
ขุดไข่มดขายสร้างรายได้งาม!
27 ม.ค. 2558
เข้าหน้าแล้งชาวบ้านเมืองพิษณุโลกออกหาขุดไข่มดดินขายสร้างรายได้งาม ราคากก.ละ 600-800 บาท ส่วนไข่เป้งที่มีขนาดใหญ่หน่อยราคาสูงถึงกก.ละ 1,000-1,200 บาท
27 ม.ค.58 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามตลาดสดต่าง ๆ ในเขตเทศบาลนครพิษณุโลกในช่วงฤดูหนาวย่างเข้าสู่หน้าร้อนนี้ มีพ่อค้าแม่ค้านำไข่มดดิน มาวางขายจำนวนมาก สนนราคาก็ค่อนข้างสูง มีตั้งแต่ กก.ละ 600-800 บาท หรือถ้านำมายำใส่พริก น้ำปลา มะนาว ให้รดชาติกลมกล่อมแล้ว ขายเฉลี่ยขีดละ 60-80 บาท และได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวพิษณุโลกอย่างมากเช่นกัน
ที่ตลาดใต้ ตลาดเทศบาล 1 อ.เมืองพิษณุโลก ตลาดเช้าของชาวเมืองพิษณุโลก เช้าวันที่ 27 มกราคม 2558 มีพ่อค้าแม่ค้านำมาขายหลายเจ้า บางรายก็รับมาจากผู้ที่ขุดอีกทอดหนึ่ง ขณะที่บางราย เป็นผู้ออกขุดหาไข่มดดินมาวางขายเอง ในราคาจำหน่ายตั้งแต่กก.ละ 600-800 บาท ขณะที่ไข่มดเป้ง หรือ ไข่มดใบใหญ่ ที่คัดแยกออกมาแล้ว ราคาจำหน่ายสูงถึงกก.ละ 1,000-1,200 บาท
นายนกเล็ก คงมา ภูมิลำเนาบ้านเลขที่ 815/1 ม.7 ต.อรัญญิก อ.เมืองพิษณุโลก พ่อค้าที่นำไข่มดมาวางขายในตลาดใต้ เปิดเผยว่า ตนเป็นผู้ออกหาไข่มดมาวางจำหน่ายเอง ราคาจำหน่ายจึงถูกกว่าพ่อค้าแม่ค้าเจ้าอื่น โดยขายอยู่ที่กก.ละ 600 บาท หรือ แบ่งขายเป็นขีด ขีดละ 60 บาท วานนี้ออกหามาได้ 3 กก.และนำมาขายเช้านี้ ปรากฏว่าขายดีมากเกือบหมดแล้ว และได้แยกไข่เป้ง หรือไข่มดขนาดใหญ่ขายในราคากก.ละ 1,000 บาท
นายนกเล็ก กล่าวว่า ไข่มดดินมีฤดูการขุดหาในช่วงหน้าหนาวย่างเข้าสู่หน้าแล้ง ระยะเวลาประมาณ 3-4 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นมา ตนจะออกไปหาตามชายป่า ติดลำคลอง ต้องใช้ความชำนาญในการสังเกตตามพื้นดิน ดูการทำรังของมด และลงมือขุดหา บางรังก็ตื้นหน่อยประมาณ 1 ฟุต บางรังก็อยู่ใต้ดินลึกประมาณ 1 เมตร โดยตัวมดจะเป็นตัวสีแดง ๆ ขนาดเล็กมาก เมื่อหามาได้ก็นำกลับมาล้างน้ำสะอาดก่อนมาวางขายที่ตลาด เมื่อตัวมดถูกน้ำก็จะตายลง ถ้าไข่มดดินพวกนี้ ถ้าหากเติบโตออกไป ก็จะเป็นมดมีปลีก หรือที่ทางภาคเหนือเรียกว่าแมงมัน จะบินออกจากรังในช่วงฤดูฝน
อุตรดิตถ์ - หนุ่มอุตรดิตถ์พลิกนาข้าวหันปลูกเบญจมาศสร้างรายได้งาม
