
ไอเอสขู่ฆ่าตัดหัวโอบามา
28 ม.ค. 2558
ไอเอส ขู่ฆ่าตัดศีรษะ โอบามา ถึงทำเนียบขาว และทำให้สหรัฐกลายเป็นจังหวัดหนึ่งของอาณาจักรมุสลิม
28 ม.ค.58 กลุ่ม IS ได้ขู่จะตัดศีรษะของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐ ในคลิปวิดีโอฆ่าตัดศีรษะตัวประกันล่าสุด หลังจากเผยแพร่คลิปตัวประกันชาวญี่ปุ่น ที่บอกว่า พวก IS จะฆ่าเขาและนักบินชาวจอร์แดน ภายใน 24 ชั่วโมง เว้นแต่ว่า ผู้ก่อการร้ายหญิงที่ถูกควบคุมตัวในจอร์แดนจะได้รับการปล่อยตัว
ในคลิปที่โพสต์ในเว็บไซต์ของกลุ่มญีฮัดที่ฝักใฝ่ IS ได้แสดงให้เห็นนายเคนจิ โกโตะ ผู้สื่อข่าวอิสระชาวญี่ปุ่น วัย 47 ปี ถือภาพของร้อยเอกมูอัธ อัล-กาซีสเบห์ นักบินชาวจอร์แดน วัย 26 ปี และบอกว่า พวก IS บอกเขาว่า นี่เป็นการส่งสารครั้งสุดท้ายของเขา เขาเหลือเวลาอีก 24 ชั่วโมง ในการมีชีวิตอยู่ ส่วนของนักบินจอร์แดนนั้นสั้นกว่า โปรดอย่าปล่อยให้พวกเขาต้องตาย และยิ่งใช้กลยุทธ์ถ่วงเวลา ก็จะยิ่งทำให้พวกเราถูกฆ่า ตอนนี้ขึ้นอยู่กับจอร์แดนแล้ว ถ้ารัฐบาลจอร์แดนล่าช้ามากเท่าใด ก็หมายความว่า พวกเขาต้องรับผิดชอบต่อการตายของนักบิน ก่อนจะถึงตัวเขา
ส่วนคลิปล่าสุด เป็นภาพนักรบญีฮัดของกลุ่ม IS ซึ่งสวมชุดสีดำและมีผ้าปิดหน้า ได้ยืนอยู่ด้านหลังทหารชาวเคิร์ด ที่ถูกจับมัดมือไพล่หลังและคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า กำลังขู่ไปยังประธานาธิบดีโอบามา ว่า IS จะบุกสหรัฐ และจะเข้าไปตัดศีรษะของเขาถึงในทำเนียบขาว และทำให้สหรัฐกลายเป็นจังหวัดหนึ่งของอาณาจักรมุสลิมที่ปกครองโดยคอลิฟะฮ์ หรือ กาหลิบ ซึ่งหลังกล่าวจบ เขาได้ลงมือตัดศีรษะของทหารเคิร์ดผู้เคราะห์ร้าย ท่ามกลางสายตาผู้คนบนถนนสายหนึ่ง
คลิปสะเทือนขวัญชุดล่าสุดนี้ ถูกเผยแพร่เพียงวันเดียว หลังจากกลุ่ม IS ขู่จะสังหารตัวประกันชาวญี่ปุ่นและนักบินจอร์แดน ภายใน 24 ชั่วโมง เว้นแต่ว่าจะยอมปล่อยตัวนางซาจิดา อัล ริสชอวี ที่เตรียมจะก่อเหตุระเบิดพลีชีพในจอร์แดน แต่แผนการถูกขัดขวางเสียก่อน และเธอถูกตัดสินประหารชีวิต ฐานเกี่ยวข้องกับเหตุวินาศกรรม เมื่อปี 2548 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 60 คน
ด้านสถานีโทรทัศน์ เมมรี ได้ถอดคำพูดของนักรบ IS ที่เป็นภาษาอารบิค ทำให้ทราบว่า นอกจากจะขู่ประธานาธิบดีโอบามาแล้ว ยังมีคำขู่ไปถึงฝรั่งเศสและเบลเยียมด้วย โดยระบุว่า ยังมีการก่อเหตุโจมตีด้วยระเบิดอื่นๆ อีก รวมทั้ง ระเบิดรถยนต์และการฆ่าตัดศีรษะ นอกจากนี้ ยังขู่นายมาซุด บาราซานี่ ผู้นำชาวเคิร์ดในอิรักด้วยว่า จะไปตัดศีรษะเขาและโยนลงในถังขยะแห่งประวัติศาสตร์
สำหรับนางอัล-ริสชอวี ที่กลุ่ม IS ต้องการให้ปล่อยตัวเพื่อแลกกับชีวิตของตัวประกันชาวญี่ปุ่นและนักบินจอร์แดน ได้กลายเป็นผู้ก่อการร้ายตัวฉกาจชื่อเสียงกระฉ่อน เมื่อปี 2548 หลังจากสารภาพผ่านทางโทรทัศน์ของจอร์แดนว่า เธอพยายามจะกดระเบิดตัวเองพร้อมกับสามี ซึ่งต่างก็เป็นสมาชิกอัล ไกดา ในระหว่างปฏิบัติการโจมตีในกรุงอัมมาน ของจอร์แดน แต่เข็มขัดระเบิดของเธอไม่ทำงาน ทำให้เธอโจมตีโรงแรมราดิสสัน ที่มักจะคราคร่ำไปด้วยนักการทูต ไม่สำเร็จ
เธอบอกด้วยว่า เธอกับสามีไปที่โรงแรม เขาไปที่มุมหนึ่ง ส่วนเธอไปอยู่อีกมุมหนึ่ง สามีของเธอทำสำเร็จ แต่เธอล้มเหลว คนเริ่มวิ่งหนีและเธอวิ่งไปในกลุ่มของพวกเขา ก่อนจะถูกจับได้ ส่วนสามีของเธอและมือระเบิดพลีชีพอีก 2 คน ซึ่งเป็นสมาชิกอัล ไกดา ในอิรัก ต่างประสบความสำเร็จในการโจมตี ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 60 คน ในเหตุการณ์โจมตี 3 ครั้ง ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่โรงแรมไฮแอตต์, โรงแรมเรดิสสัน และโรงแรมเดย์ส อินน์
หลังให้การรับสารภาพ เธอถูกตัดสินประหารชีวิต แต่ต่อมาเธอได้ถอนคำรับสารภาพและยื่นอุทธรณ์ และขณะนี้ยังถูกคุมขังอยู่ในจอร์แดน ซึ่งถ้าจอร์แดนปล่อยตัวเธอ ก็จะกลายเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของกลุ่ม IS และเป็นการยืนยันว่า พวกเขามีสายสัมพันธ์กับกลุ่มอัล ไกดา ในอิรักด้วย
----------------------------------------
(ภาพ : AFP)



