่านั้นได้ ซึ่งการกระทำของจำเลยไม่ใช่เป็นการติชมเพื่อความเป็นธรรมแต่ทำให้โจทก์ ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต้องได้รับความเสียหาย
    
                ส่วนการปราศรัยวันที่ 17 ต.ค.52 ที่กล่าวพาดพิงโจทก์ ทำนองว่า เป็นอาชญากรสั่งฆ่าประชาชนและสร้างสถานการณ์ที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง , นางเลิ้ง , ถ.เพชรบุรี ซอย 5 และ 7 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 รายนั้น ศาลเห็นว่า ตามคำเบิกความโจทก์ ยืนยันว่าในช่วงที่มีการชุมนุมไม่ได้ใช้ความรุนแรงใดๆ แต่เน้นหลักการประนีประนอมและกำชับผู้ใต้บังคับบัญชาของโจทก์ดำเนินการตามขั้นตอน ที่ขณะนั้นมีสื่อต่างชาติให้การยอมรับในวิธีการที่โจทก์ไม่ได้ใช้ความรุนแรง ขณะที่ถ้อยคำซึ่งจำเลยได้กล่าวปราศรัยนั้นฟังได้ว่ามาจากการประมวลเหตุการณ์ต่าง ๆ โดยจำเลยก็ไม่มีพยานหลักฐานมานำสืบยืนยัน ส่วนที่ว่ากรณีผู้เสียชีวิตนั้นก็ยังไม่ปรากฏว่ามีคดีที่โจทก์ถูกศาลตัดสินจากการกระทำดังกล่าวหรือได้มีการพิสูจน์เกี่ยวกับข้อเท็จจริงในถ้อยคำของจำเลยดังกล่าว และคลิปเสียงซึ่งจำเลยอ้างว่าเป็นเสียงของโจทก์ที่กล่าวในช่วงการชุมนุมนั้น ได้มีการตรวจพิสูจน์แล้วโดย พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ระบุว่าเป็นคลิปเสียงตัดต่อ ขณะที่เมื่อพิจารณาถ้อยคำที่จำเลยกล่าวแล้ว ก็มีลักษณะที่เป็นการยั่วยุ ปลุกปั่นให้ประชาชนที่รับฟังเข้าใจว่าโจทก์กระทำการดังกล่าว การกระทำของจำเลยจึงไม่ใช่เป็นการกล่าวเพื่อปกป้องสิทธิหรือประโยชน์ของตนตามสมควร แต่เป็นการยืนยันข้อเท็จจริงทั้งที่ยังไม่ปรากฏในขณะนั้นว่าข้อเท็จจริงเป็นเช่นใด จึงถือเป็นการกล่าวยืนยันข้อเท็จจริงที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ ที่สร้างความเสียหายแก่โจทก์อันเป็นการกระทำผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่น ตาม ม.328
    
                จึงพิพากษาให้จำคุก จำเลยฐานหมิ่นประมาท ฯ มาตรา 328 รวม 2 กระทงๆ ละ1 ปี คงจำคุกทั้งสิ้น 2 ปี และเมื่อพิเคราะห็พฤติการณ์ของจำเลยแล้ว เห็นว่า นอกจากเป็นการกระทำให้โจทก์เสียหายแล้วยังได้กระทบต่อสถาบันฯ ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชน กรณีจึงไม่มีเหตุให้รอการลงโทษ โดยให้จำเลยโฆษณาคำพิพากษาย่อด้วย ในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ เดลินิวส์ และมติชน เป็นเวลา 7 วันติดต่อกันโดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย และให้นับโทษจำเลยต่อ จากคดีหมายเลขดำ อ.1008/2553 ที่ได้กล่าวหมิ่นประมาทโจทก์อีกคดีหนึ่งด้วย ซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาให้จำคุก 6 เดือน และปรับ 5 หมื่นบาท แต่โจทก์จำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี
    
                ภายหลังฟังพิพากษาแล้ว นายจตุพร ไม่แสดงสีหน้าเคร่งเครียดแต่อย่างใด โดยนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 200,000 บาทขอปล่อยชั่วคราว ระหว่างอุทธรณ์ต่อสู้คดี
    
                ด้านนายวิญญัติ ทนายความของนายจตุพร กล่าวว่า ในการยื่นประกันหากศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าจะต้องเพิ่มมูลค่าหลักประกันมากว่า 200,000 บาทก็พร้อมปฏิบัติตาม ขณะที่ระหว่างนี้คำร้องยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

                ล่าสุดศาลมีคำสั่งให้ปล่อยชั่วคราวนายจตุพรหลังจากนายวิญญัติได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 200,000 บาท

    
                ส่วนตามคำพิพากษาที่ศาลให้นับโทษนายจตุพรต่อจากคดีหมิ่นประมาทนายอภิสิทธิ์อีกสำนวนหนึ่งนั้น คดีดังกล่าวแม้ศาลพิพากษาจำคุก 6 เดือนแต่ให้รอลงอาญาไว้โดยคดียังไม่ถึงที่สุด หากจะมีการนับโทษต่อก็จะต้องรอจนกว่าผลคดีดังกล่าวจะถึงที่สุดในชั้นศาลฎีกา ส่วนคดีนี้ก็จะยื่นอุทธรณ์สู้คดีต่อไป ซึ่งมีหลายประเด็นที่เรามีความเห็นแตกต่างจากคำพิพากษา แต่ก็เคารพในดุลยพินิจของศาล