วันที่ 27 มกราคม นายสุรชัย ยังเหล็ก หนุ่มวัย 35 ปี ชาวตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ เร่งบำรุงต้น ด้วยการรดน้ำ พรวนดิน ขยันสำรวจแปลง และตัดดอกเบญจมาศ ส่งขายตามออร์เดอร์ของลูกค้า เฉพาะในจังหวัดอุตรดิตถ์ ยังไม่เพียงพอ ด้วยการใช้ความคิดที่แตกต่าง พลิกที่นาของครอบครัวเพียง 1 ไร่ หันมาปลูกดอกเบญจมาศส่งขาย นับเป็นเจ้าแรก และเจ้าเดียวของจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่สำคัญสร้างรายได้ตลอดทั้งปี
นายสุรชัย กล่าวว่า ตั้งแต่เล็กจนโต ครอบครัวมักมีปัญหาต้นทุน กำไร ถูกกดราคา เมื่อต้องปลูกข้าว ข้าวโพด จึงตัดสินใจขอที่นา 1 ไร่มาปลูกดอกเบญจมาศ เพราะแม่ค้าในจังหวัดอุตรดิตถ์ต้องสั่งทุกวันและรอสินค้าจากเชียงใหม่ โดยครั้งแรกมีเสียงต่อต้านมาก เพราะจังหวัดอุตรดิตถ์ไม่ใช่เมืองหนาว ตนลงทุนซื้อกิ่งพันธุ์ ลงปลูก แปลงละ 2,000 กิ่ง จำนวน 5 แปลง ลงทุนครั้งเดียวหมื่นกว่าบาท พยายามศึกษาข้อมูลจากตำราและอินเตอร์เน็ต
"เพียง 60-70 วัน สามารถตัดดอกส่งขายได้เลย ที่สำคัญพบว่าดอกใหญ่ สวยมาก เมื่อถือช่อดอกไม้เดินตลาด แทบไม่มีใครเชื่อว่าปลูกที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ปัจจุบันมีออร์เดอร์สั่งซื้อทุกวัน เฉพาะภายในจังหวัดไม่เพียงพอ เนื่องจากดอกไม้ที่พ่อค้าแม่ค้าได้รับ มีความสดวันต่อวัน ไม่ต้องผ่านการขนส่งไกล ไม่ช้ำ และราคากำหนดเองได้" นายสุรชัย กล่าว
นายสรุชัย กล่าวว่า ตอนนี้ขยายพื้นที่ปลูก ด้วยการแยกหน่อเอง ปลูกแปลง 2,000 กิ่ง จัดเต็มพื้นที่ 1 ไร่ ให้ผลผลิตประมาณ 200 กิโลกรัมต่อแปลง ขายอยู่ที่ กิโลกรัมละ 60 บาท หรือมีรายได้แปลงละ 12,000 บาท ยิ่งวันโกน หรือก่อนวันพระต้องจัดส่งลูกค้าไม่ต่ำกว่า 300 กิโลกรัม ที่สำคัญเบญจมาศ ใช้น้ำน้อย รดน้ำสัปดาห์ละครั้ง แต่ต้องขยันดูแลแปลง ใช้ตาข่ายช่วยพยุงต้นให้ตรง ตอนนี้ที่แปลงมีทั้งเบญจมาศสีเหลือง ไข่ดาว เหลืองเชียงราย เขียวมรกต ม่วง แดง โดยแม่ค้าจะมารอรับถึงที่บ้าน เพียงแค่หลังจากตัด แต่งใบ ชั่งน้ำหนัก ห่อหระดาษ ก็ส่งขายได้
"ผมงยินดี เป็นแหล่งความรู้และขยายพื้นที่ปลูก เพื่อสร้างกลุ่มผู้ปลูกดอกไม้ในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ หากใครสนใจเพียงกล้าที่จะตัดสินใจเริ่มต้นกับสิ่งใหม่ แตกต่าง และมีตลาดรองรับ" นายรชัย กล่าว



